Logo วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
ชาวภูไทนครพนมชวนเที่ยวงาน'บุญเดือนสี่'นมัสการพระธาตุเรณู

ชาวภูไทนครพนมชวนเที่ยวงาน'บุญเดือนสี่'นมัสการพระธาตุเรณู

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 10.41 น.
Tag : ชาวภูไทนครพนม บุญเดือนสี่ พระธาตุเรณู
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“วัดธาตุเรณู” ตั้งอยู่ ต.เรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม เดิมชื่อ”วัดกลาง” เพราะตั้งอยู่ระหว่างตำบลเรณูและตำบลโพนทอง สร้างขึ้นมาแต่ครั้งโบราณกาล แต่ค้นหาหลักฐานไม่พบว่าใครเป็นผู้สร้างใน พ.ศ.ใด แต่ตามคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าปากต่อปากสืบมาว่า ราวปี พ.ศ. 2373 “พระแก้วโกมล” เจ้าเมืองผู้ปกครองเมืองเวคนแรก หลังสร้างบ้านแปลงเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรึกษากับอุปราชและกรรมการเมือง มีมติเป็นเอกฉันท์ตกลงสร้างวัดขึ้นไว้ตรงที่ใจกลางเมือง เพื่อให้เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง และสำหรับประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ดังนั้นวัดนี้จึงเรียกชื่อตามสถานที่ตั้งวัดว่า “วัดกลาง” สืบๆ กันมา เพราะตั้งอยู่กลางเมือง

กาลล่วงเลยถึงรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2449 กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จประพาสภาคอีสานแวะเยี่ยมประชาชนชาวเมืองเว ทรงเห็นดอกไม้นานาชนิด มีดอกบัวขึ้นอยู่ตามที่ต่างๆ มากมาย และทอดพระเนตรเห็นสตรีสาวงามชาวเมืองเวที่มารับเสด็จจำนวนมากมาย รู้สึกประทับใจจึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อเมืองจาก”เมืองเว”นามเดิมมาเป็น”เมืองเรณูนคร” ตั้งแต่บัดนั้นมา ส่วนวัดก็ยังคงชื่อวัดกลางอยู่ตามเดิม


ความเป็นมาของพระธาตุเรณูนั้นได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย เจ้าอาวาส เป็นประธานอำนวยการ พร้อมญาติโยม รวมกำลังสร้างพระธาตุขึ้น 1 องค์ มี”พระเจ้าเม้า”รับหน้าที่ออกแบบ บนเนื้อที่บริเวณวัดกลาง เพื่อเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง หรือเป็นมิ่งขวัญของชาวเรณูนคร องค์พระธาตุที่สร้างขึ้น มีลักษณะสวยงาม เพราะจำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เดิมแต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างด้วยอิฐปูน 4 เหลี่ยม สูงจากพื้นฐานขึ้นไปยังยอดฉัตร 35 เมตร ความใหญ่ทั้ง 4 ด้าน กว้างด้านละ 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของสำคัญ เช่น พระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ตลอดถึงเพชร นิล จินดา ของมีค่าที่ประชาชนนำมาบริจาค รวมทั้งเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมืองเก่า ในการก่อสร้างพระธาตุ เกิดจากแรงศรัทธาพละกำลังของพระสงฆ์ สามเณร ชาวบ้านตำบลโพนทอง ตำบลเรณู อ.เรณูนคร และตำบลแสนพัน อ.ธาตุพนม ร่วมกันสร้างโดยมิได้ใช้งบประมาณจากทางราชการแต่ประการใด ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 3,000 บาทเศษ เท่านั้น หลังทำบุญฉลองสมโภชจึงได้ตั้งชื่อว่า”พระธาตุเรณู”  ส่วนวัดกลางก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า”วัดธาตุเรณู”จนกระทั่งทุกวันนี้

นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐาน”พระองค์แสน” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเรณูนคร หล่อด้วยทองเหลือง เนื้อทองตันทั้งองค์ หน้าตักกว้างและสูง 50 ซม. เล่ากันว่าสร้างก่อนที่จะสร้างพระธาตุเรณูในปี พ.ศ.2460 โดยแผ่นทองที่นำมาหลอมเป็นองค์พระพุทธรูปนั้น ได้มาจากการบริจาคของชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆทั่วเรณูนคร เมื่อนำมาหล่อรวมนั้น ครั้งแรกหล่อไม่สำเร็จ องค์พระไม่ติดเบ้าพิมพ์ ต้องย้ายที่ไปหล่อใหม่ครั้งที่สองจึงสำเร็จ แล้วอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถหลังเก่าของวัดกลาง ภายหลังอัญเชิญไปอยู่ในอุโบสถหลังใหม่ของวัดกลาง พระองค์แสนจึงมีอายุกว่า 100 ปี เหตุที่เรียกว่า “พระองค์แสน” เพราะว่ามีน้ำหนัก 10 หมื่น (มาตราชั่งของชาวบ้านกำหนดว่า 12 กก. เป็นหนึ่งหมื่น) 10 หมื่น จึงเท่ากับหนึ่งแสน หรือ 120 กก. เท่ากับน้ำหนักของพระองค์แสน

“ภูไท หรือ ผู้ไท” เป็นชนเผ่ากลุ่มหนึ่งที่มีอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทย และอาณาจักรล้านช้าง มีการเคลื่อนย้ายมาอาศัยอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ใน 9 จังหวัดของไทย ประกอบด้วย 1.จังหวัดสกลนคร 212 หมู่บ้าน 9 อำเภอ(เมืองสกลนคร  พรรณานิคม วาริชภูมิ พังโคน บ้านม่วง วานรนิวาส กุสุมาลย์ สว่างแดนดิน และกุดบาก) 2. จังหวัดนครพนม 131 หมู่บ้าน 5 อำเภอ (นาแก เรณูนคร ธาตุพนม ศรีสงคราม และเมืองนครพนม) 3. จังหวัดมุกดาหาร 68 หมู่บ้าน 5 อำเภอ (คำชะอีก เมืองมุกดาหาร นิคมคำสร้อย ดอนตาล และหนองสูง) 4. จังหวัดกาฬสินธุ์ 63 หมู่บ้าน 5 อำเภอ (เขาวง กุฉินารายณ์ คำม่วง สมเด็จ และสหัสขันธ์) 5. จังหวัดหนองคาย 6 หมู่บ้าน 3 อำเภอ(โซ่พิสัย บึงกาฬ พรเจริญ) 6. จังหวัดอำนาจเจริญ 5 หมู่บ้าน 2 อำเภอ (เสนางคนิคม ชานุมาน) 7. จังหวัดอุดรธานี 5 หมู่บ้าน 2 อำเภอ (วังสามหมอ ศรีธาตุ) 8. จังหวัดยโสธร 3 หมู่บ้าน 1 อำเภอ (เลิงนกทา) และ 9. จังหวัดร้อยเอ็ด 1 หมู่บ้าน (โพนทอง)

ในจังหวัดนครพนม อ.เรณูนคร เดิมชื่อ”เมืองเว” หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า”บ้านดงหวายสายบ่อแก” เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวภูไท(ผู้ไท) กลุ่มใหญ่ ตามตำนานเล่าว่าราว พ.ศ.2373 ชาวผู้ไทอพยพมาจากเมืองไล มี”เจ้าเพชร” และ “เจ้าสาย”เป็นหัวหน้า มาตั้งรกรากตั้งเมืองบริเวณนี้ มีเจ้าเมืองปกครองตลอดมาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงยกฐานะจากเมืองเป็นอำเภอเรณูนคร ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง(ข้าวมื้อเย็น) การดูดอุหรือดวลอุ (เหล้าหมักในไห) และการฟ้อนรำผู้ไท เป็นการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมแบบพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวผู้ไทย ที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาเป็นเวลาช้านานจากบรรพบุรุษของชาวเผ่าผู้ไท ในสมัยก่อนเรียกการฟ้อนรำแบบนี้ว่า"ฟ้อนละครไทย" เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่คณะเดียวกันโดยการจับกลุ่มเล่นฟ้อนกัน นอกจากนี้ยังมีผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่จัดว่ามีชื่อเสียงไปทั่วโลก เรียกกันว่า “ผ้าแพรวา” ปัจจุบันมีชื่อโด่งดังอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งความหมายเดิมของผ้าแพรวาก็คือ ผ้าแพรหนึ่งผืนขนาด 1 วา นั่นเอง

ในทุกปีช่วงวันขึ้น 11 - 15 ค่ำ เดือน 4 จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุเรณูนครขึ้นเป็นประจำ ปี 2561 ตรงกับวันที่ 14-18 ก.พ. หรือคนอีสานเรียกว่า”บุญเผวสหรือบุญเดือนสี่” เป็นประเพณีการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ โดยอาศัยความเชื่อว่าถ้าผู้ใดตั้งใจฟังเทศน์เผวสจบภายในวันเดียว ก็จะได้เกิดมาในยุคศาสนาของพระศรีอริยเมตไตย ทั้งนี้พระธาตุเรณูนครยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้นมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์

งานนมัสการพระธาตุเรณู มี สมาคมผู้ไทโลก เป็นแม่งานหลักร่วมกับ จังหวัดนครพนม,สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครพนม,อำเภอเรณูนคร,สภาวัฒนธรรมอำเภอเรณูนคร,โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล,และเทศบาลตำบลเรณูนคร ภายใต้ชื่อ เทศกาลเที่ยวเรณูนคร วันผู้ไทโลก”พัสตราภูษา งามผ้าตระกูลไท ท่องเที่ยวสุขใจ วิถีผู้ไท เรณูนคร” ซึ่งเป็นงานที่คนเรณูนครถือว่าเป็นหน้าตาของชาวภูไท ที่จะร่วมแรงร่วมใจนำศิลปะชนเผ่าตนออกสู่สายตาชาวโลก

งานนมัสการพระธาตุพนมชาวพื้นเมืองเรียก”บุญเดือนสาม” เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.-1 ก.พ.61 ต่อจากนั้นก็จะเป็นงาน”บุญเดือนสี่” นมัสการพระธาตุเรณู 14-18 ก.พ.61 พลาดเที่ยวชมงานเมืองเวของชาวผู้ไท จะต้องรอไปอีก 1 ปี เชียวนะครับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved