วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
30 ม.ค.61 นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานกลุ่มปรับปรุงไม้ผลสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ถ้าอากาศหนาวเย็นเป็นเวลา 15 วัน อากาศไม่เกิน 20 องศา ได้กินลิ้นจี่แม่กลองแน่นอน แต่ถ้าอากาศเปลี่ยนแปลงจากหนาวแล้วร้อนฝนตกก็อดกิน พราะทนสภาพอากาศไม่ไหว ดอกช่อที่ล้อลมไสวก็จะร่วง ถ้าจะติดลูกก็เป็นลิ้นจี่กะเทย ต้องใช้ทำไวน์ หรือน้ำผลไม้คั้นเท่านั้น เพราะมันจะกลายพันธุ์ เป็นลิ้นจี่ไร้เมล็ด ในทันทีแต่ไม่ประโยชน์ต่อชาวสวนมากนัก
นายชัยยันต์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ลิ้นจี่แม่กลอง ในปี 2561 นี้ ถ้าอากาศหนาวติดต่อไปประมาณ 1 เดือน ยิ่งดี หรือสัก 15-20 วันมีโอกาสที่ลิ้นจี่จะติดดอกออกผลสูง ส่วนต้นไหนแตกใบอ่อนล่วงหน้าไปแล้ว หมดสิทธิ์ เพราะถ้าลิ้นจี่ผลัดใบ แล้วแตกใบใหม่ หมายความว่า ในปีนั้นลิ้นจี่ต้นนั้น ไม่ติดดอกออกผล เพราะมันใช้พลังงานเดียวกันในการบริหารลำต้น ใบและดอกตลอดจนกิ่งก้านสาขาของมัน แต่ถ้าลิ้นจี่ ไม่ผลัดใบยืนต้นอยู่เดิม ใบเขียวสดหนา มีโอกาสติดดอกออกผลเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ส่วนในช่วงที่ลิ้นจี่กำลังติดดอกออกผล
เกษตรกรควรทำอย่างไร ในการบำรุงรักษาต้นลิ้นจี่ เท่าที่ทำกันมา คือ การหยุดให้น้ำสักระยะถ้าเป็นได้ลิ้นจี่ที่ปลูกแบบยกร่องปล่อยเป็นระบบ น้ำขึ้นน้ำลงไม่ให้น้ำขังแช่ราก เพราะอาจทำให้รากเน่าได้ระบบน้ำขึ้นน้ำลง แน่นอนที่สุด

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกในพื้นที่แผ่น ต้องสูบน้ำขึ้นรดโคนต้นลิ้นจี่ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง อย่ารดมากเกินไปเพราะถ้าน้ำขังโคนต้นมากๆนานๆ ทำให้รากเน่าอีกเช่นกัน
ส่วนเรื่องการใส่ปุ๋ยน่าอยู่ในช่วงตั้งไข่ หมายถึง ช่วงสลัดดอกแล้วเป็นตุ่มเท่าหัวนิ้วก้อย ก็ให้ปุ๋ยได้แต่น่าจะใช้ปุ๋ยชีวภาพ เพราะหน้าดินจะได้ไม่เสียหายถ้าใช้ปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ เร่งดอกเร่งผลกลัวจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ที่แน่นอนควรไปปรึกษานักวิชาการสำนักงานเกษตรจังหวัดจะให้คำแนะนำที่ดีกว่า หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เคยดูแลลิ้นจี่มาทั้งชีวิตจนเชี่ยวชาญ เช่น ลุงสำอางค์ อ่วมด้วงเกษตรกรดีเด่นชาวบางสะแก
ส่วนวิธีไล่แมลงในลิ้นจี่ เวลาที่ลิ้นจี่มีดอกยังไม่ออกผลคือ การสุมไฟ หรือสุมฟืน ในเป็นกองควันกะทางลมให้ดี ให้ควันไฟ พัดไปทาง ต้นและกิ่งลิ้นจี่นอกจากไล่แมลงแล้ว ยังส่งผลให้ลิ้นจี่ ติดดอกออกผลมากขึ้น เพราะไม่มีแมลง หรือศรัตตรูพืชรบกวน เมื่อ 2-3 ที่ผ่านมา ชาวสวนลิ้นจี่ ทดลงใช้ควันไฟรมไปกิ่งก้านสาขาต้นลิ้นจี่ ผลปรากฏว่า มีลิ้นจี่ติดดอกออกผลบ้างปละปลายหากลงมือทำกันอย่างจริงจัง

นักวิชาการออกมาสำรวจแล้ววิจัย หากได้ผลเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุดและมีความปลอดภัยที่สุดเพียงแต่ต้อง หมั่นเก็บเชื้อเพลิง คือฟืนไว้ใช้งานก็น่าเสียดาย ที่เจ้าของสวนลิ้นจี่ ตัดต้นลิ้นจี่ทิ้หันไปปลูกพืชอื่นทดแทน เป็นจำนวนมากอยากให้เจ้าของสวนลิ้นจี่ อย่าพึ่งใจร้อน ตัดต้นลิ้นจี่ทิ้งให้เหลือไว้ให้ลูกหลาน และคนรุ่นหลัง ได้รู้จักบ้างไม่เช่นนั้น ก็จะเหมือน พริกบางช้าง และผลไม้อื่นๆที่เหลือแต่ชื่อ คนรุ่นหลังไม่รู้จักว่า ต้นและลูกมีลักษณะอย่างไร แนะนำให้เก็บต้นลิ้นจี่ ไว้อย่างน้อย 10 ต้น 20 ต้น ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ก็ยังดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี