546.jpg
ชาวบ้านฮือไล่ เจ้าอาวาสวัดดัง ซดเหล้าในกุฏิ-มั่วสีกา-เล่นพนัน ขู่ใครแฉจะทำของใส่ให้ตาย

ชาวบ้านฮือไล่ เจ้าอาวาสวัดดัง ซดเหล้าในกุฏิ-มั่วสีกา-เล่นพนัน ขู่ใครแฉจะทำของใส่ให้ตาย

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.57 น.

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ไวยาวัจกร  ญาติโยม  ผู้สูงอายุและชาวบ้านสี่เหลี่ยม  ต.สี่เหลี่ยม   อ.ประโคนชัย   จ.บุรีรัมย์ สุดทนกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส  ได้รวมตัวกันขับไล่ออกจากวัด  โดยชาวบ้านญาติโยมที่พากันออกมาขับไล่   กล่าวหาว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง  ทั้งแอบดื่มเหล้าในกุฏิบ่อยครั้งพอเมาก็จะด่าพระลูกวัด และญาติโยมที่ไปทำบุญ   แอบออกจากวัดกลางดึกไปเสพเมถุนกับอดีตภรรยาที่เลิกรากันมีสามีใหม่ไปแล้ว  และมั่วสีกาอีกหลายคน   ทั้งยังมีพฤติกรรมหลอกยืมเงินพระลูกวัด  และญาติโยมอีกหลายคนรวมเป็นเงินกว่า 600,000 บาท อ้างเอาไปใช้ซ่อมสร้างทำประโยชน์ภายในวัด ชาวบ้านจึงหลงเชื่อให้ยืม  แต่ผ่านไปหลายปีก็ไม่จ่ายคืน  กระทั่งทราบว่าเงินที่หลอกลืมญาติโยมไปเอาไปเปย์สีกาและเล่นพนันออนไลน์ ทั้งยังขู่ว่าหากใครนำเรื่องไปพูดหรือร้องเรียนจะทำของใส่ หรือทำพิธีสาปแช่งให้ตายทำให้ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านหมดความเลื่อมใสศรัทธาและพากันมาขับไล่ให้ออกจากวัด   เพราะรับกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสไม่ไหว  

หลังทราบเรื่องพระครูสุนทรชัยวัฒน์  เจ้าคณะอำเภอประโคนชัย  พร้อมพระครูธวัชปิยาจาร  รองเจ้าคณะอำเภอประโคนชัย  , พระครูภาวนาวชิโรดม  เลขานุการเจ้าคณะอำเภอประโคนชัย , พระสมุห์พัชรพล ปญฺญาธโร เจ้าคณะตำบลแสลงโทน-สี่เหลี่ยม  และพระรุ่งโรจน์ วชิรญาโณ   เลขานุการเจ้าคณะตำบล  ก็ได้เดินทางไปยังวัดแห่งนี้   เพื่อตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จจริง  ซึ่งญาติโยมต่างก็ยืนยันเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส  พร้อมนำคลิปขวดเหล้าเกลื่อนกุฏิเจ้าอาวาสมาเป็นหลักฐานด้วย   


แต่เมื่อคณะสงฆ์สอบถามเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหา  ก็ไม่ยอมรับกับข้อร้องเรียน  แต่ระหว่างที่คณะสงฆ์กำลังปรึกษาหารือกัน  เจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาก็แอบขโมยรถเก๋งซึ่งเป็นชื่อของคุณตา คนหนึ่งเป็นผู้ครอบครองรถแต่ให้เจ้าอาวาสใช้ในกิจของสงฆ์   ขึ้นรถขับออกจากวัดไปพร้อมกับสีกาคนหนึ่ง   ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน    จึงได้พากันปลดป้ายเจ้าอาวาสออก  พร้อมประกาศไม่ยอมรับเจ้าอาวาสที่มีพฤติกรรมสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการศาสนา  และสร้างความเดือดร้อนให้ญาติโยม  

นายสุพจน์    เชื้ออินทร์  ไวยาวัจกรวัดสี่เหลี่ยม  บอกว่า  ทั้งพระลูกวัด  ไวยาวัจกร  และชาวบ้านทราบพฤติกรรมของเจ้าอาวาสเกี่ยวกับการแอบฉันเหล้าในกุฏิ   หลอกยืมเงินทั้งพระและและโยมรวมกว่า 6 แสน อ้างนำมาใช้ประโยชน์ในวัดซึ่งเป็นไม่เป็นความจริง  นำไปใช้ส่วนตัวทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน  นอกจากนั้นการบริหารจัดการเงินในวัดก็ไม่โปร่งใส   และล่าสุดทราบว่าแอบไปเสพเมถุนกับสีกาหลายคน  ก็ยิ่งรับไม่ได้  ชาวบ้านจึงอยากให้สึกเพราะไม่อยากให้ศาสนาเสื่อมเสีย 

ขณะที่นางสุพิณ   อายุ 62 ปี  ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเจ้าอาวาสที่ถูกร้องเรียน  บอกว่า   ที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าเจ้าอาวาสจะมีพฤติกรรมเสื่อมเสียแบบนี้   เรื่องที่เจ้าอาวาสแอบฉันเหล้าในกุฏิญาติโยมก็รู้มาสักระยะแล้วแต่ก็ยังปล่อยผ่าน   แต่พอเริ่มมีพฤติกรรมมั่วสีกาหลายคน  ชาวบ้านเขาก็เริ่มรับไม่ได้   และล่าสุดเจ้าอาวาสให้ตนเองพาไปที่บ้านของอดีตภรรยา ของเจ้าอาวาสที่ จ.สุรินทร์   ก็คิดว่าอาจจะแค่อยากไปเยี่ยม  แต่กลับไปเห็นเจ้าอาวาสเสพเมถุน หรือมีเพศสัมพันธ์กับอดีตภรรยา  ก็รับไม่ได้  ทั้งนี้เจ้าอาวาสยังขู่ว่าหากใครนำเรื่องไปเปิดเผยหรือร้องเรียน  จะทำของใส่หรือทำพิธีกรรมสาปแช่งให้ตาย  ชาวบ้านเขาก็กลัว  แต่ตัวเองไม่กลัวเพราะพูดความจริง และไม่อยากให้ศาสนาเสื่อมเสีย  

ด้านพระสมุห์พัชรพล ปญฺญาธโร เจ้าคณะตำบลแสลงโทน-สี่เหลี่ยม  ระบุว่า  จากกรณีที่ชาวบ้านญาติโยมร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส   ทั้งการดื่มสุราเป็นอาจิณ  มีพฤติกรรมคลุกคลีกับสีกาในลักษณะไม่เหมาะสม   ยืมเงินชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนหลายรายแล้วหลีกเลี่ยงไม่ชำระคืน   ทางคณะสงฆ์อำเภอ  จึงได้พิจารณาพฤติการณ์โดยรวมแล้ว  เห็นว่าเป็นการละเมิดพระธรรมวินัยและจริยพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง จึงมีมติให้เจ้าอาวาสรูปดังกล่าว สละสมณเพศ หรือ (ลาสิกขา)  ซึ่งทางคณะสงฆ์อำเภอก็จะได้รายงานเรื่องดังกล่าว ต่อเจ้าคณะจังหวัดเพื่อรับทราบต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top