วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไวยาวัจกร ญาติโยม ผู้สูงอายุและชาวบ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ สุดทนกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส ได้รวมตัวกันขับไล่ออกจากวัด โดยชาวบ้านญาติโยมที่พากันออกมาขับไล่ กล่าวหาว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งแอบดื่มเหล้าในกุฏิบ่อยครั้งพอเมาก็จะด่าพระลูกวัด และญาติโยมที่ไปทำบุญ แอบออกจากวัดกลางดึกไปเสพเมถุนกับอดีตภรรยาที่เลิกรากันมีสามีใหม่ไปแล้ว และมั่วสีกาอีกหลายคน ทั้งยังมีพฤติกรรมหลอกยืมเงินพระลูกวัด และญาติโยมอีกหลายคนรวมเป็นเงินกว่า 600,000 บาท อ้างเอาไปใช้ซ่อมสร้างทำประโยชน์ภายในวัด ชาวบ้านจึงหลงเชื่อให้ยืม แต่ผ่านไปหลายปีก็ไม่จ่ายคืน กระทั่งทราบว่าเงินที่หลอกลืมญาติโยมไปเอาไปเปย์สีกาและเล่นพนันออนไลน์ ทั้งยังขู่ว่าหากใครนำเรื่องไปพูดหรือร้องเรียนจะทำของใส่ หรือทำพิธีสาปแช่งให้ตายทำให้ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านหมดความเลื่อมใสศรัทธาและพากันมาขับไล่ให้ออกจากวัด เพราะรับกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสไม่ไหว
หลังทราบเรื่องพระครูสุนทรชัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอประโคนชัย พร้อมพระครูธวัชปิยาจาร รองเจ้าคณะอำเภอประโคนชัย , พระครูภาวนาวชิโรดม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอประโคนชัย , พระสมุห์พัชรพล ปญฺญาธโร เจ้าคณะตำบลแสลงโทน-สี่เหลี่ยม และพระรุ่งโรจน์ วชิรญาโณ เลขานุการเจ้าคณะตำบล ก็ได้เดินทางไปยังวัดแห่งนี้ เพื่อตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งญาติโยมต่างก็ยืนยันเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส พร้อมนำคลิปขวดเหล้าเกลื่อนกุฏิเจ้าอาวาสมาเป็นหลักฐานด้วย

แต่เมื่อคณะสงฆ์สอบถามเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่ยอมรับกับข้อร้องเรียน แต่ระหว่างที่คณะสงฆ์กำลังปรึกษาหารือกัน เจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาก็แอบขโมยรถเก๋งซึ่งเป็นชื่อของคุณตา คนหนึ่งเป็นผู้ครอบครองรถแต่ให้เจ้าอาวาสใช้ในกิจของสงฆ์ ขึ้นรถขับออกจากวัดไปพร้อมกับสีกาคนหนึ่ง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน จึงได้พากันปลดป้ายเจ้าอาวาสออก พร้อมประกาศไม่ยอมรับเจ้าอาวาสที่มีพฤติกรรมสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการศาสนา และสร้างความเดือดร้อนให้ญาติโยม
นายสุพจน์ เชื้ออินทร์ ไวยาวัจกรวัดสี่เหลี่ยม บอกว่า ทั้งพระลูกวัด ไวยาวัจกร และชาวบ้านทราบพฤติกรรมของเจ้าอาวาสเกี่ยวกับการแอบฉันเหล้าในกุฏิ หลอกยืมเงินทั้งพระและและโยมรวมกว่า 6 แสน อ้างนำมาใช้ประโยชน์ในวัดซึ่งเป็นไม่เป็นความจริง นำไปใช้ส่วนตัวทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน นอกจากนั้นการบริหารจัดการเงินในวัดก็ไม่โปร่งใส และล่าสุดทราบว่าแอบไปเสพเมถุนกับสีกาหลายคน ก็ยิ่งรับไม่ได้ ชาวบ้านจึงอยากให้สึกเพราะไม่อยากให้ศาสนาเสื่อมเสีย

ขณะที่นางสุพิณ อายุ 62 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเจ้าอาวาสที่ถูกร้องเรียน บอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าเจ้าอาวาสจะมีพฤติกรรมเสื่อมเสียแบบนี้ เรื่องที่เจ้าอาวาสแอบฉันเหล้าในกุฏิญาติโยมก็รู้มาสักระยะแล้วแต่ก็ยังปล่อยผ่าน แต่พอเริ่มมีพฤติกรรมมั่วสีกาหลายคน ชาวบ้านเขาก็เริ่มรับไม่ได้ และล่าสุดเจ้าอาวาสให้ตนเองพาไปที่บ้านของอดีตภรรยา ของเจ้าอาวาสที่ จ.สุรินทร์ ก็คิดว่าอาจจะแค่อยากไปเยี่ยม แต่กลับไปเห็นเจ้าอาวาสเสพเมถุน หรือมีเพศสัมพันธ์กับอดีตภรรยา ก็รับไม่ได้ ทั้งนี้เจ้าอาวาสยังขู่ว่าหากใครนำเรื่องไปเปิดเผยหรือร้องเรียน จะทำของใส่หรือทำพิธีกรรมสาปแช่งให้ตาย ชาวบ้านเขาก็กลัว แต่ตัวเองไม่กลัวเพราะพูดความจริง และไม่อยากให้ศาสนาเสื่อมเสีย
ด้านพระสมุห์พัชรพล ปญฺญาธโร เจ้าคณะตำบลแสลงโทน-สี่เหลี่ยม ระบุว่า จากกรณีที่ชาวบ้านญาติโยมร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส ทั้งการดื่มสุราเป็นอาจิณ มีพฤติกรรมคลุกคลีกับสีกาในลักษณะไม่เหมาะสม ยืมเงินชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนหลายรายแล้วหลีกเลี่ยงไม่ชำระคืน ทางคณะสงฆ์อำเภอ จึงได้พิจารณาพฤติการณ์โดยรวมแล้ว เห็นว่าเป็นการละเมิดพระธรรมวินัยและจริยพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง จึงมีมติให้เจ้าอาวาสรูปดังกล่าว สละสมณเพศ หรือ (ลาสิกขา) ซึ่งทางคณะสงฆ์อำเภอก็จะได้รายงานเรื่องดังกล่าว ต่อเจ้าคณะจังหวัดเพื่อรับทราบต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี