วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
30 ม.ค.61 น้องๆนักเรียนจากโรงเรียนบ้านบุโบย ม.3 ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล กำลังเดินเรียงรายตามริมชายหาดในพื้นที่เพื่อเลือกหาเศษวัสดุขยะ เช่น โพม เศษซากไม้ เพื่อเก็บรวบรวมนำไปเป็นส่วนประกอบเรือจิ๋ว เช่น เรือประมงหัวโทง เรือพรีส (เรือขนาดเล็กที่ใช้ความเร็ว) เรือประมงพื้นบ้าน เรือประมงขนาดใหญ่ หรือเรือประมงปั่นไฟ ที่น้องๆเห็นเรือเหล่านี้วิ่งอยู่กลางทะเล จึงนำเศษวัสดุขยะที่ลอยมากับน้ำทะเลเพิ่มมูลค่าให้ดีขึ้น
นายบุญเชิญ โอภาโส อายุ 55 ปี ครูชำนาญการสอนวิชาภาษาไทยกับวิชาศิลปะ และด.ช.ไซฮ์ราฟีน อัลมาตร ชั้น ม.2 อายุ14 ปี , ด.ช.ธนากร บูสู ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ที่โรงเรียนบ้านบุโบย ม.3 ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล พร้อมคณะนักเรียนกำลังโชว์สาธิตการทำเรือประมงจิ๋วขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ ด้วยอุปกรณ์ในการทำเรือด้วยโฟมเนื้อระเอียดโฟมที่หาได้จากหาดบริเวณริมชายทะเล ที่ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งมากองรวมกับเศษขยะอื่น และมีอุปกรณ์เสริมคือ ตะปู และกาว
โดยน้องๆนักเรียนโชว์กันทำเรือประมงพื้นบ้าน เช่น เรือพรีส เรือหางยาว เรือหัวโทง และเรือประมงปั่นไฟที่ย่อส่วนลงมาขนาดจิ๋วเล็กเท่าฝ่ามือของนักเรียนที่ได้เรียนรู้และจิตนาการ จากการที่บ้านของน้องๆอยู่ติดริมชายฝั่งทางทะเล จึงคิดสร้างสรรค์ออกแบบรูปทรงคล้ายของจริงอย่างมาก ด้วยการทำอย่างตั่งใจและมีรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปคือ นายชารีฟีน สูนสละ อายุ 18 ปี บ้านเลขที่156 ม.6 ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล อดีตนักเรียนที่ทำเรือประมงปั่นไฟจำลองของจริงมาเป็นเรือประมงปั่นไฟขนาดจิ๋วที่เสมือนจริงอย่างมาก ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น จึงเป็นต้นแบบของรุ่นน้องในโรงเรียนแห่งนี้ สืบทอดมาเป็นวิชาเรียนศิลปะที่สอนน้องอีกด้วย
นอกจากนี้โรงเรียนแห่งนี้อยู่ในอยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ โดยวิชาการนำเศษขยะจากชายหาดนำมาประดิษฐ์เป็นเรือลำจิ๋วที่เสมือนจริง และเพื่อต่อยอดให้เด็กๆนักเรียนที่นี่กลายเป็นผู้นำด้านความคิดที่ดี การต่อยอดเป็นอาชีพได้ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความจดจำที่ดี จากการเห็นของจริงนำมาดัดแปลงเลียนแบบนำมาย่อส่วนทำเป็นขนาดจิ๋ว เพื่อพัฒนาด้านสมองให้ดีขึ้น

ด.ช.ไซฮ์ราฟีน อัลมาตร และ ด.ช.ธนากร บูสู กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบมากในการทำประดิษฐ์เรือจิ๋ว ซึ่งเราจะเห็นเรือเป็นประจำทุกวันเพราะบ้านพวกเราอยู่ติดทะเล รวมทั้งทางโรงเรียนมีแนวคิดส่งเสริมความเป็นผู้นำด้านแนวคิด จนทำให้พวกผมและเพื่อนๆมีความกล้าที่จะทำและผมคิดไว้ในอนาคตจะต่อยอดเป็นอาชีพต่อไป
ด้านนายบุญเชิญ โอภาโส ครูชำนาญการสอนวิชาศิลปะ กล่าวว่า อุปกรณ์ในการทำเรือโดยใช้โฟมเนื้อละเอียด ซึ่งโฟมนี้จะหาได้จากชายหาด ซึ่งเป็นขยะลอยพัดน้ำมาขึ้นฝั่ง และมีอุปกรณ์เสริมคือ ตะปู กาว และการทำเรือจิ่วก็ยังทำด้วยไม้ระกำที่หาได้ตามป่าในพื้นที่ โดยมีไม้ระกำ กาวร้อน มีด เชือก ประเภทเรือที่ทำคือ เรือหัวโทง เรือประมงต่างๆ โดยเรือประมงขนาดใหญ่ย่อส่วนเป็นเรือขนาดจิ๋วที่สวยที่สุดยังคงเป็นฝีมืออดีตนักเรียนโรงเรียนบ้านบุโบยคือ นายชารีฟีน สูนสละ ที่ได้ทำจนทุกวันนี้หากเขาว่างจากการทำงานธุรกิจส่วนตัว ก็จะมาสอนน้องที่โรงเรียน และเขาไม่เคยหวงวิชาแนวคิดประดิษฐ์เรือจิ๋วอีกด้วย ส่วนครูนั้นเป็นที่ปรึกษาแนะนำในครั้งนี้ด้วย
นายชารีฟีน สูนสละ รุ่นพี่ที่ทำเรือจิ๋วรุ่นแรกๆกล่าวว่า ไม่เคยหวงวิชาและแนวคิดเพราะการประดิษฐ์เรือประมงจิ๋วนี้ขึ้นอยู่ความจำที่ดี และด้วยความตั่งใจอย่างมาก ซึ่งเรือประมงจิ๋วนี้หากตั้งใจทำใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เสร็จสิ้น หากน้องๆคนใดสนใจก็มาเรียนรู้การทำได้ เพื่อต้องการให้น้องๆรู้จักคิดใช้สมองสติปัญญาให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีประชาชนติดต่อมาให้เราทำ เพื่อซื้อนำไปเป็นของฝาก ซึ่งผมก็ยังไม่ได้รับทำด้วยเวลาไม่ว่างเพราะต้องทำงาน ส่วนน้องๆจะนำไปเป็นอาชีพรับทำรับประดิษฐ์ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ในช่วงเรียนได้ดีเช่นกัน เพราะเรือจิ๋วทำให้ดีมีความสวยงามหากขายเป็นของฝากก็ราคาถึง 1,000 กว่าบาทได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี