วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์จาก "งานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2026" ในช่วงรอกิจกรรมรวมพลศิลปิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างแฟนคลับชาวจีนและทีมงาน (สตาฟฟ์) โดยต้นตอของปัญหามาจากกฎของงานที่ระบุชัดเจนว่า 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ห้ามจองหรือส่งต่อที่นั่งเด็ดขาด แต่กลับมีแฟนคลับชาวจีนรายหนึ่งเข้ามาสวมรอยแย่งพื้นที่ของแฟนคลับชาวไทยที่กำลังจะลุกและส่งต่อพื้นที่ให้เพื่อน โดยฝ่ายชาวจีนได้ดึงป้ายชื่อออกแล้วนำร่มมาวางทับเพื่อยึดที่นั่งแทน นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าแฟนคลับจีนรายนี้ซื้อคิวมาจากร้านรับจอง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎของงานมาตั้งแต่ต้น

เมื่อสตาฟฟ์เข้ามาเจรจาพร้อมนำรูปถ่ายมายืนยันว่าแฟนคลับรายนี้ไม่ได้อยู่ในแถวตั้งแต่แรก และเชิญตัวออกจากพื้นที่หลายครั้ง แต่แฟนคลับคนดังกล่าวกลับเมินเฉย ก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ และสะบัดแขนสตาฟฟ์ออก การเจรจายืดเยื้อนานกว่า 10-20 นาทีจนกระทบต่อความปลอดภัยและตารางงานของศิลปิน เหตุการณ์บานปลายถึงขั้นใช้กำลังเมื่อสตาฟฟ์พยายามพาตัวเธอออกและป้องมือบังกล้องไม่ให้ถ่ายภาพ แฟนคลับจีนเกิดความไม่พอใจและได้กระโดดถีบขาสตาฟฟ์หญิงก่อน ทำให้สตาฟฟ์ต้องตัดสินใจเข้าชาร์จและล็อกตัวลงกับพื้นเพื่อระงับเหตุ ซึ่งมองว่าเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยเมื่อเผชิญกับการใช้ความรุนแรง
มุมมองจากสื่อและแฟนคลับฝั่งจีน
สื่อโซเชียลของจีนรายงานอ้างว่า แฟนคลับรายนี้มารอตั้งแต่ 6 โมงเช้าและมีหลักฐานแชทยืนยันการจองคิว แต่กลับถูกแฟนคลับไทยกล่าวหาว่าแซงคิว ฝั่งจีนระบุว่าสตาฟฟ์ไม่ยอมตรวจสอบหลักฐานและใช้ความรุนแรงทันที ทั้งการแย่งโทรศัพท์มือถือ กดบริเวณคอ และฉุดกระชากลากถู พร้อมอ้างว่าที่แฟนคลับต้องใช้เท้าเตะนั้นเป็นเพียงการ "ป้องกันตัว" ก่อนจะถูก "การ์ดชายผมยาว" จับทุ่มลงพื้นจนสินค้าออฟฟิเชียลพังเสียหายและเสื้อผ้าขาดรุ่ย เหตุการณ์นี้ทำให้โซเชียลจีนลุกฮือติดแฮชแท็กต่อต้านความรุนแรง ขู่แบนศิลปินไทย และเรียกร้องให้ค่ายออกมาขอโทษพร้อมลงโทษสตาฟฟ์ รวมถึงมีข่าวลือสะพัดว่าค่ายเตรียมฟ้องร้องแฟนคลับรายนี้ในข้อหาทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
ข้อโต้แย้งจากฝั่งแฟนคลับไทย
ในทางกลับกัน แฟนคลับชาวไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ได้งัดหลักฐานออกมาโต้แย้งอย่างเผ็ดร้อน โดยชี้ว่าคลิปวิดีโอยืนยันชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เข้าควบคุมตัวคือ "สตาฟฟ์ผู้หญิง" ไม่ใช่การ์ดชายตามที่สื่อจีนบิดเบือน นอกจากนี้ ข้ออ้างที่ว่ามารอตั้งแต่เช้าตรู่ก็ตกไป เพราะห้างสรรพสินค้าเปิดทำการในเวลา 10.00 น. ซึ่งย้อนแย้งกับความเป็นจริง คลิปเหตุการณ์เต็มยังแสดงให้เห็นว่าสตาฟฟ์ไม่ได้พุ่งเข้ามากดคอหรือใช้ความรุนแรงก่อน แต่แฟนคลับจีนเป็นฝ่ายขัดขืนและใช้เท้าถีบสตาฟฟ์หญิงก่อน จนต้องล้มกลิ้งลงไปบนพื้นด้วยกันเพื่อหยุดการอาละวาด
เหตุการณ์นี้ยังจุดชนวนให้ชาวเน็ตไทยหยิบยกพฤติกรรมคุกคามของแฟนคลับต่างชาติบางกลุ่มขึ้นมาวิจารณ์ เช่น การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว แซงคิว และไม่เคารพกฎส่วนรวม ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งยังลุกลามเมื่อแฟนคลับจีนบางส่วนใช้ถ้อยคำเหยียดหยามฐานะของแฟนคลับชาวไทย ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งไทยมากขึ้นไปอีก

แถลงการณ์จากต้นสังกัด (GMMTV) และกระแสวิจารณ์
ล่าสุด บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ได้ออกประกาศชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในบางช่วงมีการใช้กำลังเกินกว่าที่ควรแก่สถานการณ์จริง บริษัทชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเป็นเพียงบุคลากรภายนอกที่ว่าจ้างมาปฏิบัติงาน และขณะนี้ได้ระงับการว่าจ้างชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อยุติ
สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องการดำเนินการฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น ทางบริษัทขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่ได้มีการฟ้องร้องแต่อย่างใด พร้อมย้ำจุดยืนว่าบริษัทไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติหรือสัญชาติใดๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี