วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
คณะธุดงค์บอกบุญสร้างโบสถ์ 'กรุงเทพ มาหานคร' เท้าฉีกช้ำบวมอักเสบ-หมอรุดตรวจระบบเลือดชี้ร่างกายอ่อนล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ใจยังสู้เดินต่อวันที่ 7
วันที่ 10 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมคณะออกเดินธุดงค์จากวัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.เพชรบุรี ตามโครงการเดินธุดงค์ธรรมยาตรา "กรุงเทพ มาหานคร" ระยะทาง 810.4 กม.เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและประชาสัมพันธ์บอกบุญญาติโยมร่วมสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง รวมระยะทาง 810.4 กม.มีคณะของ จ.ส.อ.ประภาส อินธนู อดีตข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีครอบครัวอยู่ใน ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้นำครอบครัวและคณะญาติ ๆ ร่วมเดินการกุศลเป็นระยะทาง 5 กม.พร้อมอาสาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกและในช่วงการเดินเท้าในเขต จ.เพชรบุรี และร่วมกับคณะทำบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง 6,500 บาท
ระหว่างทางนางจันทิมา ขนคม เจ้าของโรงแรมจันทิมาบูติก ริมถนนเพชรเกษม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมคณะจากบริษัทเวลเนสเอเซีย จำกัด โดยนายอรุณพร อนุกูลไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและนายแพทย์ชญานนท์ นวนพรัตน์สกุล หรือ "หมอกาแฟ" ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน ร่วมเดินธุดงค์เกือบตลอดเส้นทางกว่า 10 กม. ก่อนนิมนต์และเชิญคณะเพระภิกษุและฆราวาสเข้าพักที่โรงแรมจันทิมาบูติก 1 คืน
.jpg)
จากนั้น นายแพทย์ชญานนท์ ได้ทำการตรวจร่างกายตรวจระบบเลือด โดยภาพรวมพบว่าผลเลือดของพระภิกษุและฆราวาสทุกคนไม่ดี เนื่องจากร่างกายอ่อนล้า อ่อนเพลีย เพราะพักผ่อนน้อย ทางนายอรุณพร และนายแพทย์ชญานนท์ จึงให้ยาบำรุงระบบเลือดไว้รับประทานทุกวันนาน 1 เดือน หลังจากนี้คณะนายอรุณพร และนายแพทย์ชญานนท์ จะตามไปตรวจร่างกาย ตรวจระบบเลือดของทุกคนอีกครั้งช่วงเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งตรวจครั้งสุดท้าย เมื่อเดินทางถึงวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
หลังเข้าห้องพักของโรงแรมจันทิมาบูติก ซึ่งเป็นโซนด้านหลังที่จัดไว้สำหรับพระภิกษุ กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมเข้าพักเป็นการเฉพาะ พระภิกษุและลูกศิษย์วัด จึงมีเวลาพักผ่อนและซักสบง จีวร และเสื้อผ้า ก่อนสำรวจร่างกายของตัวเอง พบว่ามีอาการปวดเมื่อย เท้าบวมเป็นแผลอักเศษ ส่วนของฆราวาสรองเท้าหุ้มส้นฉีกขาด จึงต้อทายาและทานแก้ปวดเมื่อย เพื่อลดอาการเท้าปวดบวมอักเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดเส้นทางมีชาวบ้านที่ทราบข่าวออกมารอร่วมเดินและโอนเงินทำบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คณะเดินธรรมยาตราได้พบชาวบ้านและเยี่ยมมอบอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของที่ญาติโยมถวายจำนวนมากให้กับผู้ยากไร้ ยากจนที่อาศัยอยู่ริมถนน ส่วนใหญ่มีอาชีพเก็บของเก่าริมถนนขาย โดยพระมหาอารยนันต์ กล่าวว่า อาตมาและคณะไม่อาจจะขัดศรัทธาของญาติโยมจำนวนที่ถวายอาหารและน้ำดื่ม จนมากเกินความจำเป็นจนไม่มีที่เก็บเพราะมีรถตู้ที่ติดตามคณะเพียงคันเดียวเท่านั้น ตั้งแต่เริ่มเดินวันแรกหากไม่นำอาหารและน้ำดื่มแจกจ่ายให้กับญาติโยมที่ยากจน ยากไร้ตลอดเส้นทางรถบรรทุก 10 ล้อก็คงบรรทุกไม่หมดและถือว่าการที่ญาติโยมได้ร่วมทำบุญให้ทานได้บุญกุศลเช่นเดียวกัน
สำหรับวันนี้มีเป้าหมายการเดินทางรวม 33 กม.โดยญาติโยมจากกรุงเทพมหานคร ที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมเดินการกุศล ฯ มุ่งหน้าเข้าสู่เขต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคืนนี้จะแวะพักในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับโครงการเดินธุดงค์ธรรมยาตรา “กรุงเทพ มาหานคร”810.4 กม. เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและประชาสัมพันธ์บอกยุญญาติโยมร่วมสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บริจาคเงินเป็นกองทุนเริ่มต้นจำนวน 10,000 บาท ผู้ที่ศรัทธาสามารถโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี กองทุนเสบียงบุญ สร้างโบสถ์ วัดเขาพระทอง หมายเลขบัญชี 822-0-63803-6
จากการตรวจเช็คยอดเงินที่ญาติโยมโอนช่วยเหลือจนถึงวันที่ 8 มี.ค.64 มียอดโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว 171,505.49 บาท ในเบื้องต้นตั้งเป้าหมายให้เกิดการรับรู้และร่วมบริจาคจากชาวพุทธจากทิศทั้ง 4 จำนวน 5 แสนคนเพียงคนละ 20 บาทจะได้ยอดบริจาคสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง 10 ล้านบาท ซึ่งกำหนดวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัดเขาพระทองในวันที่ 27 เม.ย. 2564 ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ พระมหาอารยนันต์ 094 795 2998, หรือที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา โทร.0816761299
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี