วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
มือปูดผังราชภักดิ์เปิดปาก
สารภาพผิด
ทหารหิ้วฝากขังผลัดแรก
ปชต.ใหม่โวยเลิกตามไล่ล่า
พล่านจี้ปล่อยตัว‘ผู้ต้องหา’
กห.แจงสรุปผลสอบสิ้นธค.
ประวิตรหย่าศึก‘โด่ง-ต๊อก’
ความคืบหน้ากรณี พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช.เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับนายฐนกร หรือ เอฟ ศิริไพบูลย์ อายุ 27 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ ที่โพสต์ภาพผังทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลการแชร์ภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค “สถาบันคนเสื้อแดงแห่งชาติ”
มามอบไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ศาลทหารได้มีการอนุมัติออกหมายจับนายฐนกร ในความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 (1)
มือโพสต์ผังราชภักดิ์รับผิด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้นำตัว นายฐนกร มาขอฝากขังศาลทหารเป็นผัดแรกในระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม-25 ธันวาคม นี้ โดยก่อนที่จะถูกนำตัวมาขออำนาจศาลทหารฝากขังนั้น นายฐนกรได้ขอใช้โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ อัดคลิปเสียงมีเนื้อหาความยาว 6.30 นาที เพื่อเปิดใจถึงการดำเนินการดังกล่าว พร้อมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยมีเนื้อหายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้บันทึกภาพอุทยานราชภักดิ์ และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโจมตีรัฐบาล โดยก่อนหน้าตนได้เดินทางไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มมวลชนจากสถาบันหนึ่ง จนถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว ยืนยันว่าระหว่างถูกควบคุมทหารดูแลตนเป็นอย่างดี และได้สำนึกผิดในสิ่งที่กระทำลงไป
ฉะพวกเดียวกันเลิกหาประโยชน์
พร้อมกันนี้ นายฐนกร ยังกล่าวผ่านคลิปเสียงว่าขอวิงวอนไปยังกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ อย่าใช้ตนไปแสวงหาผลประโยชน์ เช่น การจัดกิจกรรมจุดเทียน และขอเตือนประชาชนว่าให้มีสติในการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ดี อย่าโพสต์ในสิ่งใด คิดให้รอบคอบอย่าให้ใครมาชักจูง เพราะอาจจะมีคนหยิบไปใช้ประโยชน์โดยไม่รู้ตัว เพราะขณะนี้รัฐบาลมีกฎหมายเรื่อง พรบ.คอมพิวเตอร์ สามารถเอาผิดได้ และในช่วงสุดท้าย นายฐนกร ได้ยืนยันว่า การบันทึกคลิปดังกล่าวเป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับ และยินดีให้มอบคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ พร้อมระบุอีกว่า หากพ้นโทษไปแล้วตนจะกลับไปบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่
ปชต.ใหม่จัดกิจกรรมให้กำลังใจ
สำหรับบรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัย ทางเข้าบริเวณข้างศาลหลักเมืองเป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยเจ้าหน้านำแผงเหล็กมาปิดทางเข้า-ออก ภายหลังมีกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ นำโดย นายโรม สังสิมันต์, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และพวกอีก 3 คนได้เดินมาให้กำลังใจผู้ต้องหาและนำกรงขังจำลองมาประกอบกิจกรรม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจาเพิ่อขอเปิดทางเข้า-ออก และให้เคลื่อนย้ายไปอยู่บริเวณริมฟุตบาท
“จ่านิว”ร้องศาลปล่อย“ธเนตร”
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา พร้อมด้วย น.ส.ภาวินี ชุมศรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ไต่สวนและปล่อยตัว นายธเนตร อนันตวงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ในข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีร่วมโพสต์ผังเท็จทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งถูกควบคุมตัวจาก รพ.สิรินธร ไปสอบสวนเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา
อ้างควบคุมตัวโดยมิชอบ
นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ระหว่างที่นายธเนตร พักรักษาอาการป่วยที่รพ.สิรินธร มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวไป โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แสดงหมายจับ และไม่แสดงตัวว่าเป็นใคร หรือสังกัดหน่วยงานใด ต่อมาทราบว่านายธเนตรถูกควบคุมตัวไว้ที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยเจ้าหน้าที่ให้เพื่อนฝากยาให้นายธเนตร แต่ไม่อนุญาตให้เยี่ยมหรือติดต่อนายธเนตร และจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบ ตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงขอให้ศาลไต่สวนในวันนี้ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนตัวถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ลดลง แต่บุคคลรอบข้างยังถูกคุกคามอยู่
ทั้งนี้ ศาลได้ฟังคำสั่งว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนหรือไม่ในวันที่ 15 ธันวาคม เวลา 13.30 น.
แถลงการณ์ซัดคสช.เบี่ยงประเด็น
ขณะเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM” ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การตั้งคำถาม เรียกร้องการตรวจสอบ หรือแสดงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันภายในภาครัฐ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แต่ คสช. กลับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 ซึ่งมีโทษสูงมาเป็นเครื่องมือในการปกปิดความผิด เบี่ยงเบนประเด็นจาก เรื่องการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันไปเป็นเรื่องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอเรียกร้องให้ คสช. และทหารเลิกนำความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะกำบังให้ตนเองรอดพ้นจากการตรวจสอบ เลิกไล่ล่าและจับกุมผู้ที่แสดงความคิดเห็นต่อการทุจริตคอร์รัปชัน และยอมเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ รวมถึงเปิดให้สื่อมวลชนและภาคประชาชนได้เข้าไปตรวจสอบ
“บิ๊กป้อม”เคลียร์“โด่ง-ต๊อก”แล้ว
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า กำลังสอบสวนอยู่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตอนนี้เลิกพูด ไม่มีอะไร ส่วนกรณีข้อขัดแย้งระหว่าง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นั้น ไม่มีอะไร เขาเพียงอยากจะพูดในเรื่องความจริง แต่การสอบสวนข้อเท็จจริงยังไม่จบ ต้องรอให้ผลออกมาก่อน ต่างคนก็ต่างพูดความจริง ก็ว่ากันไป ซึ่งตนได้พูดคุยกับทั้ง 2 คนแล้ว ไม่เห็นมีอะไร เรียบร้อยดี อย่างไรก็ตามทางกองทัพระบุว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการทุจริต แต่ว่าในส่วนปลีกย่อย ยังไม่รู้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่คณะกรรมการสอบสวน ไปถึงตรงไหน อย่างไร ก็จี้ไปเป็นรายบุคคล
บิ๊กติ๊กคาดสรุปผลสอบสิ้นเดือนนี้
ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ ชุดที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า ขณะนี้ยังคงเดินหน้าตรวจสอบไปตามลำดับ ซึ่งคาดว่าคงจะมีการสรุปรายงานเป็นเอกสารที่ชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้ก่อนจะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามขั้นตอน
“วิษณุ”ให้รอผลสอบก่อนขยายผล
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า เงินบริจาคโครงการอุทยานราชภักดิ์นั้น กองทัพบกไม่ได้ขออนุญาตตามระเบียบสำนักนายกฯว่า เงินบริจาคกับการเรี่ยไรต่างกัน แต่เวลาทำจริงๆ เขาทำกันอย่างไร ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า การบริจาคกับการเรี่ยไร ต่างกันอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า นึกไม่ออก ขอกลับไปค้นก่อน เมื่อถามย้ำว่า หากกองทัพบก ขอเรี่ยไรหรือรับบริจาค จะเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เข้าข่ายระเบียบสำนักฯ และเมื่อถามอีกว่า หากไม่ขออนุญาตตามระเบียบ จะเป็นความผิดทางวินัยใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่ใช่โทษอาญา ตรงนี้เป็นแค่ระเบียบ สำหรับทางออกเรื่องนี้ ต้องรอคณะกรรมการสอบก่อน จากนั้น จะขยายผลอย่างไรก็ว่ากันไป หากเราไม่เชื่อผลนั้นจะไปหาองค์กรอื่นมาทำใหม่ก็ได้
“บิ๊กตู่”ปัดตอบปมร้าว”โด่ง-ต๊อก”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.อุดมเดช กับ พล.อ.ไพบูลย์ ในประเด็นปัญหาโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยกล่าวว่า ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ง., ป.ป.ท.และ สตง. ให้เขาสอบกัน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่ได้ห้ามทั้งสองคนออกมาพูดอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฉันห้ามเธอพูดมากกว่า”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี