มท.เตือน37จังหวัดรับมือ  ภัยหนาวถล่ม  อุตุฯย้ำเจอทั้งฝน-อุณหภูมิลด

มท.เตือน37จังหวัดรับมือ ภัยหนาวถล่ม อุตุฯย้ำเจอทั้งฝน-อุณหภูมิลด

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

มท.เตือน37จังหวัดรับมือ

ภัยหนาวถล่ม

อุตุฯย้ำเจอทั้งฝน-อุณหภูมิลด

ใต้ส่ออ่วมหนักคลื่นซัดฝั่ง

กรมชลรับแล้งสุดรอบ22ปี

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่งหนังสือด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 37 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ชัยภูมิ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, ขอนแก่น,มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, สกลนคร, นครพนม, บึงกาฬ, มุกดาหาร, อุดรธานี, หนองคาย, เลย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อุทัยธานี, กำแพงเพชร, พิจิตร, นครสวรรค์, พิษณุโลก, ตาก,สุโขทัย, เพชรบูรณ์, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เชียงใหม่, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, น่าน, พะเยา และแพร่ หลังจากที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ในช่วงวันที่ 2-7 กุมภาพันธ์นี้อากาศจะหนาวเย็นลงอีก2-4 องศาเซลเซียล

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งการพยากรณ์อากาศประจำวันว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ จะทำให้ในช่วงวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์บริเวณดังกล่าวจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรกและอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


ภาคเหนือ มีหมอกตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ ตอนบนของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศา บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น มีหมอกในตอนเช้า มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกในตอนเช้ามีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ด้าน น.ส.พะเยาว์ เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกกล่าวว่าศูนย์ฯได้ติดตามการเคลื่อนตัวของบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนที่จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ จะมีผลกระทบภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นอีก ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ส่วนคลื่น จะอยู่ประมาณ 2 ถึง3เมตร ในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีผลกับภาคใต้ตอนล่าง ช่วงวันที่2–5 กุมภาพันธ์หรือ อาจยืดเยื้อถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ได้ ขอเตือนชาวเรือโดยเฉพาะเรือเล็ก ควรระมัดระวังในการเดินเรือ รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งด้วย อาจจะมีคลื่นซัดเข้าหาฝั่งแต่ไม่รุนแรงเท่าระลอกที่ผ่านมา

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในปัญหาภัยแล้ง โดยยอมรับว่าขณะนี้น้ำอุปโภคบริโภคยังมีปัญหาบ้างในบางพื้นที่เช่น พื้นที่ที่มีน้ำประปา ต้องมีการจ่ายน้ำเป็นเวลา บางพื้นที่ลดแรงดันน้ำเพื่อส่งน้ำให้น้อยลง บางพื้นที่ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่นมาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำ ส่วนน้ำในการทำการเกษตร ถ้าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบคงต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติและประเมินความเสียหาย ขณะนี้ถือว่ายังมีพื้นที่เสียหายไม่มาก

สถานการณ์น้ำช่วงนี้กรมชลประทานยืนยันว่าน้ำที่มีอยู่ยังสามารถใช้ได้ แต่ไม่สามารถใช้สนับสนุนการปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก เช่น ทำนาปรังได้ ถ้าจำเป็นต้องมีการขุดบ่อบาดาลมาช่วย ในพื้นที่ที่เหมาะสม เข้าใจว่าหน่วยงานที่มีงบ โดยรัฐบาลพยายามทำอยู่ส่วนหนึ่ง เป็นการพยายามที่จะให้ประชาชนได้ทำการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเองและสภาพน้ำเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทานเผยว่าล่าสุดปริมาณน้ำใน4 เขื่อนหลักเช่นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยชลแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเหลือ อยู่ 3,457 ล้านลูกบาศก์เมตรต่ำกว่าปีที่แล้ว ที่มีปริมาตรน้ำรวม 6,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่ปี 2537 แต่ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเพื่อผลักดันน้ำเค็มได้เตรียมปริมาณน้ำไว้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้จะบางช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงเพราะมีกระแสลมตะวันตกทำให้น้ำทะเลหนุนเร็วขึ้น

ส่วนช่วงที่ฝนตกลงมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯรวมกัน5.48ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มีการใช้น้ำรวมกันประมาณวันละ17.90ล้านลูกบาศก์เมตรและจะมีปริมาณน้ำใช้การได้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน2559 จากคาดการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาว่ากลางเดือนพฤษภาคม จะเข้าสู่ฤดูฝนตามฤดูกาล ไม่น่าจะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงเหมือน2 ปีที่ผ่านมา เพราะขณะนี้พบปรากฏการณ์เอลนินโญ ส่งสัญญานเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นในระดับปกติ มีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้มีความชุ่มชื้นและไม่มีปัญหาไฟป่าอย่างที่เคยเกิด ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเช่นทุกปี

สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า1,772,000ไร่ มีแนวโน้มเสี่ยงหาย และขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก เมื่อเทียบกับปี57/58 จากที่ลงพื้นที่ ชี้แจงสถานการณ์น้ำและมาตรการช่วยเหลือต่างๆของรัฐบาล โดยได้ขอความร่วมมือไปทาง ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ พะเยา ที่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำการเกษตร ขอให้ผู้ว่าฯบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมชลประทานอย่างเข้มข้น จะมีน้ำใช้พอเพียงตลอดช่วงฤดูแล้ง ให้เน้นย้ำ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจใช้น้ำอย่างประหยัดให้มากที่สุด เพื่อให้การใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ได้สูบน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง เพื่อส่งเข้าพื้นที่ อ.หันคาโดยเฉพาะมีชาวบ้านในต.บ้านเชี่ยน เดือดร้อนขาดน้ำดิบในการทำประปา โดยเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากชาวนา ไม่ให้ลักลอบสูบน้ำไปใช้ในการเพาะปลูกซึ่งได้มีกระดาษปิดไว้ที่เครื่องสูบและรถไถหลายๆจุดขอความร่วมมืองดสูบน้ำตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม59-5 กุมภาพันธ์59เพราะ มีผู้ที่ต้องการน้ำไปทำประปา เพราะเกรงน้ำไปไม่ถึงพื้นที่เดือดร้อนที่ห่างไป30 กิโลเมตร

จากการลงสำรวจพบว่ามีการลักลอบตั้งเครื่องสูบน้ำจากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองไปใช้เพาะปลูกจำนวนมาก ทั้งๆที่ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ชัยนาท เข้าควบคุมลำคลองและยึดสายพานสูบน้ำชั่วคราวแต่อีกหลายๆจุดพบชาวนาจะไม่สนใจกลับเอาสายพานชุดใหม่มาใส่แทนและยังคงลักลอบสูบน้ำต่อไป จนเจ้าหน้าที่ทหารฯยืนยันว่าถ้าขอความร่วมมือแล้ว ยังไม่ได้ผล อาจจะต้องใช้วิธียกหรือยึดเครื่องยนต์ที่ใช้ในการสูบน้ำมาเก็บรักษาชั่วคราวและจะคืนให้หลังวันที่ 5 ก.พ.ตามกำหนดส่งน้ำช่วง ชาวบ้านเชี่ยน อ.หันคา ของกรมชลประทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าบึงประจำรัง แหล่งน้ำรูป เกือกม้าขนาด1,000ไร่ใน ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยง3 ชุมชนรอบบึงที่อาศัยน้ำทำประปาและการอุปโภค-บริโภค พบว่าปริมาณน้ำในบึง มีเหลืออยู่เพียงร้อยละ15 ของความจุโดยเจ้าหน้าที่ได้ทำคันดินกักเก็บในโซนที่2ของบึง ที่จะมีปริมาณแตกต่างกับส่วนอื่นๆที่อยู่นอกคันดินกักเก็บน้ำโดยน้ำมีสีขุ่นแดงซึ่งหากบึงนี้ แห้งลง จะมีประชาชนกว่า 1,500ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top