ส่องเกษตร : ปลุกสำนึก‘รักษ์น้ำ’

ส่องเกษตร : ปลุกสำนึก‘รักษ์น้ำ’

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

สถานการณ์วิกฤติ“ภัยแล้ง”เข้าสู่ช่วงเวลาที่คาดกันว่าจะรุนแรงที่สุดของปีคือช่วงมี.ค.ถึงเม.ย.ที่เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างถูกรัฐบาลเร่งรัดงานช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องเจ็บปวดกับ“ภัยแล้ง”อันส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินต่อเนื่องมาเป็นปีที่สามแล้ว

วันจันทร์สิ้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมาหลังประชุมคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำที่ประกอบด้วยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรมชลประทาน,กรมทรัพยากรน้ำ,กรมอุตุนิยมวิทยา,การประปา,การไฟฟ้า ฯลฯแล้ว รองอธิบดีกรมชลประทาน-ณรงค์ ลีลานนท์ได้ให้ข่าว“อัพเดท”ปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักคือ เขื่อนสิริกิติ์,เขื่อนแควน้อยฯ,เขื่อนภูมิพล และเขื่อนป่าสักฯเหลืออยู่เพียง 2,980 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งจะระบายให้ใช้วันละ 17.8 ล้านลบ.ม.เพื่อให้พอใช้ถึงเดือนพ.ค.ที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน โดยยืนยันจะมีน้ำป้อนผลิตประปาให้คนกรุงเทพฯไม่ขาดแคลน ทั้งยังเตรียมน้ำสำรองไว้ผลิตประปา ในกรณีฝนมาล่าช้าไปจนถึงเดือนก.ค.ด้วย


“กรมอุตุนิยมคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์น้อยเท่ากับปี 2558 จึงอยากให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ก่อนลงมือปลูกข้าว(นาปี) เพราะคาดปีนี้ฝนอาจมาช้าถึง 2 เดือน ก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว เหมือนปี 2558 และนับเป็นปีที่มีฝนน้อยต่อเนื่องติดต่อกัน 3ปี จึงขอวิงวอนทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง”

นอกจากนี้ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่อง“ศึกแย่งน้ำ”โดยประเมินว่า ช่วงมี.ค.-เม.ย.ที่แล้งจัดนี้ ชาวนาที่ทำนาไปแล้ว อาจกลัวข้าวที่ปลูกไว้จะตาย จนแย่งกันสูบน้ำ ซึ่งจะกระทบต่อการทำน้ำประปาในพื้นที่ได้ จึงให้ผู้ว่าฯและท้องถิ่นเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งขณะนี้ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 12 จังหวัด 47 อำเภอ 217 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ภัยพิบัติด้านเกษตร10 จังหวัดและภัยพิบัติขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 2 จังหวัดคือ นครสวรรค์ และอุตรดิตถ์

ก็“อัพเดท”ข้อมูลสถานการณ์น้ำและภัยแล้งไว้ให้ทราบ และขอเน้นย้ำที่ท่านรองอธิบดีณรงค์วิงวอนไว้คือ “ให้ช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง”ทุกฝ่ายทุกคนด้วย...ต้องถือเป็น”วาระแห่งชาติ”จริงๆ

ไม่ใช่แค่เรื่อง“ประหยัดน้ำ”เท่านั้น แต่ต้องเอาจริงกันได้แล้ว ในเรื่องการใช้“น้ำ”ทั้งในส่วนของบุคคลทั่วไป และน้ำในระบบให้เกิดประสิทธิภาพจริงๆ

อย่างที่ผมได้เขียนไปในสัปดาห์ก่อน มีผลวิจัยที่ชี้ชัดว่า ไทยเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการใช้น้ำต่ำ ทำให้“น้ำ”ที่ใช้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำมาก ทั้งส่งผลฉุดดึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ต่ำด้วย โดยมีผลศึกษาวิจัยเชิงเศรษฐศาสตร์ออกมาว่า ไทยสามารถสร้างรายได้จากหนึ่งหน่วยน้ำได้เพียง 3.6 ดอลลาร์ เทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกที่สร้างรายได้ต่อหนึ่งหน่วยน้ำได้ 81 ดอลลาร์ หรือค่าเฉลี่ยของเอเชียอยู่ที่ 41 ดอลลาร์

คงเพราะตั้งแต่อดีตประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ด้วย “น้ำ” เราจึงใช้กันฟุ่มเฟือยไม่รู้คุณค่า แต่ปัจจุบันสถานการณ์น้ำกำลังเปลี่ยนไปในทางเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องเร่งปรับตัว สร้างสำนึกใหม่เสียที

ในทางวิชาการเคยมีข้อเสนอเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในด้านการเกษตร ขอยกเป็นตัวอย่างเล็กน้อย เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย ให้ความสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตด้วยปริมาณน้ำที่น้อยลง อย่างการพัฒนาพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูง เลือกปลูกพันธุ์พืชอายุสั้นจะใช้น้ำน้อยกว่าพันธุ์พืชอายุยาว,การเน้นใช้น้ำสำหรับเพาะปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงแทนพืชที่มีมูลค่าต่ำ ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูง อย่างนี้เป็นต้น ที่ต้องเน้นภาคการเกษตร เพราะเป็นภาคที่มีการใช้น้ำในปริมาณสูงถึง 80-90% ของน้ำทั้งหมด

อย่างไรก็ตามในส่วนภาคประชาชน ก็ควรจะเร่งให้ความรู้เพื่อสร้างความตื่นตัวด้วยโดยมีข้อเสนอ อาทิ ควรบรรจุหลักสูตรความรู้เรื่องน้ำทุกระดับการศึกษาให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ทั้งปลูกจิตสำนึกสาธารณชนให้ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนประชาชนมีส่วนร่วมป้องกันภัยแล้งและบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น

หน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน ไม่ใช่แค่อยู่ที่รัฐ สื่ออย่างพวกผมก็ต้องช่วยกันทำ และประชาชนด้วยกันเอง ก็ต้องช่วยกันแชร์แพร่ความรู้ เพื่อปลุกสำนึกต่อๆ กันไปด้วย

สังคมก้มหน้าปัจจุบันเป็นโลกของการแชร์อยู่แล้ว แต่ควรแชร์เรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แชร์แต่เรื่องไร้สาระครับ

สาโรช บุญแสง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top