นพดล เสนอ 5 ไอเดีย ปฏิรูปด่านตำรวจ ชี้ด่านที่ดี คือด่านที่อาชญากรกลัว แต่ปชช.รู้สึกอุ่นใจ
เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "มิสเตอร์ จิม" เรื่อง ยกเลิกด่าน หรือ ปฏิรูปด่าน ว่า "ผมมองว่า กรณีที่มีข้อเสนอของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกเลิกด่านตรวจ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนไม่น้อยมองว่า “ด่านกลายเป็นเครื่องมือรีดไถประชาชน” เป็นประเด็นที่สังคมควรรับฟังอย่างจริงจัง เพราะสะท้อน “ความเชื่อมั่น” ของประชาชนที่มีต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย
ในฐานะที่ผมเป็นกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน ผมเห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “จะมีด่านหรือไม่มีด่าน” แต่คือ “ด่านนั้นมีไว้เพื่ออะไร และประชาชนได้รับประโยชน์จริงหรือไม่”
หากด่านมีไว้เพื่อจับผิดประชาชน หารายได้จากค่าปรับ หรือเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในสังคมไทย เพราะไม่เพียงสร้างความเดือดร้อน แต่ยังบั่นทอนศรัทธาที่ประชาชนมีต่อตำรวจทั้งองค์กร
แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากยกเลิกด่านทั้งหมด ประเทศก็อาจสูญเสียเครื่องมือสำคัญในการป้องกันอาชญากรรม การสกัดจับยาเสพติด การลักลอบขนอาวุธ การค้ามนุษย์ การขนแรงงานผิดกฎหมาย การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ตลอดจนการป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ด่านตรวจมีบทบาทสำคัญ
ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยมุ่งพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดการใช้ดุลพินิจที่อาจก่อให้เกิดข้อครหา รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างความปลอดภัยในชุมชน เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปบนหลักนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และทำให้ประชาชนรู้สึกทั้ง "ปลอดภัย" และ "ได้รับความเป็นธรรม" ควบคู่กันอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นหลักคิดสำคัญของการพัฒนาระบบการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจร่วมกัน คือ ความชอบด้วยกฎหมายของการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปัจจุบันประชาชนจำนวนไม่น้อยยังมีความสับสนว่า การตั้งด่านตำรวจสามารถกระทำได้หรือไม่ และมีขอบเขตเพียงใด ในความเป็นจริง การตั้งด่านตรวจสามารถดำเนินการได้ หากเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความมั่นคง การอำนวยความปลอดภัยทางถนน หรือการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ไม่ใช่การตั้งด่านโดยปราศจากเหตุอันสมควรหรือเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ดังนั้น สิ่งที่สังคมควรร่วมกันผลักดันจึงไม่ใช่การตั้งคำถามเพียงว่า “ด่านถูกกฎหมายหรือไม่” แต่ต้องทำให้ “ทุกด่านเป็นด่านที่ถูกกฎหมาย มีความจำเป็น โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิของประชาชน” เพราะเมื่อการใช้อำนาจเป็นไปตามหลักนิติธรรมและสามารถตรวจสอบได้ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ดังนั้น คำตอบจึงไม่ใช่ “ยกเลิกด่าน” แต่คือ “ปฏิรูปด่าน” การปฏิรูปควรประกอบด้วยอย่างน้อย 5 ประการ ได้แก่
1. ด่านทุกแห่งต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น ด่านความมั่นคง ด่านยาเสพติด ด่านป้องกันอุบัติเหตุ หรือด่านติดตามผู้ต้องหา ไม่ใช่ตั้งขึ้นโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
2. ทุกด่านควรใช้เทคโนโลยีช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เช่น กล้องบันทึกภาพประจำตัว กล้อง CCTV ระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ และระบบบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
3. การตั้งด่านควรเปิดเผยต่อสาธารณะในหลักการ มีผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้อนุมัติ ตั้งเมื่อใด และเพื่อภารกิจใด
4. ต้องแยก “ด่านเพื่อความปลอดภัย” ออกจาก “ด่านเพื่อหารายได้จากค่าปรับ” อย่างชัดเจน โดยกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของด่านจากการลดอาชญากรรม ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัย ไม่ใช่จำนวนใบสั่งหรือยอดค่าปรับ ส่วนหนึ่งของค่าปรับนำเข้ากองทุนความปลอดภัยของประชาชนและการฝึกอบรมอาสาตำรวจบ้านและพัฒนาท้องถิ่นนั้น ๆ
5. เปิดโอกาสให้ประชาชนและ กต.ตร. ในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลการตั้งด่าน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจร่วมกัน
ในโลกยุคใหม่ การทำงานของตำรวจไม่ควรวัดจากจำนวนด่านที่ตั้ง แต่ควรวัดจากผลลัพธ์ที่ประชาชนรู้สึกได้ว่า “ปลอดภัยขึ้น”
ด่านที่ดี คือด่านที่อาชญากรหวาดกลัว แต่ประชาชนผู้สุจริตรู้สึกอุ่นใจเมื่อผ่าน ในทางกลับกัน หากประชาชนรู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งที่พบด่าน แสดงว่าระบบกำลังส่งสัญญาณว่าถึงเวลาต้องปฏิรูปแล้ว
ท้ายที่สุด ผมเห็นว่า เสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน ควรได้รับการรับฟัง เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นหัวใจของการบังคับใช้กฎหมาย
ตำรวจที่ดี ไม่ใช่ตำรวจที่ตั้งด่านมากที่สุด แต่คือตำรวจที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เมื่อด่านสร้างความปลอดภัยมากกว่าความหวาดระแวง ด่านนั้นย่อมมีคุณค่าต่อสังคม แต่หากด่านใดสร้างความหวาดระแวงมากกว่าความปลอดภัย ด่านนั้นควรได้รับการปฏิรูปทันที ไม่ใช่เพียงเพื่อภาพลักษณ์ของตำรวจ แต่เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนและหลักนิติธรรมของประเทศ"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี