วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
25 พ.ค. 59 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม อาคารศูนย์สารสนเทศ สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครราชสีมา และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของกรมชลประทานตามนโยบายของรัฐบาลจากกรมชลประทาน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของกรมชลประทานในภาพรวมการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ดังนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ 89,720 ไร่ ตัวเขื่อนมีความจุประมาณ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี พ.ศ.2553 และปี พ.ศ.2556 เกิดอุทกภัยจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก ทำให้มีน้ำส่วนเกินไหลผ่านอาคารระบายน้ำล้นเข้าสู่พื้นที่อำเภอ ปักธงชัย และอำเภอโชคชัยท่วมพื้นที่การเกษตร และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน
กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 541 ล้านบาท ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังนี้ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการกับเก็บน้ำ และการระบายน้ำเขื่อนลำพระเพลิง โดยทำการยกระดับสันเขื่อนจากเดิมเพิ่มขึ้นอีก 4 เมตร ทำให้เพิ่มความจุน้ำเป็น 155 ล้านลูกบาศก์เมตร 2.เพิ่มความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยเพิ่มความความกว้างทำนบดิน จากเดิม 8 เมตร เป็น 12 เมตร พร้อมปรับปรุงฐานรากของตัวเขื่อนให้มีความแข็งแรง 3.ปรับปรุงคลองผันน้ำฝั่งซ้ายเขื่อนลำพระเพลิงระยะทาง 6.5 เมตร เพื่อทำการผันน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงไปยังอ่างเก็บน้ำลำสำลาย และ 4.ปรับปรุงระบบการผันน้ำโดยขุดลอกอ่างเก็บน้ำลำสำลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บน้ำ จากเดิมเป็น 42.2 ล้านลูกบาศก์เมตร
ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ และยังเพิ่มพื้นที่ชลประทานใหม่อีกจำนวน 18,000 ไร่ นอกจากนั้น ยังสามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนในการอุปโภค และบริโภคของประชาชนในอำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย และอำเภอเมือง
จากนั้น นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวขอรับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง เพื่อใช้เป็นแหล่งกับเก็บน้ำและชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝน และเพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรมของราษฎร ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งของประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอเทพารักษ์ อำเภอด่านขุนทุด อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง และอำเภอเมืองนครราชสีมา โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการ ดังนี้ 1. โครงการยกระดับการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร จำนวนงบประมาณ 310,000,000 บาท 2. โครงการสร้างบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งลำเชียง เพื่อสร้างอาคารระบาย จำนวน 56 แห่ง งบประมาณ 995,000,000 บาท และโครงการขุดลอกลำเชียงไกรระยะทาง 122 กิโลเมตร งบประมาณ 260,000,000 บาท
ภายหลังรับฟังบรรยายสรุป นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า การดำเนินแผนการบริหารจัดการน้ำขอให้เร่งรัดดำเนินโครงการที่เร่งด่วน เกิดผลกระทบ และให้ประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมกับกำหนดพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสมโดยให้จำแนกว่าพื้นที่ไหนควรเพาะปลูกพืชชนิดไหน พื้นที่ไหนควรจะแปรรูปให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมกับแนะนำให้ใช้ข้อมูลทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้อย่างบูรณาการ ทั้งนี้ ให้ดูความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข มีความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน
สำหรับเรื่องงบประมาณที่ทางกรมชลประทานขอรับการสนับสนุนนั้น นายกรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ขอ แต่ต้องการให้ไปปรับแผนการดำเนินงาน เน้นย้ำให้ดำเนินโครงการที่ให้ผลชัดเจนภายในปี 2560 สามารถตอบสนองความต้องการ แก้ไขปัญหาของประชาชนได้ให้เร่งดำเนินการก่อน และให้ปรับระยะเวลาการดำเนินการให้สั้นลง พร้อมกับให้คำนึงถึงระบบน้ำเพื่อใช้อุปโภค บริโภค เพื่อการเกษตร และเพื่อรักษาระบบนิเวศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี