วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
29 กรกฎาคม 2569 สืบเนื่องจาก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ระบุว่า ผู้เสียหายแจ้งความท้องที่ภูมิลำเนาผู้เสียหายไม่ได้นั้น ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาถารณะ และกล่าวว่า ตาม ป.วิ.อาญา ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ในท้องที่เกิดเหตุ อ้างหรือเชื่อว่าผู้ต้องหากระทำความผิด ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 18 มีข้อยกเว้น 2 ประการ กรณีความผิดเกี่ยวกันหลายท้องที่ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 19 และอีกกรณีหนึ่ง ความผิดเกิดขึ้นนแกราชอาณาจักร ป.วิ.อาญา มาตรา 20
ที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ ไอลอว์ บอกว่า ป.วิ.อาญา ไม่มีบัญญัติว่า ผู้เสียหายกล่าวโทษในท้องที่ภูมิลำเนาผู้เสียหายไม่ได้ อาจเป็นความไม่เข้าใจกฎหมายพื้นฐาน ป.วิ.อาญา นักกฎหมายที่ทำงานและพนักงานสอบสวนเขารู้กันดีอยู่แล้ว ความผิดเกียวพันหลายท้องที่ แจ้งที่ไหนก็ได้ พิจารณาจากข้อหาที่แจ้ง ผู้เสียหายแจ้งข้อหานายยิ่งชีพ ข้อหาอะไร หากเป็นการแถลงข่าวผ่านสื่อเผยแพร่กระจายในระบบคอมพิวเตอร์ และปรากฏในราชอาณาจักรไทย ทุกท้องที่ แจ้งได้หมด เข้าข้อยกเว้น ป.วิ.อาญา มาตรา 19
ส่วนใหญ่จะแจ้งความข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษ สถานที่ทราบข้อความก็ได้ เพราะเป็นความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่และทุกท้องที่ในราชอาณาจักรเป็นท้องที่เกิดเหตุ
"ขอภาวนาผู้เสียหายเล่นพิเรนทร์ อย่าไปแจ้งความที่ในถิ่นทุรกันดารจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือสุดปลายด้ามขวานใต้สุด เช่น สุไหงโกลก หรือเบตง ก็แล้วกัน เพราะนายยิ่งชีพ จะเหนือย หากมองในแง่ดี ไปชมวิวสวยงามและทานอาการพื้นบ้าน จะได้รู้ว่า ชาวบ้านในต่างจังหวัด ลำบากขนาดไหน"
ส่วนการกล่าวหาและเปิดเผยบุคคล 9 คน รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีกูล หนึ่งในนั้น เป็นความผิดเฉพาะบุคคลและเป็นผู้เสียหายเฉพาะตัว ส่วนเหตุลักษณะคดี เขาดูเฉพาะฝ่ายผู้ต้องหา ในการร่วมกันกระทำความผิด มิใช่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายแต่ละคน สามารถแยกดำเนินคดีอาญาได้ และได้ทุกท้องที่ที่พบการกระทำความผิด ไม่มีกฎหมายห้าม หากพบในท้องที่ผู้เสียหายมีภูมิลำ้นาอยู่ เช่น จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นต้น
ไม่ได้หมายความว่า นายยิ่งชัพ แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา แล้วจะเป็นท้องที่ สน.ในท้องที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย ตั้งอยู่เท่านั้น เป็นความเข้าใจผิดของนายยิ่งชีพ เอง เพราะจาก "ยิ่งชีพ" เป็น "พลีชีพ" มากกว่า ยอมเสี่ยงภัยไปเอง โดยรู้อยู่แล้วว่า ที่ประชุมใหญ่ กกต.ยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว. แต่ห้าวเป้ง ด่วนสรุปเร็วเกินไป ทำให้สังคมปั่นป่วนสับสน ส่วนนายยิ่งชีพ จะเอาหลักฐานในสำนวน กกต.มาเปิดเผยต่อสาธารณะ อ้างพยานหลักฐานเด็ด ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ โดยเฉพาะเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ของ 1 ใน 9 รายชื่อ เป็นการตีกินทางการเมือง โจมตีการเมือง ไร้พยานหลักฐาจ
หากมีจริง กลุ่ม สว.สำรองที่ดำเนินกิจกรรมที่หน้า กกต.ทุกสัปดาห์ ก็เอามาโชว์แล้ว ไม่จำต้องรอนายยิ่งชีพ มาแย่งชิงเอาผลงาน ทั้งไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ และไม่ใช่ผู้ร้องในคดีฮั้ว สว. หากมีจริง ต้องถามกลับไปว่า พ.ร.ป.สว.ให้ยื่นคำร้องคัดค้านภายใน 3 วัน แต่นายยิ่งชีพ ไปอยู่ไหนมา ทั้งในการไต่สวนคณะกรรมการชุดที่ 26 กกต.นายยิ่งชีพ , นายพริษฐ์ ทำไมไม่นำพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ ไปให้ กกต.เข้าไปในสำนวนคดี ตอนนี้คดีอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย มันสายไปแล้ว ทั้งเหตุเกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ขณะนั้นเป็นรัฐบาลของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ มิใช่รัฐบาลนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี