วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
14 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.ที่วัดเขียนเขต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี , พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ร่วมกันประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินคดีของ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ทางดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณาในการสั่งฟ้อง
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ได้กล่าวก่อนการเข้าประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย เพื่อยุติบทบาทของหน้าที่ตนเองลง ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่จะประสานกับวัดพระธรรมกาย

ต่อมาเวลา 15.00 น.พระเทพรัตนสุธี ได้แถลงภายหลังการประชุมว่า ในประเด็นที่ดีเอสไอได้ส่งหนังสือมายังตนเองนั้น เพื่อร่วมกันให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยทางดีเอสไอพร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ได้มาประชุมร่วมกัน โดยในวันนี้เป็นครั้งการประชุมครั้งที่ 3 ที่มีการบันทึกซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ พระเทพรัตนสุธี ได้อ่านหนังสือสรุปผลการทำหน้าที่ของตนเองร่วมกับนายสมศักดิ์ เลขที่ จจปท. 95/2559 วัดเขียนเขต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ลงวันที่ 13 มิ.ย.59 เรื่องการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่งเรื่องถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสได้ โดยมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ เป็นตัวแทนรับมอบ
โดย พระเทพรัตนสุธี แถลงตามหนังสือที่ส่งให้ดีเอสไอ ว่า ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 27/2559 กรณีบุคคลหรือนิติบุคคลมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการโอน รับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด อันเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายและศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา พระเทพญาณมหามุนี ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยให้ทางจังหวัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องส่งตัวพระเทพญาณมหามุนี ดังตามระเบียบแจ้งแล้ว
พระเทพรัตนสุธี กล่าวด้วยว่า ในการนี้จังหวัดได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว กล่าวคือ ได้แต่งตั้ง นายสมศักดิ์ โตรักษา เป็นที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อประสานดีเอสไอและทางวัดพระธรรมการ เจรจาข้อตกลงต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยประชุมครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 30 พ.ค. , ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.และครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ณ วัดเขียนเขต เป็นการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ผลการประชุมปรึกษาได้ผลเป็นที่น่าพอใจได้ในระดับหนึ่ง
.jpg)
"ในวันที่ 13 มิ.ย.จังหวัดได้ทราบว่าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนสอบสวนพระเทพญาณมหามุนี กับพวก ให้กับอัยการแล้ว และอัยการก็ได้นัดในวันที่ 13 ก.ค.จังหวัดพิจารณาเห็นว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตนแล้ว อาตมาภาพพร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จึงขอยุติปรึกษาหารือ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ดังนั้น จึงขอเจริญพรมาเพื่อทราบและพิจารณาตามเห็นสมควรต่อไป" พระเทพรัตนสุธี กล่าว
นอกจากนี้ พระเทพรัตนสุธี กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีความของพระธัมมชโยในประเด็นดังกล่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางคณะสงฆ์ เป็นการฟ้องร้องกล่าวโทษในฝ่ายบ้านเมือง ซึ่งไม่ได้กล่าวโทษมาในฝ่ายคณะสงฆ์ เมื่อเป็นดังนี้แล้วอย่าเอาคณะสงฆ์เข้าไปก้าวก่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง หากมีการฟ้องในเรื่องจริยาพระสังฆาธิการ ตนก็จะดำเนินการให้ แต่คดีนี้ไม่ใช่ซึ่งตนก็ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องปฏิบัติไปตามกฎหมาย

ด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่ปรึกษา ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างคณะทำงานชุดนี้กับคณะทำงานของวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่ามีการประสานงานกันมาโดยตลอด เมื่อเราปรึกษาหารือกันอย่างไรก็จะทำบันทึกไปให้กับทางวัดพระธรรมกายทุกครั้ง ยืนยันแน่นอน และที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะทางคณะทำงานพระธัมมชโย เพื่อร่วมกันหาข้อยุติโดยความรอมชอม เข้าสู่กระบวนการที่เป็นปกติ
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ได้ให้สัมภาษณ์ ข้อตกลงเหลืออีกแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในวันที่ 14 มิ.ย.จะเป็นวันที่คณะทำงานพระธัมมชโยจะยื่นเรื่องเข้ามา แต่เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ส่งสำนวนไปยังอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของเราก็จะยุติ ขณะนี้เป็นหน้าที่ของอัยการที่จะพิจารณาเรื่องต่างๆ เราไม่สามารถไปก้าวล่วงการทำหน้าที่ของอัยการ อย่างเช่น การใช้ดุลพินิจในการประกันตัว

ขณะที่ พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อทางคณะทำงาน 3 ฝ่ายยุติบทบาทลง ข้อตกลงต่างๆ ที่เคยคุยกันมาก็มีอันต้องยกเลิกทั้งหมด ขั้นต่อไปจะต้องเป็นกระบวนการตามหมายจับ ซึ่งคือการมอบตัวและการจับกุมตัว ทั้ง 2 กรณีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพระธัมมชโยว่าจะพิจารณาอย่างไร และว่าการประสานงานกับทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ ล้มเหลว ทุกอย่างในกระบวนการเจรจาทั้งหมด แต่เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนสอบสวนไปแล้ว ทำให้เงื่อนไขต่างๆ ต้องเปลี่ยนตามไปซึ่งขณะนี้ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานอัยการ การเจรจาของคณะทำงานชุดนี้ก็ต้องยุติลง
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ตนได้รับทราบว่าสำนวนการสอบสวนได้เสร็จสิ้นพร้อมที่จะส่งอัยการแล้ว การทำงานของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายกับชุดทำสำนวนนั้นได้แยกขาดออกจากกัน เพราะฉะนั้นเมื่อพนักงานสอบสวนยืนยันถึงความพร้อมดังกล่าว ก็ต้องส่งไปยังอัยการ ส่วนการพูดคุยประสานงานของคณะทำงานชุดนี้ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้วางเอาไว้ แนวทางใดที่ถึงเป้าหมายก่อนส่วนอื่นๆ ก็ต้องยุติลง
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวถึงพระธัมมชโย ว่า ต่อจากนี้ก็เหลือเพียงการเข้ามอบตัว โดยต้องประสานงานกับอัยการไปมอบตัวที่ศาล กับอีกทางหนึ่งคือถูกจับกุม ซึ่งเป็นไปตามแนวปฏิบัติปกติของหมายจับและหมายจับก็ยังจะมีผลบังคับใช้อยู่ถึง 15 ปี และว่า สำหรับเงื่อนไขการมอบตัวแล้วจะได้รับการประกันตัวนั้น ขณะนี้ไม่มีอยู่อีกแล้ว การทำหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้เป็นการทำหน้าที่เกี่ยวกับการเจรจาเพื่อให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา สำหรับการบังคับตามหมายจับจะเป็นคนทำหน้าที่คนละส่วนกัน
"สำนวนพ้นจากชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว ขณะนี้รอแต่เพียงว่าทางอัยการจะมีความเห็นทางคดีอย่างไร หากมีความเห็นสั่งฟ้อง อัยการจะฟ้องเฉพาะผู้ที่มีตัวอยู่เท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังไม่ได้ตัวไป ทางอัยการจะยังไม่ฟ้องต่อศาล หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องครบทั้งหมด 5 ราย ก็จะสั่งการให้ทางดีเอสไอส่งตัวผู้ต้องหาไปให้" พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าว
.jpg)
ด้าน นายสมเกียรติ กล่าวว่า การดำเนินของคณะสงฆ์จะเป็นเรื่องทางวินัย ส่วนทางบ้านเมืองก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทางพระธรรมวินัย ทั้งนี้หากมีการดำเนินการคดีตามกฎหมายบ้านเมืองอยู่ การดำเนินการทางคณะสงฆ์จะต้องหยุดไปก่อน เมื่อการตัดสินทางบ้านเมืองเสร็จสิ้นแล้วทางคณะสงฆ์จึงจะนำเรื่องขึ้นมาพิจารณาตามพระธรรมวินัยต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี