วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
16 มิ.ย. 59 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) นายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. แถลงว่าร่าง พ.ร.บ.แร่ มีบทบัญญัติสาระสำคัญบางมาตรากระทบต่อสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรา 66 และมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ได้รับการคุ้มครองในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. ... ได้ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดนโยบายแร่ และแผ่นแม่บทบริหารจัดการแร่ ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแร่
ทั้งนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไงในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบการเข้าทำประโยชน์ ในการใช้ทรัพยากรเหมืองแร่ยังขาดความชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับการอนุญาตของรัฐมนตรี และอธิบดีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งร่างดังกล่าวยังได้กำหนดที่ค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งผิดหลักการ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อาจจะส่งผลต่อสิทธิชุมชน และสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงอาจจะส่งผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน
นายวัส กล่าวอีกว่า กสม.ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของชุมชน จึงเห็นสมควรมีข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติ ดังนี้ 1.ควรปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. ... และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และ 2.เร่งรัดการตรา พ.ร.บ.การส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. ... และกฎหมายว่าด้วยการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม จะส่งข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายไปยังคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี