วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กกต.พาสื่อสัญจร เลือกตั้งนายกฯ อบจ.ร้อยเอ็ด ขณะ'ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด'หวังคนมาใช้สิทธิ์ 60% เพื่อเลือกคนดีเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น เชื่อพัฒนาจังหวัดได้เติบโต ยันสภาวะอากาศไม่กระทบคนเข้าคูหา พร้อมกำชับ กปน.เข้มงวด ด้าน “ผอ.กกต.”เผย จัดเจ้าหน้าที่ดูแล 22,000 คน คาดทราบผลไม่เป็นทางการไม่เกิน 4 ทุ่ม
เมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรพาไปดูการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด โดยจุดแรกมาที่หอประชุมอำเภอธวัชบุรี เพื่อสังเกตการรับมอบวัสดุอุปกรณ์ ในการเลือกตั้ง ก่อนถึงวันจริงในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.)
โดยมีนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นางพรรณวิภา สังฆทิพย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด มาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กรรมการประจำหน่วย ซึ่งแบ่งออกเป็นสองช่วง โดยช่วงเช้าเป็นการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ 6 ตำบล 74 หน่วย ส่วนช่วงบ่าย 6 ตำบล 73 หน่วย รวม 12 ตำบล 147 หมู่บ้าน
ต่อจากนั้นนายชัชวาลย์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมสังเกตการณ์และกำชับให้กำลังใจกรรมการประจำหน่วย ว่าพรุ่งนี้ เป็นวันสำคัญที่เราต้องมาเลือกนายก อบจ. ซึ่งผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 1,060,000 คน ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% ดูจากค่าเฉลี่ยที่มาเลือกตั้งในทุกสนาม สำหรับการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลความสงบเรียบร้อยนั้น ตนได้สั่งการให้ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงทุกภาคส่วน ร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อย และอีกส่วนส่งเจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนงานของ กกต. ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นของจังหวัดบางส่วน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ซึ่งแต่ละคนก็มีความเชี่ยวชาญในด้านการเลือกตั้ง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายของ กกต. รวมถึงกรณีที่ต้องตัดสินใจหรือต้องใช้ดุลยพินิจ หากไม่มีความมั่นใจให้สอบถามกับทาง กกต.โดยตรง เนื่องจากไม่อยากให้ใช้ดุลยพินิจที่ไม่สมเหตุสมผล
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 1,060,000 คน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ขอให้สละเวลาคนละ 5- 10 นาที เพื่อจะได้มาเลือกคนที่ดีที่สุด มีคุณภาพ และได้คนที่พวกเราประชาชนยอมรับเข้ามาบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแล้ว ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าอบจ.ถือเป็นพี่ใหญ่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้ามีความเข้มแข็ง ได้คนดี มีคุณภาพ และได้การยอมรับจากประชาชน จะทำให้การพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตไปได้ทัดเทียมกับจังหวัดอื่น
ส่วนได้มีการวางแผนรับมือกับสภาพอากาศอย่างไรบ้าง นายชัชวาลย์ กล่าวว่า เท่าที่ดูคาดว่าฝนจะตกในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งฝนไม่ตกชุก ผลกระทบค่อนข้างน้อย ดังนั้น ถ้าออกมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายคิดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากมาช่วงเย็นอาจจะมีการคาบเกี่ยวบ้าง ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่นั้น เราไม่ประมาท ซึ่งทาง กกต.ได้พิจารณาสถานที่จัดเลือกตั้งที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฝนฟ้าอากาศ ส่วนเรื่องลมนั้น เราพยายามจัดหน่วยให้อยู่ภายในอาคาร จึงไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
ทางด้าน นางพรรณวิภา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จำนวนเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) รวมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยที่อยู่ในบริเวณหน่วยเลือกตั้งทั้งจังหวัด มีจำนวน 22,000 คน จาก 2,539 หน่วย ซึ่งยังไม่รวมเจ้าหน้าที่ในระดับอำเภอในการช่วยเหลือประสานงาน ทั้งอนุกรรมการประจำอำเภอ ซึ่งจะมีอำเภอละ 5 คน รวมทั้งจังหวัด มีจำนวน 100 คน และยังไม่รวมผู้ช่วยเหลือในด้านต่างๆรวมทั้งสิ้นเกือบ 1,000 คน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้
เมื่อถามว่าปัจจุบันยังมีเต็นท์หรือคูหาเลือกตั้งที่อยู่ภายนอกอาคารมีจำนวนเท่าใด นางพรรณวิภา เผยว่า ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่มีปริมาณน้อยเพียง 2% ของหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ต่างจังหวัด เราจะมีศาลาประชาคมประจำหมู่บ้านอยู่แล้ว ส่วนที่ยังมีเต็นท์ในบางพื้นที่นั้น เนื่อง จากบางหมู่บ้านยังไม่มีงบประมาณในการสร้างศาลาประชาคม แต่เรากำชับว่าต้องดำเนินการทำให้เต็นท์มีความมั่นคง ยืนยันว่า บางหมู่บ้านไม่มีพื้นที่จริงๆในการสร้างศาลาประชาคม และบางพื้นที่ไม่มีวัดที่อยู่ในหมู่บ้าน จึงมีความจำเป็นที่ยังใช้เต้นท์อยู่ ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่ผ่านมา ปริมาณคูหาที่ใช้เต้นท์ลดลงเป็นอย่างมาก เพราะทางจังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำศาลาประชาคม และเราใช้ศาลาในจุดนั้นมาเป็นหน่ววเลือกตั้งเป็นอย่างดี
เมื่อถามถึงเรื่องร้องเรียนว่า ปัจจุบันมีร้องเรียนเข้ามาแล้วกี่เรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ นางพรรณวิภา กล่าวว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเพียง 1 เรื่อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการตามระเบียบ สืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด แต่อยู่ในช่วงระยะเวลา 20 วันที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และยังขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน ย้ำว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมและให้ได้ข้อมูลที่ประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด ยืนยันว่า เราดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ภายหลังจากปิดการลงคะแนน จะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้เมื่อใด นางพรรณวิภา กล่าวว่า ช่วงเวลาที่รายงานผลการลงคะแนน จะมีการรายงานจากหน่วยเลือกตั้ง ไปยังที่ว่าการอำเภอ ซึ่งจะเป็นจุดรวมคะแนนระดับอำเภอ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยคีย์ข้อมูลหรือคะแนนระดับอำเภอลงในระบบ ส่วนโปรแกรมลงคะแนนจะทำโดยเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทั้งทำโปรแกรมด้วยตนเองและจะคีย์ข้อมูลเข้าสู่ระบบ โดยเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบข้อผิดพลาด ทั้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ จำนวนบัตรเลือกตั้ง และจำนวนผลคะแนนให้ละเอียดมากที่สุดก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลไปสู่ประชาชน ดังนั้น คาดหวังว่าจะรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการได้ไม่เกิน 22.00 น.
สำหรับข้อเน้นย้ำของผู้สมัครและประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ออกเสียงนั้น นางพรรณวิภา ระบุว่าในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขณะนี้ยังเหลือเวลาหาเสียงอยู่ จนถึงเวลา 18.00น. และกำชับว่าเมื่อถึงเวลา 18.00 น. ผู้สมัครทุกคนต้องหยุดการหาเสียง ทั้งการโพสต์หาเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดีย และต้องไม่สร้างคะแนนนิยมใดๆหลังจากหมดเวลา ส่วนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องตรวจสอบข้อมูลว่าจะต้องไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งใด รวมถึงตรวจสอบข้อมูลลำดับการใช้สิทธิ์ให้ถูกต้อง และต้องเตรียมเอกสาร บัตรประชาชน หรือบัตรที่หน่วยงานราชการออกให้ ซึ่งจำเป็นต้องมีเลข 13 หลัก รวมทั้งสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Thai ID ได้ นอกจากนี้ ทุกอำเภอเปิดให้บริการทำบัตรประชาชนแก่ประชาชน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ย้ำว่าเราอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และเมื่อเดินทางไปหน่วยเลือกตั้งทางกรรมการประจำหน่วยจะอำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงการใช้สิทธิ์อย่างสะดวกมากที่สุดทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ทุพพล ภาพ
เมื่อถูกถามว่าได้กำชับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กรณีตรวจพบบัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือไม่ นางพรรณวิภา ชี้แจงว่า การป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งใช้มาตรการประทับตราบัตรเลือกตั้งด้วยตราประทับลับที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้ประทับตราบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 1,080,000 ฉบับ ซึ่งเป็นจำนวนที่รวมบัตรสำรองด้วยสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,060,000 คน
ทั้งนี้ จะใช้เวลาดำเนินการรวม 3 วัน และยืนยันว่าเป็นการประทับตราด้วยมือทั้งหมด และเนื่องจากเป็นการประทับตราด้วยมือ จึงอาจมีบัตรบางใบตกหล่นไม่ได้รับการประทับตรา หรือเกิดความเสียหายจากการเปิดข้ามใบ หรือทำตราประทับหล่นใส่บัตรเลือกตั้งระหว่างปฏิบัติงานจึงได้กำชับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่า หากพบบัตรเลือกตั้งที่มีตำหนิ ชำรุด หรือไม่ได้รับการประทับตรา ให้เปิดข้ามไปใช้บัตรใบถัดไป พร้อมบันทึกรายละเอียดในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วย ระบุเลขที่บัตรและสาเหตุที่ไม่นำมาใช้ ก่อนนับเป็นบัตรคงเหลือ เพื่อป้องกันปัญหาในการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งหรือการทักท้วงภายหลัง โดยยืนยันว่ายังมีบัตรเลือกตั้งสำรองเพียงพอรองรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนได้ใช้สิทธิออกเสียงครบถ้วน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี