วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นข่าวอธิบดีกรมป่าไม้ “ชลธิศ สุรัสวดี” มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย “ไม่ร้ายแรง” 3 ข้าราชการสังกัด สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ของกรมป่าไม้ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกรณีเหตุลวนลามข้าราชการหญิงคนหนึ่งในสังกัดเดียวกัน ขณะเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างจังหวัด ซึ่งหลังเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแทนที่ผู้บังคับบัญชาจะช่วยปกป้องข้าราชการหญิงผู้เสียหาย แต่กลับสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และห้ามแจ้งความ โดยอ้างว่ากลัวทำให้กรมป่าไม้ เสื่อมเสีย
ผมไม่ทราบว่าคนที่อ่านข่าวนี้แล้วจะรู้สึกยังไงบ้าง
แต่สำหรับผม อดรู้สึกไม่ได้ว่า คำสั่งที่ออกมามันดูคล้ายกับ “อธิบดีกรมป่าไม้” ไม่ได้คิดจะปกป้องข้าราชการหญิงผู้เสียหายเอาเสียเลย
เพราะเมื่อคำสั่งของอธิบดีระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็นการสอบสวนวินัยที่ “ไม่ร้ายแรง” ก็ย่อมทำให้รู้สึกไม่ต่างไปจากการ “ล็อก” ผลการสอบสวนไม่ให้เป็นอื่น นอกจากความผิดทางวินัย“ไม่ร้ายแรง”
หรือเปรียบได้กับการ “ชี้นำ” ผลการสอบสวนที่จะออกมาในอนาคตนั่นเอง!
แม้คุณชลธิศจะอธิบายว่า สาเหตุที่ต้องออกคำสั่งมาเช่นนี้ เพราะเป็นข้อเสนอที่จากสำนักบริหารงานกลางกรมป่าไม้ ที่ดูแลเรื่องระเบียบวินัย ซึ่งถูกกำหนดกฎเกณฑ์มาจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ดังนั้นในเมื่อหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนดเอาไว้เป็นเช่นนี้ ผลจึงต้องออกมาเช่นนี้ แม้จะทำให้ขัดกับความรู้สึกของคนที่ได้รับทราบเรื่องนี้ก็ตาม
น่าเสียดายครับ ที่ตามข่าวคุณชลธิศไม่ได้อธิบายได้ว่าไอ้เจ้าหลักเกณฑ์ที่ว่าของ ก.พ. มันระบุไว้เช่นใด และเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่เกิดขึ้น มีตรงไหนที่บ่งชี้ว่าเป็นความผิดทางวินัยที่ “ไม่ร้ายแรง” บ้าง
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นหากพูดกันตาม “สามัญสำนึก” ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า “สามัญสำนึก” ของความเป็นคน พฤติกรรมการ “ลวนลาม”หรือ “คุกคาม” ทางเพศ ควรต้องถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง
นั่นไม่ใช่เพียงเพราะการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถนำไปสู่กรณีการ “ข่มขืน” ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยทุกวันนี้ จนมีคนต้องออกมาเดินชูป้าย “ข่มขืนเท่ากับประหาร” กันอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดเท่านั้น แต่การลวนลามและคุกคามทางเพศ ยังเท่ากับเป็นการ “ทำร้าย” ทั้งร่างกายและจิตใจให้กับผู้เสียหายจนบอบช้ำมานักต่อนักแล้ว
ผมไม่แน่ใจว่าคุณชลธิศจะรู้บ้างหรือเปล่าว่า ปัจจุบันนี้มี “ผู้หญิง”กี่คนแล้วที่ต้องตกอยู่ในความหวาดผวาสูญเสียสุขภาพจิต เพียงเพราะการถูกลวนลามทางเพศจากเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา
ดีไม่ดีเวลานี้ ข้าราชการหญิงคนนั้นก็กำลังตกอยู่ภายใต้ความรู้สึกเดียวกันนี้
ขอยืนยันครับว่า ความผิดเรื่องการคุกคามทางเพศ ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแวดวงข้าราชการ คนที่เป็น “ผู้บังคับบัญชา” จะต้องไม่ทำสิ่งที่เอื้อให้เกิดการปกป้อง “คนผิด” อย่างเด็ดขาด เพราะการกระทำเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างไปจากการสนับสนุนให้เกิดการกระทำซ้ำๆ และเกิดความผิดซ้ำซากนั่นเอง
และที่สำคัญ ย่อมไม่ต่างไปจากการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคน และศักดิ์ศรีของข้าราชการให้ดิ่งลึกจมดินลงไปอีก
ความเลวร้ายแบบนี้ อย่าต้องให้มันเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกเลยครับ อะไรที่ทบทวนได้ก็ควรต้องทบทวน
มะลิลา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี