วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
"เฉลิมพงศ์"เห็นด้วย ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน กลับสู่เกณฑ์เดิม แนะรัฐบาลเอาจริงกำจัดธุรกิจนอมินีทำลายเศรษฐกิจไทย ชี้ระยะยาวควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ยกระดับคัดกรอง นทท.เข้าประเทศ
19 พฤษภาคม 2569 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่วันนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน จำนวนกว่า 90 ประเทศ และให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 30 วัน ว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และมองว่าระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวควรอยู่ที่ 18 วันด้วยซ้ำ แต่การบ้านใหญ่ที่ขอฝากถึงรัฐบาล คือขอให้เอาจริงกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อกำจัดผู้ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพามาตรการฟรีวีซ่า แต่สามารถทำลายการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามาตรการฟรีวีซ่าระยะยาว กลายเป็นช่องโหว่ให้ชาวต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาแฝงตัวพำนัก แย่งอาชีพคนท้องถิ่น ก่ออาชญากรรม ทำธุรกิจในลักษณะนอมินี ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและไม่เคารพกฎหมายไทย ปริมาณนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามามากเกินไปสวนทางกับจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ประสิทธิภาพในการคัดกรองและควบคุมดูแลลดลง จนลุกลามเป็นปัญหาสังคม
ในขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นก็ไม่ได้สนับสนุนการท่องเที่ยวที่เน้นแต่ปริมาณ เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาล้นตลาด ก็เกิดการแข่งขันด้วยการตัดราคากันเอง แทนที่จะเป็นการแข่งขันเพื่อนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและแปลกใหม่เพิ่มมูลค่า
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางเพื่อยกระดับสู่การเป็น "Premium Destination" หรือจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เนื่องจากภูเก็ตมีต้นทุนทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่า ทะเลสวยงาม น้ำใส หาดทรายขาว ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดคนทั่วโลก ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการรักษาต้นทุนทางธรรมชาตินี้ไว้ ไม่ให้เสื่อมโทรมไปกับการท่องเที่ยวแบบไร้ทิศทาง
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำควบคู่กันคือการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยไปสู่ "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ" ที่คัดกรองคุณสมบัติและศักยภาพของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศ เพื่อดึงดูดกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เชื่อว่าแนวทางที่มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ จะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว ทั้งในแง่ของการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ การกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ และการรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี