542.jpg
จับกุม-ป้องกัน-บำบัด! โฆษกรัฐบาล แจงนโยบายปราบยาเสพติด

จับกุม-ป้องกัน-บำบัด! โฆษกรัฐบาล แจงนโยบายปราบยาเสพติด

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

5 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยปัจจุบันเครือข่ายยาเสพติดมีการเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้รูปแบบการลักลอบที่ซับซ้อนมากขึ้น และพยายามอาศัยช่องทางการคมนาคม การขนส่ง และเครือข่ายระหว่างประเทศในการกระทำความผิด รัฐบาลจึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการข่าว การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความมั่นคงชายแดน และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อปิดทุกช่องทางของเครือข่ายยาเสพติดและป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหรือฐานปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญในการประกาศศัตรูกับนักค้ายาเสพติดและขุดรากถอนโคนเครือข่ายอย่างเด็ดขาด โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นระบบเดียวกันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม


แผนปฏิบัติการครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ การเสริมความมั่นคงชายแดน การปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง การลดผลกระทบต่อประชาชน การแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด การดำเนินนโยบาย “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” และการสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติด

ผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการบูรณาการทำงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. กระทรวงมหาดไทย กองทัพ ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดได้ 16,419 เครือข่าย จับกุมผู้กระทำความผิด 203,637 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.36 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 997 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น 33 ล้านเม็ด ไอซ์ 39.4 ตัน เพิ่มขึ้น 3.8 ตันพร้อมยาอีและเคตามีนอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยึดและอายัดทรัพย์สินจากคดียาเสพติดได้แล้วกว่า 7,677 ล้านบาท สะท้อนการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติดควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากการปราบปรามแล้ว รัฐบาลยังเดินหน้าการป้องกันและบำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้ว 40,440 คน ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับ 2,970 ชุมชน และดำเนินโครงการตำรวจประสานโรงเรียนในสถานศึกษากว่า 1,537 แห่ง คัดกรองนักเรียนกว่า 1.12 ล้านคน เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที รวมทั้งโครงการครูตำรวจแดร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติดแก่เยาวชนกว่า 252,427 คน

นางสาวรัชดา กล่าว เพิ่มเติมอีกว่า  กรณีที่เกิดขึ้นกับพนักงานต้อนรับสายการบินสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลจึงต้องปรับมาตรการให้เท่าทัน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ หน่วยงานด้านการบินและหน่วยงานความมั่นคง ทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน โดยยึดหลัก Zero Trust หรือการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกันกับทุกคน เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

“การปราบปราบปรามยาเสพติดคือวาระแห่งชาติ รัฐบาลมุ่งมั่นปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดวงจรเครือข่าย การยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดผู้เสพ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน และการยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top