'ประธานกมธ.ศาสนาฯ' สยบลือ! ยันไร้วาระสอบวินัยพระธุดงค์ถูกรถชน ขออย่าทำสังคมสับสน
วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.54 น.
วันที่ 5 ก.ค.2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว กมธ.การศาสนาฯ จะทำการสอบวินัยพระธุดงค์ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารว่า ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่เคยมีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ แต่อย่างใด ข่าวที่เผยแพร่ออกไปได้สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ รวมทั้งก่อให้เกิดความสับสนในหมู่คณะสงฆ์และประชาชน ทั้งที่ภารกิจของคณะกรรมาธิการมุ่งเน้นการส่งเสริม คุ้มครอง และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ไม่ใช่การดำเนินการด้านคดีอาญา หรือการสอบสวนทางวินัยของพระภิกษุ ซึ่งเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและคณะสงฆ์
นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (30) ที่กำหนดให้มีหน้าที่ศึกษาวิจัย พิจารณา สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอุปถัมภ์ ทำนุบำรุง และคุ้มครองศาสนา ตลอดจนการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยไม่มีอำนาจในการสอบสวนคดีอาญาหรือดำเนินการทางวินัยต่อพระภิกษุแต่อย่างใด
"การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นอกจากจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมาธิการฯ และความรู้สึกของคณะสงฆ์ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสังคม จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือความแตกแยกโดยไม่จำเป็น" นางธิวัลรัตน์ กล่าว
ประธานกมธ.การศาสนาฯ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กมธ.ฯ มีกำหนดเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมพระภิกษุที่มรณภาพจากอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อร่วมแสดงความอาลัย ให้กำลังใจ และรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างเหมาะสม อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทในการส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
กมธ.ฯ จะยังคงยึดมั่นในการทำงานด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และเคารพต่อหลักกฎหมายและหลักพระธรรมวินัย พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ และประชาชน เพื่อร่วมกันธำรงรักษาพระพุทธศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความสามัคคี และความไว้วางใจของสังคมต่อไป