วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
23 ก.ย. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างเดินทางเยือนประเทศภูฐาน เพื่อติดตามความร่วมมือโครงการพระราชดำริ ว่าตนโทรศัพท์สั่งการอธิบดีกรมชลประทาน ให้เตรียมพร่องน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอรับปริมาณฝนตกชุกพื้นที่มากขึ้น ซึ่งตนมีความห่วงใยสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำยม และจังหวัดท้ายเขื่อนจะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีร่องความกดอากาศต่ำระลอกใหม่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ทำให้มีปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ ล่าสุด ที่ค่ายจิรประวัติ 1,614 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยเร่งระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,503 ลบ.ม.ต่อ วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน 7 จังหวัด และแม่น้ำน้อยไหลผ่าน เช่น คลองโผงเผง บ้านบางหลวงโดด จ.อ่างทอง บ้านบางบาล อ.บางบาล อ.เสนา ทุกตำบล จ.พระนครศรีอยุธยา และช่วงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้ผันน้ำออกฝั่งซ้าย-ขวา แม่น้ำเจ้าพระยา ออกแม่น้ำท่าจีน อีก 900 ลบ.ม.ต่อวินาที
"อธิบดีกรมชลประทาน ขออนุญาตปล่อยน้ำเพิ่ม ผมได้ย้ำให้ดูแลพื้นที่เกษตรให้ดี และ สร้างความเข้าใจกับประชาชนให้พื้นที่ ยืนยันน้ำไม่ท่วมแน่นอน ซี่งอธิบดีกรมชลฯและผม ยืนยันทุกครั้งในปีนี้ ว่า กรุงเทพและปริมณฑล ไม่ท่วมจากน้ำเหนือ ไม่มีทางท่วม กทม. เพราะ มีเขื่อนรับไว้ก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลฯ สามารถนำน้ำออกซ้ายขวาได้ และใช้ทางตรงระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะหากน้ำจะลงทะเลช้า ถ้าฝนมาอีก ก็จะท่วมได้ จึงเลือกทางตรงตามปกติช่วงนี้ของทุกปี ฝนภาคกลางจะมาก จึงต้องพร่องน้ำรอ คือ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลงทะเล โดยแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่าน กทม. รับได้ 3,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้แค่ 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น"รมว.เกษตรฯ กล่าว
ทั้งนี้ ให้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการฯ แถบลุ่มน้ำยม เฝ้าระวังช่วงวันที่ 23-24 ก.ย. นี้ คาดว่าจะมีร่องความกดอากาศต่ำที่ภาคเหนือ ฝนจะตกหนักลุ่มน้ำยมตามปกติช่วงนี้ของทุกปีโดยขณะนี้มีน้ำสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเข้าพื้นที่แก้มลิงบางระกำ ท่วมล้นตลิ่ง 70 ซม.แต่ปริมาณน้ำผ่าน อ.เมืองสุโขทัย ลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 2.35 เมตร มีน้ำไหลผ่าน 245 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมถึงฝนตกภาคกลางจะมากด้วย จึงต้องพร่องน้ำรอ รวมทั้งภาพถ่ายดาวเทียม จากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องความกดอากาศต่ำเลื่อนลงล่าง พาดผ่าน กทม.ปริมณฑล จะทำให้ฝนตกภาคกลาง ภาคตะวันออกมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มฝนภาคเหนือกำลังจะหมด ซึ่งเป็นสภาพอากาศปกติฝนภาคเหนือหมดปลายเดือน ก.ย. เลื่อนลงภาคกลาง ซึ่งภาคกลางจะหมดฝนช่วงเดือน ต.ค. เลื่อนลงภาคตะวันตก และ ภาคใต้ ต่อไป จากแนวโน้มสถานการณ์ดังกล่าว จึงต้อง เน้นย้ำให้พื้นที่แก้มลิงภาคเหนือ ภาคอีสาน ต้องเร่งเก็บน้ำ เขื่อนน้ำน้อยต้องวางแผนบริหารจัดการ
สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนใหญ่ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การได้ 1,792 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 4,058 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อย 610 ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสัก 647 ล้านลบ.ม. รวมปริมาณน้ำใช้การ 7,107 ล้าน ลบ.ม. ซี่งมากกว่าน้ำใช้การได้ ณ วันที่ 1 พ.ย. 57 ที่มี 6,777 ล้าน ลบ.ม. ซี่งจะมีน้ำทำนาปรัง หรือ นารอบสอง ส่วนที่เกิน 6,000 ล้าน ลบ.ม. จะส่งน้ำทำนารอบสองได้ประมาณ 1,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อนารอบสอง 1.2 ล้านไร่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี