วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
นับได้ว่า เป็นเรื่องน่าทึ่ง ที่เราได้เห็น คนมากกว่า 3,500 คนจากองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ (อปท.) 527 แห่งมาอยู่รวมกัน โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ร่วมใจกันสานพลังจัดการตนเอง เสริมความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น สร้างสุขภาวะในทุกมิติ”
เราได้ยินคำพูดที่เกิดจากการร่วมตัวกันในครั้งนี้ ว่า “เราอาศัยหลักให้เขาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ดีกว่าการที่เราจะไปถ่ายทอดความรู้ให้เขาไปทำเพียงอย่างเดียว เพราะการเรียนรู้ไปแก้ไขปัญหาไป และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จะให้รูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนกว่า เราไม่ได้หวังเป้าหมายว่าจะต้องสำเร็จทั่วทุกแห่งภายในกี่ปีเพราะเราคิดว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องอาศัยอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ และอาศัยทุนศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เรียนรู้ที่จะไปพึ่งพาคนอื่น หรือไปชี้แนะว่าจะไปพึ่งคนอื่นได้อย่างไร แต่เป็นการให้เขาเรียนรู้ที่จะไปจัดการด้วยตนเอง” ผู้ที่กล่าวคือ นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส.
ในงานนี้ รศ.ดร.ขนิษฐา นันทบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ได้สรุปภาพรวมว่า ทำให้ได้เกิดความร่วมมือในพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการสร้างชุมชนสุขภาวะทั้งประเทศ ขณะที่การร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันเพื่อแก้ปัญหาที่เป็นวาระของประเทศมี 7 ประเด็น อันนำไปสู่ 21 เป้าหมายของการขับเคลื่อน ดังนี้ 1.การควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยผู้นำไม่สูบและนำพาให้สมาชิกในชุมชนลด ละเลิก ยาสูบ และทุกคนร่วมเป็นนักรณรงค์ 2.การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยกำหนดมาตรการของชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้ดื่มให้ลดละเลิก พร้อมชวนให้สมาชิกในชุมชน มีบทบาทในการรณรงค์ “ลดเมา เพิ่มสุข” 3.ระบบอาหารชุมชน โดยทุกครัวเรือนลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ด้วยการสร้างอาหารที่ปลอดภัยได้เอง 4.การพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยโดยชุมชนท้องถิ่น เน้นส่งเสริมบทบาทให้ศูนย์พัฒนาครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของบริการสาธารณะของ อปท. 5.การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน โดยพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชนให้เป็นนักรณรงค์ของชุมชนและมีจิตอาสา 6.การจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน โดยทุกชุมชนท้องถิ่นมีการจัดการน้ำด้วยตัวเอง และส่งเสริมให้เพิ่มพื้นที่ป่าและลดมลพิษ 7.ระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น โดยผู้สูงอายุทุกคนต้องได้เข้าโรงเรียนผู้สูงอายุตลอดชีพ ผู้สูงอายุที่ป่วย พิการติดเตียง ต้องได้รับการดูแล บ้านและที่สาธารณะต้องเอื้อให้ผู้สูงอายุมีอิสรภาพในการดำเนินชีวิต
นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผนสุขภาวะชุมชน สสส. บอกถึงทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจนับจากนี้ว่า เราจะสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญใน 7 ประเด็นที่กำหนดไว้ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยท้องถิ่นไหนสมัครใจที่จะเรียนรู้เรื่องอะไรก็ให้ไปจับคู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นนั้นๆ ซึ่งขณะนี้เราจับคู่กันได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะให้ระยะเวลาทำงาน 2-3 ปี และถ้าเกิดประสบความสำเร็จเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ก็จะปรับสภาพไปเป็นผู้นำเพื่อขยายผลต่อไป ทุกวันนี้อปท.เปลี่ยนไปมาก จากการที่มองเพียงว่าเขาจะต้องได้อะไร กลายเป็นการที่มองว่าเขามีอะไรที่จะให้กับชุมชนได้บ้าง ตรงนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแนวความคิดด้านการพัฒนาของเขา
สำหรับ ความประทับใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เสียงส่วนใหญ่เปิดเผยถึงความประทับใจที่มีต่องานนี้ว่า ได้มาเห็นวิธีคิดในการแก้ปัญหาของแต่ละท้องถิ่น ทำให้ทราบว่าสิ่งที่เคยทำมานั้นยังไม่ถูกวิธี ซึ่งพอมารับรู้กระบวนการจากเวทีนี้ทำให้เข้าใจถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา และรู้สึกมีแรงผลักดันในการทำงานมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำแนวทางการดำเนินงานของแต่ละประเด็นไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป
โดย ปานมณี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี