Logo วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
รายงานพิเศษ : 5ปี‘APTERR’องค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินฯ เน้นทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนองค์กรสู่ความอย่างเข้มแข็ง

รายงานพิเศษ : 5ปี‘APTERR’องค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินฯ เน้นทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนองค์กรสู่ความอย่างเข้มแข็ง

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : ชาญพิทยา ฉิมพาลี ทำงานเชิงรุก องค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินฯ APTERR
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

แอปเตอร์ (APTERR) องค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม เผยผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา 
หลังจากมีการจัดตั้ง แอปเตอร์ (APTERR) ขึ้นตามความตกลงการสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR Agreement) ซึ่งลงนามรับรองโดยรัฐมนตรีด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอาเซียน 10 ประเทศ รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งไทยก็ได้รับความไว้วางใจให้มีการจัดตั้งสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR) ขึ้นในประเทศไทย โดยหวังให้เป็นหน่วยงานกลางทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ และมติของคณะมนตรีแอปเตอร์ (APTERR Council) ภายใต้การทำหน้าที่สำคัญประสานความช่วยเหลือให้แก่สมาชิก ในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญของโลกโดยประเทศไทยได้ออกกฎหมายคุ้มครองแอปเตอร์ (APTERR) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานสำรองข้าวบริโภคยามเกิดภัยพิบัติในประเทศอาเซียน+3 ส่งผลให้สำนักเลขานุการแอปเตอร์ มีสถานะเป็นนิติบุคคล รวมทั้งได้รับความคุ้มครอง และได้รับเอกสิทธิ์บางประการจากประเทศไทย

นายชาญพิทยา ฉิมพาลี ผู้จัดการทั่วไป สำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR) เปิดเผยว่า แอปเตอร์ เป็นองค์กรความร่วมมือในระดับภูมิภาคของอาเซียนบวกสาม มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองข้าวไว้สำหรับบริโภค เมื่อเกิดความจำเป็นกรณีภัยพิบัติฉุกเฉิน และเพื่อมนุษยธรรม อันเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของประชาชนในประเทศสมาชิก รวม 13 ประเทศ โดยได้พัฒนามาจากกลไกการสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียน หรือ ASEAN Emergency Rice Reserve (AERR) ภายใต้ความตกลงการสำรองอาหารแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Food Security Reserve (AFSR) ซึ่งลงนามในปี 2522 ระยะนั้นได้มีการร่วมกันระดมข้าวสารสำรองไว้ยามฉุกเฉินในระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวนรวมทั้งสิ้น 87,000 ตัน ต่อมาจนกระทั่งปี 2546 ได้มีการขยายขอบเขตสมาชิก รวมอีก 3 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้โครงการนำร่อง EAERR หรือ East Asia Emergency Rice Reserve ทำให้ปริมาณข้าวสารสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 787,000 ตัน โดยจำนวน 700,000 ตันมาจากประเทศบวกสามที่เพิ่มเข้ามา จนในที่สุดเห็นว่าความร่วมมือสำรองข้าวก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากแก่ประชาชนของประเทศสมาชิก จึงพัฒนา EAERR ให้เป็นองค์กรที่มั่นคงถาวร ซึ่งตามความตกลงที่ทำขึ้น ณ ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย รวมทั้งการประชุมที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้เกิดสำนักงานแอปเตอร์ขึ้นในประเทศไทยเป็นทางการตั้งแต่ ปี 2556


โดยองค์ประกอบหรือกลไกหลักในการทำงานของแอปเตอร์ ได้แก่ (1) องค์คณะบริหารสูงสุดที่เรียกว่า คณะมนตรี (APTERR Council) ประกอบไปด้วยผู้แทนประเทศสมาชิกที่เป็นข้าราชการอาวุโส ทำหน้าที่ควบคุมกำกับและตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ มีการประชุมกันปีละ 1 ครั้ง (2) กองทุนแอปเตอร์ (APTERR Fund) เป็นเงินสะสมที่ประเทศสมาชิกบริจาคตามข้อตกลงเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสำนักเลขานุการแอปเตอร์ (3) ระเบียบข้อบังคับต่างๆ (Rules and Procedures) เช่น ข้อบังคับด้านการบริหาร ด้านการเงิน ด้านการระบายและเติมเต็มข้าว เพื่อใช้เป็นแนวทางและควบคุมกำกับการดำเนินงานของสำนักเลขานุการแอปเตอร์ (4) สต๊อกข้าวในรูปสัญญา หรือ earmarked รวม 787,000 ตัน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องสำรองไว้ในแต่ละประเทศ

นายชาญพิทยา กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการดำเนินงานของแอปเตอร์นั้น หลักๆ คือ การสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารและช่วยเหลือประเทศสมาชิกของแอปเตอร์ ประกอบไปด้วย 3 รูปแบบ (Tier) คือ Tier 1 เป็นการสำรองข้าวสารไว้สำหรับการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน จัดเป็น Earmarked Reserve ประเภทที่ 1 Tier 2 เป็นการสำรองข้าวสารไว้สำหรับการทำสัญญาซื้อขายเมื่อขณะหรือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว จัดเป็น Earmarked Reserve ประเภทที่ 2 และ Tier 3 เป็นการระดมข้าวโดยการบริจาคข้าวสารหรือตัวเงิน เพื่อจัดหาข้าวสารตามความสมัครใจเพื่อช่วยเหลือประทศสมาชิกแบบให้เปล่ากรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน หรือเพื่อมนุษยธรรม จัดเป็น Stockpiled Reserve ซึ่งผลการดำเนินงานช่วยเหลือนับตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นการระดมข้าวสารตาม Tier 3 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในประเทศสมาชิกที่ประสบภัยธรรมชาติ เช่น ในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ตัน โดยผู้บริจาคที่สำคัญ คือ ไทย ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม 
(APTERR) ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากประเทศสมาชิกด้วยดีตลอดมา อีกทั้งประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าร่วมจัดตั้งแอปเตอร์ นอกเหนือจากเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจและมิตรไมตรีจิตพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือเพื่อนบ้านด้านความมั่นคงทางอาหารในฐานะเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวและส่งออกรายใหญ่ของโลกแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นการช่วยบริหารจัดการโควตาข้าวเพื่อส่งออกจำหน่ายในตลาดอาเซียนบวกสามของไทย ได้อีกถึงปีละ 15,000 ตัน ซึ่งอนาคตจะมีการเพิ่มปริมาณสำรองให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ด้านการตลาดของประเทศที่เชื่อมโยงกับมาตรการด้านการตลาดข้าวของรัฐ สำหรับการนำเอาข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรงเข้ามาเก็บสำรองไว้สำหรับขาย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับราคาที่เป็นธรรมจากการขายข้าวเปลือก ซึ่งนำไปสู่ราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้น เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ผลิตข้าวอย่างแท้จริง

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเลขานุการแอปเตอร์ โทร. 0-2579-4816, 
0-2579-4817 หรือ www.APTERR.org

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมแข่งขันขี่ม้าเอเชียนเกมส์ สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ทัพไทย

เปิดคำจารึกบนแหวนทองคำ อายุ 2,000 ปี หลังขุดพบจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เพชรบุรี

ตม.3 ทลายรัง! เจ้าพ่อสแกมเมอร์โสมขาว ‘บริหารเว็บพนัน’ เงินหมุนเวียนพันล้าน

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved