รายงานพิเศษ : เร่งวางแนวทางเผยแพร่ประชาสัมพันธ์‘ตรวจวัดคุณภาพน้ำ-อากาศ’ จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคประชาชน

รายงานพิเศษ : เร่งวางแนวทางเผยแพร่ประชาสัมพันธ์‘ตรวจวัดคุณภาพน้ำ-อากาศ’ จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคประชาชน

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ภาคอุตสาหกรรม” มีบทบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า “ภาคอุตสาหกรรม” ก็ถือเป็นแหล่งปลดปล่อยมลพิษที่สำคัญ ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนที่อยู่รอบสถานประกอบการและระบบนิเวศน์ขาดความสมดุล ต้องใช้เวลาในการเยียวยาแก้ไข

ดังนั้น การวางแนวทางการบริหารจัดการหรือควบคุมการระบายมลพิษน้ำและอากาศ จึงต้องอาศัยกระบวนการหลายด้าน หลายมิติ นอกจากจะอาศัยข้อบังคับหรือหลักกฎหมายแล้ว การส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นกระบวนการหนึ่งในการที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน และสามารถอยู่ร่วมกันกับประชาชนได้อย่างมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี จึงได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่ “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” นำมาศึกษาและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะด้าน “การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการ


นายศิระ จันทร์เฉิด ผู้อำนวยการส่วนเตือนภัยมลพิษโรงงานกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้จัดทำข้อเสนอแนะเรื่อง “การกำหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ” มอบให้แก่รัฐบาล ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 รับทราบข้อเสนอแนะดังกล่าว พร้อมกับมอบหมายให้ “กระทรวงอุตสาหกรรม” เป็นหน่วยงานหลักไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว

ทั้งนี้จากผลการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยในหลักการ ในการกำหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ พร้อมกับวางแนวทางในการดำเนินการติดตั้งระบบรายงานผลเป็น 2 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ให้หน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการระบายมลพิษ เป็นผู้ติดตั้งระบบรายงานแสดงผลในพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่เหมาะสม 2.ให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ระบายมลพิษ เป็นผู้ติดตั้งระบบรายงานแสดงผลในบริเวณหน้าโรงงานหรือพื้นที่แหล่งชุมชนที่ใกล้โรงงาน

นอกจากนี้ ยังเห็นควรจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้แทนชุมชนในพื้นที่โรงงานหนาแน่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการโรงงาน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน

นายศิระ กล่าวต่อว่า จากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมอุตสาหกรรม จึงได้จัดการประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้เสียในภาคอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 ซึ่งมติที่ประชุมได้แสดงความเห็นด้วยในหลักการให้มีการดำเนินการติดตั้งระบบรายงานแสดงผลดังกล่าว และเห็นควรให้หน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการระบายมลพิษ เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบให้สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง และมีความสม่ำเสมอในการแสดงค่าการระบายมลพิษจากโรงงาน

ขณะที่ในส่วนของภาคประชาชน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดซึ่งมีที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยจังหวัดระยอง จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในระหว่างวันที่20-22 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมมาร่วมประชุมหารือทั้งสิ้น 334 คน ซึ่งในการประชุม ได้มีการบรรยายนำเสนอความเป็นมาโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงานและสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งผลจากการรับฟังความคิดเห็นและตอบแบบสอบถามในที่ประชุม พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 93 เห็นด้วยที่จะให้หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลด้านการระบายมลพิษ เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งระบบรายงานผลเพื่อให้เกิดความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

โดยหลังจากนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะดำเนินการสรุปรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด เพื่อนำเสนอกลับไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีให้ความคิดเห็นและพิจารณาสั่งการ ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมเชื่อมั่นว่าการกำหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะดังกล่าวนี้ นอกจากเป็นช่องทางหนึ่งในการเปิดเผยค่าการระบายมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมต่อประชาชน ชุมชน และสาธารณชนแล้ว ยังจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งด้านการกำกับดูแล ด้านการสร้างความเชื่อถือต่อภาคส่วนทั้งสามภาคส่วน คือ ผู้ประกอบการโรงงาน ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนสามารถลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนและโรงงานให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top