พสกนิกรเนืองแน่น!ถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย'ในหลวง' (ประมวลภาพ)
วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.44 น.
27 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. บรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และบริเวณท้องสนามหลวงยังคงมีประชาชนจำนวนมากแต่งกายด้วยชุดสีดำและสีขาวไว้ทุกข์อย่างสุภาพ โดยบริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนต่างต่อแถวเข้าคิวเข้าไปภายในศาลาสหทัยสมาคม เพื่อที่จะเข้าไปสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามสมุดหลวง เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพ และเมื่อเข้าด้านในพระบรมมหาราชวังให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และอยู่ในกิริยาที่สำรวม โดยประชาชนที่เดินทางมาต่างมีความตั้งใจเข้าไปสักการะพระบรมศพ และจะน้อมนำคำสอนไปสอนแก่ลูกหลานต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และพระบรมมหาราชวังได้ตามปกติ โดยวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมชมได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. โดยเข้าที่ประตูวิเศษชัยศรี ส่วนผู้เข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อนุญาตให้ทางประตูมณีนพรัตน์ และให้ออกทางประตูวิมานเทเวศร์ และประตูเทวาภิรมย์ ทั้งนี้ หากประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหลัง เวลา 16.00 น. อนุญาตให้เข้าทางประตูวิเศษชัยศรีแทน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศจิตอาสาจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงเหล่าดาราที่มาแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ บริเวณท้องสนามหลวงมีประชาชนเข้าแถวเพื่อรับของจำนวนมาก

นางสาวพรจิตร์ เลาหสุรโยธิน อายุ 64 ปี กรรมการมูลนิธิสิริวัฒนา เชส เชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวภายหลังลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ตลอดระยะเวลา 18 ที่ทำงานเป็นจิตรอาสาในมูลนิธิฯ ก็เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงสัมผัสได้ถึงพระบารมีของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรที่มาเข้าเฝ้าทำให้รู้สึกปลื้มปิติ นอกจากนี้ พระองค์ยังเสด็จไปช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ถึงแม้ถนนหนทางจะยากลำบากก็ทรงพระดำเนินเข้าไป และบางครั้งทรงรถจิ๊บเอง จะหาใครเสมอเหมือนคงไม่มีอีกแล้ว โดยเฉพราะโครงการในพระราชดำริ 4 พันกว่าโครงการที่พระองค์ทรงคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆให้คนไทยมีความอยู่ดีกินดีขึ้น ส่วนตัวนั้นได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน คือพอเพียง พอมี พอใช้ ช่วยเหลือสังคม ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็ขอให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สรวงสวรรคชั้นสูงสุด และขอให้เทวดาคุ้มครอง พระองค์จะอยู่ในใจข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

ด้านนางแพท บราวน์ (Missis Pat Brown) สัญชาติแคนาดา ที่ปรึกษา NGO ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตนประจำอยู่ประเทศไทย( จ.เชียงใหม่) พร้อมครอบครัวมา 3 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต แล้วทำได้ยินและได้เห็นเรื่องราวของพระองค์ท่านอย่างมากมาย พระองค์ไม่ใช้เป็นแค่กษัตริย์ ทรงเป็บบุคคลที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้ ท่านทรงมีความเอื้ออาทรต่อประชาชน ทุกที่ที่ลำบากท่านก็ไปถึงเป็นอะไรที่ประทับใจมาก ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านรักประชาชนของท่านแล้วตนรู้สึกประทับใจ เพราะพ่อบางคนยังไม่มีความรักแบบนั้นลูกได้ จึงเข้าใจและซาบซึ้งใจว่าทำไมคนไทยถึงรักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากขนาดนี้

นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหารสำนักงานใหญ่ และผู้บริหารสาขา ทั่วประเทศ บ.เทสโก้โลตัส กว่า 300 คน และ ผศ.ดร.จันทร์จิรา วงศ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียน จ.นครปฐม พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ และคณะนักศึกษาชั้นปีที่1-4 กว่า 500 คน เข้าแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้ออาหาร ผลไม้ ขนมหวาน น้ำดื่ม ให้ข้าราชบริพารในกองงานส่วนพระองค์ และหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ นำมาแจกจ่ายประชาชน ที่เดินทางมาลงนามถวายความอาลัย และสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ บนศาลาสหทัยสมาคม ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 สำหรับเมนูอาหารพระราชทานในวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้า โจ๊กหมูสับ ตับหมู พร้อมนมกล่องหนองโพ มื้อกลางวัน ข้าวมันไก่ เย็นตาโฟ น้ำสมุนไพร บ่ายเป็นขนมไทย เค็กกล้วยหอม แซนวิช น้ำสมุนไพร มื้อเย็น ข้าวสวยผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวไก่ทอดกระเทียม หมูทอดกระเทียม พร้อมน้ำดื่ม