Logo วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
เปิดสักการะพระบรมศพ  หมื่นคนต่อวัน  เบื้องหน้าพระบรมโกศ

เปิดสักการะพระบรมศพ หมื่นคนต่อวัน เบื้องหน้าพระบรมโกศ

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : เปิดสักการะพระบรมศพ พสกนิกรตั้งใจรอคิว
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เปิดสักการะพระบรมศพ

หมื่นคนต่อวัน
 
เบื้องหน้าพระบรมโกศ

พสกนิกรตั้งใจรอคิววันแรก

ปักหลักค้างคืนสนามหลวง

ย้ายจุดรับบัตรไปฝั่งศาลฎีกา

สปน.เล็งแจกข้าวถุงที่ระลึก

เมื่อเวลา 11.03 น.วันที่ 28 ตุลาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารครบ 15 วัน ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นวันที่สิบห้าของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และวันที่สองของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 15 วัน

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร


ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน สวดถวายพรพระ จบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ถวายพระธรรมเทศนา แสดงพระธรรมเทศนา

ต่อมา พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร แสดงพระธรรมเทศนา ถวายพระธรรมเทศนาจบ พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์อีก 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯกลับ

“สมเด็จพระเทพฯ”เสด็จฯ

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 06.59 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชทานฉันเช้าแด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบหน้าพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หน้าพระแท่นภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วทรงประเคนภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาส และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ทั้งนั้นสดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา แล้วเสด็จฯทรงจุดธูปเทียนกระบะมุขหน้าเตียงพระพิธีธรรม เพื่อสวดพระอภิธรรมชุดแรกของวัน แล้วเสด็จฯกลับ

ยอดลงนามอาลัย15วัน 4.7แสนคน

ส่วนบรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอเข้าแถวถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าสักการะและลงนามสมุดหลวงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นวันสุดท้าย ก่อนเปิดให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เวลา 08.00-21.00น.ทุกวัน โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 07.50น.

กระทั่งเวลา 16.00 น.สำนักพระราชวังปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รวมมีประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพจำนวน 44,143 คน รวมตั้งแต่วันที่ 15-28 ตุลาคมมีทั้งสิ้น 475,209 คน สำหรับยอดเงินที่ประชาชนถวายร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลวันนี้มีทั้งสิ้น 1,531,038 บาท รวมยอดเงินถวายทำบุญตั้งแต่วันที่ 14-28 ตุลาคมมีจำนวน 11,465,297.25 บาท

ปักหลักค้างสนามหลวงรอคิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนบางส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้เข้าสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงความชัดเจนในการแจกบัตรคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศในวันที่ 29 ตุลาคมวันละ 10,000 คน พอทราบว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดให้รับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 08.00 น. หลายคนปรับแผนนอนค้างคืนที่สนามหลวง เพื่อจะได้เป็น 1 ใน 10,000 คน

เมนูพระราชทานข้าวเหนียวหมู-ผัดไท

ส่วนที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ข้าราชบริพารในกองงานส่วนพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมารและหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ นำอาหารมาแจกให้ประชาชนที่เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยที่ศาลาสหทัยสมาคม โดยเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ มื้อเช้า เป็นข้าวเหนียวหมูปิ้ง มื้อเที่ยง ข้าวเป็ดพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวหมี่ปลา ส่วนมื้อเย็น เป็นผัดไท

เพิ่มปริมาณอาหารรอบละ5-6พันชุด

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สำหรับวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก จึงเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้นในส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็น รอบละ 5-6 พันชุด โดยช่วงเช้าเป็นเส้นหมี่กระเพาะปลา มื้อกลางวัน ขนมจีบซาลาเปา ศิริวรรณ ผัดไทยกุ้งสดแบคแคนยอน ส่วนอาหารว่างช่วงบ่าย เป็นขนมไทยหลากชนิด พร้อมน้ำสมุนไพร และมื้อเย็น เป็นข้าวราดพะแนงไก่-หมู นอกจากนี้ สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยสุขภาพและสภาวะจิตใจของพสกนิกรจึงรับสั่งให้แผนกแพทย์ในพระองค์เข้าไปสมทบกับกองแพทย์หลวงอีกจำนวนหนึ่ง โดยการตั้งเต้นท์คอยดูแลรักษาประชาชนที่ล้มป่วย บริเวณประตูวิมานเทเวศร์ ตรงข้ามลานจอดรถกองพระราชพิธี

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯพระราชทานแพทย์

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิ 5 ธันวามหาราชเปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากรพ.จุฬาภรณ์มาให้บริการประชาชน โดยจะให้บริการทุกวันจันทร์ พุธและศุกร์ โดยเฉพาะวันที่ 29 ตุลาคมที่คาดจะมีพสกนิกรมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก จึงอาจเสริมกำลังหน่วยแพทย์จากรพ.วิชัยยุทธเพื่อให้บริการทั่วถึง นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่นำอาหารและเครื่องดื่มพระราชทานมาแจกพสกนิกรที่มาร่วมถวายความอาลัยด้วย 3 มื้อ อาทิ ข้าวหมูทอดกระเทียม ข้าวทอดมันปลากราย และน้ำผลไม้กล่องพร้อมดื่มของดอยคำ

ทูตจีนร่วมแจกอาหารที่สนามหลวง

ส่วนที่สนามหลวง นายหนิง ฟุ่ ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมภริยา นำเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครทูตจีนประจำประเทศไทยตั้งเต็นท์แจกอาหารให้ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นแซนวิชกับน้ำผลไม้ 5,000 กล่อง โดยนายหนิง ฟุ่ ขุย กล่าวผ่านล่ามแปลภาษาว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีมิตรไมตรีและสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีและชาวจีนอย่างดีเยี่ยม ทางสถานทูตจีน ซึ่งมีตนเป็นตัวแทนของชาวจีน ขอแสดงความเสียใจกับคนไทยทุกคน เราก็เหมือนพี่น้องกันจะจับมือกันไว้แล้วก้าวผ่านไปให้ได้ จะคอยให้กำลังใจเสมอ เมื่อคนจีนทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ต่างโศกเศร้าสลดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่แพ้คนไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่นับถือของตนและชาวจีน

พร้อมรับคลื่นพสกนิกร29ตค.

ขณะที่หลายหน่วยงานซักซ้อมความพร้อมรองรับคลื่นมหาชนที่จะเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังสำนักพระราชวังออกประกาศกรณีมีพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป เวลา 08.00-21.00 น.ของทุกวัน

โดยพล.อ.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)แถลงหลังประชุม กอร.รส.)ประจำวันว่า ทุกหน่วยงานพร้อมรับประชาชนที่เดินทางกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทวันที่ 29 ตุลาคมเป็นวันแรก ทั้งการอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการการจราจรโดยรอบ คาดว่าวันแรกประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก

แนะทยอยมายังมีเวลาอีก1ปี

สำหรับการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพที่สำนักพระราชวังกำหนดจำนวนวันคือ วันละ 10,000 คน ใช้ระบบแจกบัตรคิว 1 คนต่อ1บัตร แต่จะประเมินสถานการณ์และปรับแผนให้เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบพระบรมศพได้ทุกคน ยืนยันว่าการจัดระบบบัตรคิวจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของสถานที่ อยากให้ประชาชนทยอยเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ เพราะยังมีเวลาอีก 1 ปี ไม่ใช่ 100 วันตามที่มีกระแสข่าว

ย้ายจุดรับบัตรคิวไปฝั่งศาลฎีกา

พล.อ.พงษ์สวัสดิ์ยังกล่าวถึงการจัดคิวให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพว่า เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ต้องรอนาน รับคิวแล้วสามารถออกไปผ่อนคลายได้ไม่ต้องนั่งรอคิวทั้งวัน ทั้งนี้ ขอให้ฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่จะได้ไม่ช้า สำหรับวันที่ 29 ตุลาคมจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องต้นเฉลี่ยวันละ 7,000-10,000 คน รวมคนที่กระทรวงมหาดไทยจัดมาจากต่างจังหวัด 3,000 คน ซึ่งจะเป็นคนที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาเอง ทางกอร.รส.จะประเมินจำนวนคนที่ให้เข้าเคารพพระบรมศพต่อวัน ทั้งนี้ กอร.รส.จะเปลี่ยนจุดรับบัตรคิวจากเดิมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป

“วันที่ 29 ตุลาคม สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าเคารพพระบรมศพตั้งเเต่เวลา 08.00-21.00 น. ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะมีพระราชพิธี 4 รอบ เมื่อหักเวลาพระราชพิธีออกไปแล้วจะเหลือเวลาในการเข้าถวายสักการะ 8 ชั่วโมง ซึ่งจากการคำนวณของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นรอบละ 70 คน ใช้เวลา 5 นาที ดังนั้น 1 ชั่วโมงจะได้ 840 คน เมื่อรวม 8 ชม.จะได้ 6,720 คน และอาจขยายเวลาให้ยืดหยุ่นเพิ่มเติมเพื่อรองรับประชาชนให้ได้ 10,000 คนต่อวัน”พล.อ.พงษ์สวัสดิ์กล่าว

แจงขั้นตอนถวายสักการะ

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวัง ออกประกาศแจ้งเส้นทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า หลังจากนั้นเมื่อรับบัตรคิวแล้ว ให้ตั้งแถวรอเข้าเขตพระบรมมหาราชวัง 4 แถว อาจใช้เวลา 3 ชั่วโมงหลังรับบัตรคิว จึงแจ้งให้ประชาชนเตรียมหมวก แว่นกันแดด ร่ม เสื้อกันฝน รวมถึงยารักษาโรคประจำตัว ยาดมและน้ำดื่มระหว่างเข้าแถว โดยเปิดให้เข้าทางประตูวิเศษไชยศรีผ่านประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถึงประตูกำแพงแก้วด้านตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดแถวเพื่อให้ประชาชนเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ จากนั้นให้เดินผ่านประตูกำแพงแก้วด้านตะวันออก เพื่อขึ้นสู่พระที่นั่งฯ ด้านมุขตะวันออกของพระที่นั่ง และถวายสักการะพระบรมศพ

กราบพระบรมศพ1ครั้งไม่แบมือ

เมื่อเข้าสู่ภายในพระที่นั่งฯ ตรงหน้าพระศพ ให้กราบพระบรมศพ 1 ครั้งโดยไม่แบมือ จากนั้นให้กราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่ประดิษฐานใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3 ครั้ง เสร็จแล้วให้ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททางมุขด้านเหนือ เลี้ยวซ้ายออกประตูกำแพงแก้วด้านตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นให้เดินออกจากพระบรมมหาราชวัง สู่ถนนมหาราช ทางประตูศรีสุนทรและประตูเทวาภิรมย์ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้ขอความร่วมมือทุกคนห้ามบันทึกภาพใดๆ

ย้ำปิดถนน27เส้นทาง29-30ตค.

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.รองบช.น.) เปิดเผยว่า วันที่ 29-30 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเริ่มปิดการจราจรในเส้นทางต่อเนื่องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 07.00น.ใน 27 เส้นทาง ดังนั้น เพื่อลดปัญหาการจราจร บช.น.จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพใช้ระบบขนส่งสาธารณะจะได้รับความสะดวกมากกว่า โดยจะมีรถชัตเทิลบัสบริการรับ-ส่งมายังจุดเชื่อมต่อได้แก่ สถานีหัวลำโพง ขนส่งหมอชิต สายใต้เก่า ขนส่งเอกมัย นอกจากนี้ ยังจัดจุดจอดรถบริเวณชานเมือง ได้แก่ เมืองทองธานี ถนนพุทธมณฑลสาย1 พื้นที่ก่อสร้างห้างบางกอกมอลล์แยกบางนา เซนทรัลเวสต์เกตบางบัวทอง และสโมสรตำรวจ ซึ่งประชาชนสามารถใช้บริการรถชัตเทิลบัสที่ ขสมก.จัดไว้บริการเพื่อเดินทางเข้ามายังบริเวณท้องสนามหลวง

สำหรับรถบัสที่มารับส่งประชาชนเป็นหมู่คณะ เมื่อส่งคนลงแล้วให้วนรถออกไปพักคอยตามจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ 6 จุด ได้แก่ ขนส่งสายใต้เก่า ริมถนนพุทธมณฑลสาย 1 และ 2 บนถนนราชพฤกษ์ระหว่างถนนบรมและถนนเพชรเกษม บริเวณถนนกาญจนาภิเษกตัดใหม่จากแยกไฟฉายออกถนนกาญจนาภิเษก และถนนกาญจนาภิเษกช่วงระหว่างถนนเพชรเกษมกับถนนบรมราชชนนี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH.

ศตส.กำหนดคิววันละหมื่นคน

เช่นเดียวกับ ที่ทำเนียบฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.)แถลงหลังประชุม ศตส.ว่า ยังยึดแผนเตรียมพร้อมจัดระเบียบประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพตามหลักการเดิม แต่จะยืดหยุ่น ในส่วนผู้ที่เดินทางเข้ากราบบังคมพระบรมศพ ซึ่งจะปรับตามสถานการณ์

“สำหรับจำนวนคนที่จะเปิดเข้าถวายบังคมพระบรมศพยังอยู่ที่ 10,000 คนต่อวัน ให้เข้าเที่ยวละ 70 คน ถ้ายังมีตกค้างจะใช้หลักยืดหยุ่น ถ้าถือบัตรอยู่ที่ 10,000 คน จะพยายามให้เข้าตามกำหนด แม้เวลาอาจเลยไปบ้าง และถ้าเลย 10,000 คนไปแล้ว ยังมีเวลาเหลือจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเพิ่มเติม ซึ่งเราจะยึดหลักให้ประชาชนเข้าได้มากที่สุด”นายสุวพันธุ์กล่าว

ระบบขนส่งเน้นความปลอดภัย

และว่า ขอให้ประชาชนทยอยเดินทางมาเพราะยังมีเวลาอีกมาก ทั้งนี้เรื่องบัตรคิว กอร.รส.เป็นผู้กำหนดซึ่งมีระบบอยู่แล้ว ส่วนการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนนั้น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)จะเพิ่มจำนวนเที่ยวรถให้อีก 10% รวมถึงที่จอดรถเพิ่มเติม และปรับ 8 จุดจอดรถเดิมให้เหมาะสม นอกจากนี้ จะเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะการนำเรือขนาดใหญ่ที่จุคนได้ 400 คนมาให้บริการจากท่าเรือสาธรมายังท่าช้างต้องเน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ

สปน.แจกข้าวหมื่นถุงเป็นที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบันทึกข้อความ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)ร่วมจัดเตรียมของที่ระลึก ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสปน. ปฏิบัติราชการแทนปลัดสปน.ใจความว่า จากกรณีสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ มีนโยบายจะมอบของที่ระลึกให้ประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559-21 มกราคม 2560 เป็นข้าวเปลือกบรรจุถุง 1 หมื่นถุงต่อวัน

4จว.แรกเข้ากราบพระบรมศพ

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงแผนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนต่างจังหวัดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมว่า มท.กำหนดประชาชนเป็น 4 ภาค รวมวันละ 3,000 คน เฉลี่ยจังหวัดละ 750 คน เรียงตามอักษร ก-ฮ โดยรอบแรกวันที่ 29 ตุลาคม ประกอบด้วย จ.กระบี่ จ.กำแพงเพชร จ.กาฬสินธุ์ และจ.กาญจนบุรี เบื้องต้นสำนักพระราชวังแจ้งว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปถวายบังคับพระบรมศพได้วันละ 10,000 คน ซึ่งในส่วนมท.ประเมินว่า 100 วันแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนต่างจังหวัดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพจะมีประมาณ 225,000 คน

สำหรับขบวนรถแต่ละจังหวัดจะมี 15 คัน เบื้องต้นกำหนดจุดพักคอยไว้ 2 จุดสำคัญคือ ภาคใต้ พักคอยที่พุทธมณฑลสาย 4 ส่วนภาคเหนือและอีสานพักคอยที่อิมแพ็คเมืองทองธานี เพื่อรอการประสานให้ทยอยเข้ามาทีละขบวนป้องกันปัญหาจราจร ยืนยันว่าประชาชนที่เดินมาทางมากับกระทรวงมหาดไทยก็ต้องรับบัตรคิวเหมือนประชาชนทั่วไป

มท.ย้ำให้ทั่วถึงห้ามเอาญาติมา

ปลัด มท.ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้จำกัดสิทธิบุคคลใด แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีสิทธิ ซึ่งย้ำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ว่าอย่าคัดเลือกเฉพาะข้าราชการหรือญาติของตัวเอง ถ้าสำนักพระราชวังขยายวันให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพเพิ่มกระทรวงก็จะขยายเวลาเช่นกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องกำชับประชาชนเรื่องการแต่งกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องสวมกระโปรงหรือผ้าถุงยาวเท่านั้น ส่วนคนมีโรคประจำตัวต้องพกยามาด้วย

สร้างห้องน้ำเพิ่มรองรับปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ภาครัฐและเอกชนได้ติดตั้งห้องสุขาชั่วคราวเพิ่ม เพราะเห็นว่ามีประชาชนมาร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนมาก รถสุขาเคลื่อนที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอจะให้บริการประชาชน โดยตั้งขึ้นแถวหน้าสำนักงานศาลฏีกา หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ หน้ามหาวิทยาลัยศิปกร หน้าวัดมหาธาตุ และใกล้เต็นท์กอร.รส. ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนใช้ได้ในวันที่ 29 ตุลาคม

มธ.แปรอักษรประวัติศาสตร์

วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์และประชาคมธรรมศาสตร์ร่วมจัดกิจกรรม”ชาวธรรมศาสตร์ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันประมาณ 2,000 คน ร่วมแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ ชุด”ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้” สำหรับแนวคิดหลักของการแปรอักษรชุดนี้ น.ส.พิมพ์พิชญ์ ธีระพิทยานนท์ ประธานชุมนุมเชียร์มธ.เผยว่า เน้นพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระราชทานแก่คนไทย มุ่งหวังให้สังคมไทยฉุกคิดถึงสิ่งที่พ่อหลวงต้องการถ่ายทอดถึงคนไทย

ทั้งนี้ ใช้เวลาแปรอักษร 30 นาทีแบ่งเป็น 3 ชุดเนื้อหาคือ 1.กล่าวบทกวีไว้อาลัย 2.แปรภาพและข้อความด้วยเพลทและร่มสีขาวนับพันคัน พร้อมเพลงพระราชนิพนธ์”อาทิตย์อับแสง” และ3.การแปรภาพผ่าน 3 เรื่องราวคือ “วันวาน” การนำเสนอพระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีที่ผ่านมา “วันนี้” ถ่ายทอดความความรู้สึกสุดอาลัยของประชาชน และ “วันพรุ่งนี้” เป็นความตั้งใจของชาวธรรมศาสตร์ที่จะร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพ่อหลวงอย่างสุดหัวใจ

พบจารึกเสด็จฯเยี่ยมชาวสันทราย

สำหรับบรรยากาศในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ชาวบ้านสันทรายหลวงหมู่ 1 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย ใช้รถแบคโฮขุดดินบริเวณประตูทางเข้าวัดสันทรายหลวง พบแผ่นคอนกรีตที่มีฐานเป็นคอนกรีตหกเหลี่ยมซ้อนกัน 3 ชั้น ด้านบนสุดเป็นทรงวงกลม 2 ชั้น ชั้นแรกห่อหุ้มแผ่นคอนกรีตเรียบที่อยู่ชั้นใน ด้านบนแผ่นมีการสลักข้อความลงบนคอนกรีตด้วยอักษณที่บรรจงมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ทรงเสด็จและเยี่ยมพสกนิกรชาว ต.สันทราย ณ ที่นี่ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2501 ตรงกันวันอังคาร แรม 6 ค่ำ เดือน 4 (เดือน 6 เหนือ) ปีจอ เวลา 16.45 น.” ซึ่งชาวบ้านได้นำขึ้นมาไว้หน้าวัดท่ามกลางความตื้นตันใจและประทับใจที่ได้พบสิ่งสำคัญดังกล่าว หลังได้ฟังคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่

คนไร้สัญชาติสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

นายปัญญา ศรีทอง 59 ปี พร้อม นายสมชาย ฉุนมี 56 ปี อาชีพเกษตรกร และ นายโมฮามัต อากบาร อายุ 31 ปี อาชีพขายลอตเตอรี่ เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติ แต่อยู่ในผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่เกิด ทั้ง 3 คน เป็นชาวต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมใจกันสวมชุดสีดำ มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ห้อยคอออกเดินเท้าจากที่ว่าการ อบต.หินดาด อ.ท้องผาภูมิไปยังสนามหลวงเพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมระยะทาง 269 กม. โดย นายโมฮามัตเผยว่า แม้ไม่มีโอกาสได้สัญชาติไทย แต่ตนรักพ่อหลวงไม่แพ้ใคร เพราะพ่อหลวงทำเพื่อคนไทยมานาน ในฐานะที่เกิดในผืนแผ่นดินไทย ก็อยากจะทำเพื่อพ่อหลวงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อดีตทหารพระราชาเดินเท้าเข้ากรุง

เช่นเดียวกับ นายโชติ สมคลองสก อายุ 60 ปี ชาวอ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชเดินเท้าจากวัดควนสระบัว หมู่ 2 ต.ท่ายางไปกรุงเทพฯ เพื่อถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยระบุว่า ตนเคยเป็นทหารพรานของพระราชา ปัจจุบันทำงานช่วยเหลือสังคมโดยการเป็นชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน ช่วยงานราชการตลอดมาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มาวันนี้ตัดสินใจเดินเท้ากว่า 800 กม.ไปสนามหลวงเพื่อแสดงความอาลัยอาลัยพระบรมศพ ด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ คาดใช้เวลา20 วันคงถึงกทม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ฮิซบอลเลาะห์ ปฏิเสธการเจรจากับเลบานอน-อิสราเอล พร้อมตอบโต้ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ACSC แจงภาพ บิ๊กก้อง ร่วมเฟรมมือขวา ก๊ก อาน เผยมากับคณะรอง ผบ.ตร.กัมพูชา ถกปมสแกมเมอร์

นายกฯเยอรมนีออกโรงเตือนสหรัฐฯ ชี้อิหร่านแข็งแกร่งกว่าที่คิดมาก

ในหลวง โปรดเกล้าฯ เศรษฐพุฒิ เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฏรที่ประสบวาตภัย จ.ศรีสะเกษ

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved