วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
ชี้'ทำบุญออนไลน์'ดาบสองคม สะดวก-ผวามิจฉาชีพใช้หากิน

ชี้'ทำบุญออนไลน์'ดาบสองคม สะดวก-ผวามิจฉาชีพใช้หากิน

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.39 น.
Tag : ดาบสองคม ทำบุญออนไลน์ มิจฉาชีพ
  •  

5 พ.ย.59 ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นต่อการทำบุญออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.59 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,173 คน พบว่า

การทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วัด/ศาสนสถาน มูลนิธิ สถานสงเคราะห์ หรือสถานศึกษา ถือเป็นกิจกรรมที่คนไทยนิยมปฏิบัติในวาระโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น รวมถึงในโอกาสทั่วๆไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยในอดีตผู้คนมักนิยมเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือองค์กร และในเวลาต่อมาจึงมีการวิวัฒนาการโดยการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้ผู้คนที่ไม่สะดวกในการเดินทางมายังสถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ สามารถทำธุรกรรมบริจาคเงินยังสาขาของธนาคารได้ จนกระทั่งมาถึงในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีด้านการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการพัฒนาและขยายให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้คนได้เข้าถึง จึงทำให้หน่วยงานหรือองค์กรบางแห่งเพิ่มช่องทางในการทำบุญบริจาคเงินโดยผ่านระบบออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีความประสงค์จะทำบุญบริจาคเงิน นอกจากนี้ยังมีผู้พัฒนาระบบเว็ปไซด์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจได้เข้าไปเลือกทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆได้อย่างรวดเร็ว


แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนในสังคมได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับระบบการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์กันอยู่ โดยบางส่วนเห็นด้วยว่า เป็นการช่วยกระตุ้นและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการทำบุญบริจาคเงินแต่ไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกในการเดินทาง แต่บางส่วนยังคงตั้งข้อสังเกตว่าเงินที่บริจาคทางออนไลน์นั้นจะไปถึงยังหน่วยงานหรือองค์กรและถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการทำบุญออนไลน์อาจจะได้บุญน้อยกว่ากาการเดินทางไปทำบุญด้วยตนเอง จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นต่อการทำบุญออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดซึ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.81 เพศชายร้อยละ 49.19 อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านพฤติกรรมการทำบุญบริจาคเงินโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร กลุ่มตัวอย่างเกือบสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 64.71 ระบุว่าตนเองเคยทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆโดยการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35.29 ไม่เคย ส่วนในด้านการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้น กลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 47.57 ระบุว่าตนเองเคยทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 52.43 ระบุว่าไม่เคย โดยที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.04 ของผู้ที่เคยทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนิยมทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านเว็ปไซด์ของหน่วยงาน/องค์กรนั้นๆโดยตรง ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 15.41 ที่นิยมทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านเว็ปไซด์ที่ให้บริการระบบทำบุญออนไลน์กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 24.55 นิยมทำบุญบริจาคเงินผ่านเว็ปไซด์ทั้งสองประเภทเท่าๆกัน นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 54.84 ระบุว่าตนเองเคยได้รับหลักฐานยืนยันการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ เช่น ใบเสร็ทรับเงิน ใบอนุโมธนาบัตร จากหน่วยงาน/องค์กร/เว็ปไซด์ที่ตนเองทำบุญบริจาคเงินทุกครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 18.64 ระบุว่าเคยได้รับบ้างเป็นบางครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่าหนึ่งในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 26.52 ยอมรับว่าตนเองไม่เคยได้รับหลักฐานเลย

ในด้านความรู้สึกต่อการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.78 ระบุว่าตนเองไม่กลัวถูกหลอกลวงในการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27.06 ยอมรับว่ากลัวถูกหลอกลวง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14.16 ไม่แน่ใจ

ในด้านความคิดเห็นต่อการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.91 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนทำบุญบริจาคเงินได้ง่ายขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.19 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆเพิ่มมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.2 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะไม่มีส่วนลดจำนวนผู้คนที่เดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆลง  ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 69.14 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมีส่วนทำให้มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น  และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.42 มีความคิดเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเพิ่มการตรวจสอบระบบทำบุญออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันเพื่อป้องกันปัญหาการใช้เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ของมิจฉาชีพหรือไม่

สำหรับความคิดเห็นต่อการได้บุญจากการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์นั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.53 มีความคิดเห็นว่าการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์จะได้รับบุญเท่ากับการเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.64 มีความคิดเห็นว่าได้บุญน้อยกว่า ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 10.83 ไม่แน่ใจ

และเมื่อเปรียบเทียบวิธีการต่างๆในการทำบุญบริจาคเงิน กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.43 นิยมเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรมากที่สุด รองลงมานิยมทำบุญบริจาคเงินโดยการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชธนาคารซึ่งคิดเป็นร้อยละ 23.02 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 16.79 นิยมทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 7.76 นิยมทำบุญบริจาคเงินผ่านทั้ง 3 วิธีเท่าๆกัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เช็คอากาศปีใหม่ ‘ไทยตอนบน’หนาวเย็น ‘ภาคใต้ตอนล่าง’ฝนน้อย ‘ฝุ่น’ค่อนข้างมาก

'ดร.ส้ม' ลั่นไม่เคยเคลมผลงานใคร ยันลุยดัน กม.คุกคามทางเพศมาตั้งแต่ปี62

มีหนาว! คุกคามทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติต้องห้าม ผู้ใหญ่บ้าน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved