542.jpg
หยุดภูมิใจถ้านอนน้อย! หมอวี เตือน อดนอนเรื้อรัง ไม่ใช่ความขยัน แต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ เสี่ยงเสื่อมไม่รู้ตัว

หยุดภูมิใจถ้านอนน้อย! หมอวี เตือน อดนอนเรื้อรัง ไม่ใช่ความขยัน แต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ เสี่ยงเสื่อมไม่รู้ตัว

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.32 น.

 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "เธอนอนวันละสี่ถึงห้าชั่วโมงมาเป็นปี เธอภูมิใจด้วยซ้ำที่นอนน้อย เพราะคิดว่าการนอนน้อยแปลว่าขยัน มีเวลาทำงานมากกว่าคนอื่น เธอบอกว่า เดี๋ยวแก่ค่อยนอน ตอนนี้ต้องรีบสร้างเนื้อสร้างตัว"


บทที่ 17 

การนอนหลับและสมอง

"เราใช้เวลาหนึ่งในสามของชีวิตไปกับการนอน หลายคนคิดว่านั่นคือการเสียเวลา แต่ความจริงคือ ในขณะที่คุณหลับ สมองกำลังทำงานที่สำคัญที่สุดของวัน นั่นคือการซ่อมแซมและล้างพิษตัวเอง"

หญิงสาวที่ความจำแย่ลงเพราะนอนไม่พอ

ผมมีคนไข้หญิงสาวคนหนึ่ง อายุยี่สิบเก้าปี ทำงานเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ทะเยอทะยาน เธอมาหาผมด้วยความกังวลว่าตัวเองอายุยังน้อยแต่ความจำแย่ลงมาก เธอเล่าว่าช่วงหลังหลงลืมบ่อย สมาธิสั้นลง คิดอะไรไม่ค่อยออก หงุดหงิดง่าย และรู้สึกสมองตื้อตลอดเวลา เธอกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคสมองร้ายแรง

เมื่อผมซักประวัติ พบว่าเธอนอนวันละสี่ถึงห้าชั่วโมงมาเป็นปี เธอภูมิใจด้วยซ้ำที่นอนน้อย เพราะคิดว่าการนอนน้อยแปลว่าขยัน มีเวลาทำงานมากกว่าคนอื่น เธอบอกว่า เดี๋ยวแก่ค่อยนอน ตอนนี้ต้องรีบสร้างเนื้อสร้างตัว

ผมอธิบายให้เธอฟังว่า สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นความขยัน กำลังทำร้ายสมองของเธออย่างเงียบๆ อาการหลงลืมและสมองตื้อทั้งหมดนั้น ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่คือสมองที่อดนอนเรื้อรังจนทำงานได้ไม่เต็มที่

ผมให้เธอลองปรับการนอนให้ได้เจ็ดถึงแปดชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งเดือนต่อมาเธอกลับมาบอกว่า เหมือนได้สมองใหม่ ความจำดีขึ้น สมาธิกลับมา อารมณ์ดีขึ้น และทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมทั้งที่มีเวลาทำงานน้อยลง

นี่คือพลังของการนอน สิ่งที่หลายคนมองข้ามที่สุด แต่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งต่อสมอง

การนอนไม่ใช่การปิดสวิตช์สมอง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ การคิดว่าตอนนอนหลับสมองหยุดทำงานและพักผ่อน

จำได้ไหมครับที่เราคุยกันตั้งแต่บทที่ 1 ว่าตอนหลับสมองไม่ได้พัก แต่กลับยุ่งมากในหลายด้าน ความจริงคือ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สมองทำงานสำคัญที่สุดหลายอย่างที่ทำได้เฉพาะตอนที่เราหลับเท่านั้น ไม่สามารถทำตอนตื่นได้

ลองนึกภาพว่าสมองเหมือนสำนักงานใหญ่ที่ทำงานทั้งวัน พอตกดึกที่พนักงานกลับหมดแล้ว ทีมทำความสะอาดและทีมซ่อมบำรุงถึงจะเข้ามาทำงานได้ จัดเก็บเอกสาร ทำความสะอาด ซ่อมแซมสิ่งที่เสีย เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ การนอนก็คือช่วงเวลาที่ทีมกลางคืนของสมองเข้าทำงาน

ถ้าเราอดนอน ก็เท่ากับไม่ให้ทีมกลางคืนได้ทำงาน สำนักงานก็รกขึ้นเรื่อยๆ ของเสียสะสม สิ่งที่พังไม่ได้ซ่อม จนในที่สุดระบบทั้งหมดก็รวน

สิ่งที่สมองทำขณะเราหลับ

ผมอยากเล่าให้เห็นภาพว่า ในแต่ละคืนที่เราหลับ สมองทำงานสำคัญอะไรบ้าง

จัดระเบียบและบันทึกความจำ

หนึ่งในงานสำคัญที่สุดของการนอนคือการจัดการความจำ ระหว่างวันเรารับข้อมูลมากมาย ตอนหลับสมองจะคัดกรองข้อมูลเหล่านี้ เก็บสิ่งที่สำคัญเข้าคลังความจำระยะยาว และลบสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้ง กระบวนการนี้เปลี่ยนความจำระยะสั้นให้เป็นความจำระยะยาว

นี่คือเหตุผลที่การนอนหลับหลังเรียนรู้สิ่งใหม่ช่วยให้จำได้ดีขึ้น และการอดนอนก่อนสอบกลับทำให้จำได้แย่ลง เพราะสมองไม่มีเวลาบันทึกความจำ นักเรียนนักศึกษาที่อดนอนอ่านหนังสือทั้งคืน จึงมักได้ผลตรงข้ามกับที่หวัง

ล้างของเสียและสารพิษ

จำได้ไหมครับที่เราคุยกันในบทที่ 1 และบทอัลไซเมอร์ เรื่องระบบล้างของเสียในสมองที่ชื่อระบบกลิมฟาติก ระบบนี้ทำงานได้ดีที่สุดตอนที่เราหลับลึก โดยจะล้างของเสียและโปรตีนพิษออกจากสมอง รวมถึงโปรตีนอะไมลอยด์ซึ่งเป็นตัวการของอัลไซเมอร์

พูดง่ายๆ คือ ตอนเราหลับ สมองเปิดระบบชะล้างตัวเอง เหมือนล้างจานหลังทำอาหาร ถ้าเรานอนไม่พอเรื้อรัง ของเสียเหล่านี้ก็สะสมในสมองมากขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น นี่คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นว่าการนอนน้อยเรื้อรังทำร้ายสมองระยะยาว

ซ่อมแซมและเสริมการเชื่อมต่อ

ตอนหลับ สมองซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย และปรับแต่งการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท เสริมจุดเชื่อมต่อที่สำคัญให้แข็งแรง และตัดแต่งจุดที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Neuroplasticity ที่เราคุยกันในบทที่ 4

ปรับสมดุลอารมณ์และฮอร์โมน

การนอนช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทและฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนความเครียด นี่คือเหตุผลที่คนอดนอนมักอารมณ์เสียง่าย หงุดหงิด และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลมากขึ้น

กล่องความรู้

ตอนหลับสมองไม่ได้พัก แต่ทำงานสำคัญที่สุดของวัน จัดระเบียบและบันทึกความจำระยะยาว เปิดระบบล้างสารพิษรวมถึงโปรตีนที่ก่ออัลไซเมอร์ ซ่อมแซมเซลล์ และปรับสมดุลอารมณ์ การอดนอนเรื้อรังจึงไม่ใช่ความขยัน แต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ

วงจรการนอนที่ควรรู้จัก

การนอนหลับของเราไม่ได้เหมือนกันตลอดคืน แต่แบ่งเป็นช่วงต่างๆ ที่หมุนวนเป็นรอบ รอบละประมาณเก้าสิบนาที ทั้งคืนมีราวสี่ถึงหกรอบ แต่ละรอบมีทั้งช่วงหลับตื้น หลับลึก และช่วงที่เราฝัน

ช่วงที่สำคัญเป็นพิเศษต่อสมองมีสองช่วง

ช่วงหลับลึก เป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง และเป็นช่วงที่ระบบล้างของเสียในสมองทำงานได้ดีที่สุด รวมถึงเป็นช่วงสำคัญของการบันทึกความจำบางประเภท ช่วงนี้มักเกิดมากในครึ่งแรกของคืน

ช่วงที่เราฝัน หรือที่เรียกว่าช่วงหลับฝัน เป็นช่วงที่สมองตื่นตัวมาก เป็นช่วงสำคัญของการจัดการความจำ อารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ช่วงนี้มักเกิดมากในครึ่งหลังของคืน

จุดสำคัญคือ เราต้องนอนให้ครบรอบและนอนให้นานพอ สมองถึงจะได้ประโยชน์ครบทุกช่วง การนอนสั้นเกินไปทำให้ขาดช่วงหลับฝันในครึ่งหลังของคืน ส่วนการนอนขาดๆ หายๆ ตื่นบ่อย ก็ทำให้วงจรการนอนถูกรบกวน ไม่ได้หลับลึกอย่างที่ควร

นอนเท่าไหร่ถึงจะพอ

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ต้องนอนกี่ชั่วโมง คำตอบสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปคือ เจ็ดถึงเก้าชั่วโมงต่อคืน โดยส่วนใหญ่ควรได้ประมาณเจ็ดถึงแปดชั่วโมง

บางคนอาจอ้างว่าตัวเองนอนแค่สี่ห้าชั่วโมงก็สบายดี แต่ความจริงคือ คนที่นอนน้อยแล้วไม่มีผลกระทบจริงๆ นั้นหายากมาก ส่วนใหญ่ที่คิดว่าตัวเองชินกับการนอนน้อย ความจริงแล้วสมองทำงานบกพร่องโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว เหมือนคนเมาที่คิดว่าตัวเองยังขับรถได้

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ คุณภาพการนอนสำคัญพอๆ กับปริมาณ นอนแปดชั่วโมงแต่หลับๆ ตื่นๆ ไม่ดีเท่านอนเจ็ดชั่วโมงที่หลับสนิทต่อเนื่อง สัญญาณว่านอนพอและมีคุณภาพคือ ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงระหว่างวัน และไม่ต้องพึ่งคาเฟอีนตลอดเวลาเพื่อให้ตื่นตัว

ในผู้สูงอายุ รูปแบบการนอนอาจเปลี่ยนไป หลับตื้นขึ้น ตื่นกลางดึกบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังควรได้การนอนที่เพียงพอและมีคุณภาพ

เมื่อการนอนมีปัญหา

ปัญหาการนอนพบได้บ่อยมาก และส่งผลต่อสมองอย่างชัดเจน ผมอยากพูดถึงปัญหาที่พบบ่อย

นอนไม่หลับ

คือภาวะที่หลับยาก ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ หรือตื่นเช้าเกินไป จนพักผ่อนไม่พอ สาเหตุมีหลายอย่าง ทั้งความเครียด ความวิตกกังวลที่เราคุยกันในบทที่ 13 การใช้โทรศัพท์ก่อนนอน คาเฟอีน หรือสภาพแวดล้อมการนอนที่ไม่ดี การนอนไม่หลับเรื้อรังควรได้รับการดูแล เพราะกระทบทั้งสมองและสุขภาพโดยรวม

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เป็นภาวะที่หลายคนไม่รู้ตัว ผู้ป่วยจะมีการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ขณะหลับ มักมีอาการนอนกรนดัง สะดุ้งตื่น และง่วงมากตอนกลางวันทั้งที่นอนหลายชั่วโมง ภาวะนี้ทำให้สมองขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ ตลอดคืน ส่งผลเสียต่อสมอง ความจำ และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรได้รับการตรวจและรักษา

ถ้าใครนอนกรนดังมาก มีคนเห็นว่าหยุดหายใจขณะหลับ หรือง่วงมากผิดปกติตอนกลางวัน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะรักษาได้และช่วยปกป้องสมองได้มาก

เคล็ดลับการนอนที่ดีต่อสมอง

ผมอยากให้หลักปฏิบัติเพื่อการนอนที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้เองและเห็นผลจริง

รักษาเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอทุกวัน แม้วันหยุด เพราะช่วยตั้งนาฬิกาชีวภาพของร่างกายให้เป็นระบบ นี่คือหลักที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง

รับแสงแดดยามเช้า ช่วยปรับนาฬิกาชีวิตให้ตื่นตัวกลางวันและง่วงตอนกลางคืนอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยเรื่องเซโรโทนินอย่างที่เราคุยกันในบทที่ 3

หลีกเลี่ยงคาเฟอีนในช่วงบ่ายและเย็น เพราะฤทธิ์อยู่นานหลายชั่วโมง และงดแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะแม้ทำให้ง่วง แต่ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง

ที่สำคัญมากในยุคนี้คือ ลดการใช้โทรศัพท์และจอต่างๆ ก่อนนอน เพราะแสงจากจอรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ทำให้ง่วง และเนื้อหาในจอกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ควรงดจออย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน

จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และเย็นสบาย ใช้เตียงเพื่อการนอนเท่านั้น ไม่เอางานหรือโทรศัพท์ขึ้นเตียง ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้หลับดีขึ้น แต่ไม่ควรออกหนักใกล้เวลานอน และถ้านอนไม่หลับ อย่านอนฝืนบนเตียงจนเครียด ให้ลุกไปทำอะไรเบาๆ จนง่วงแล้วค่อยกลับมานอน

สรุปบทที่ 17

การนอนไม่ใช่การเสียเวลาหรือปิดสวิตช์สมอง แต่เป็นช่วงที่สมองทำงานสำคัญที่สุด ทั้งจัดระเบียบและบันทึกความจำระยะยาว เปิดระบบล้างสารพิษรวมถึงโปรตีนที่ก่ออัลไซเมอร์ ซ่อมแซมเซลล์ และปรับสมดุลอารมณ์ ผู้ใหญ่ควรนอนเจ็ดถึงแปดชั่วโมงที่มีคุณภาพ การอดนอนเรื้อรังไม่ใช่ความขยันแต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ ทำให้ความจำแย่ อารมณ์เสีย และเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม ปัญหาการนอนอย่างนอนไม่หลับและภาวะหยุดหายใจขณะหลับควรได้รับการดูแล และเราปรับการนอนให้ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาเวลานอนสม่ำเสมอ รับแสงแดดเช้า และลดจอก่อนนอน

ทำได้เลยวันนี้

คืนนี้ลองวางโทรศัพท์ให้ห่างตัวอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน และตั้งเวลาเข้านอนให้เป็นเวลาเดิมทุกคืน เพื่อให้สมองได้เข้าสู่โหมดทำความสะอาดและซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่
ลองทำต่อเนื่องสักสองสัปดาห์ แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงของความจำ อารมณ์ และความสดชื่นในตอนเช้า เพราะการนอนที่ดีคือหนึ่งในของขวัญที่ทรงพลังและฟรีที่สุดที่คุณมอบให้สมองได้ทุกคืน

อ่านบทอื่นและฉบับเต็มได้ที่

https://www.facebook.com/share/p/1bPeWnzLf4/?mibextid=wwXIfr

อ้างอิง

1. Walker M. (2017). Why We Sleep: Unlocking the Power of Sleep and Dreams. Scribner.
2. Xie L, et al. (2013). Sleep drives metabolite clearance from the adult brain. Science, 342(6156), 373–377.
3. Diekelmann S, Born J. (2010). The memory function of sleep. Nature Reviews Neuroscience, 11(2), 114–126.
4. Irwin MR. (2015). Why sleep is important for health: a psychoneuroimmunology perspective. Annual Review of Psychology, 66, 143–172.
5. Shokri-Kojori E, et al. (2018). β-Amyloid accumulation in the human brain after one night of sleep deprivation. PNAS, 115(17), 4483–4488.
6. Cappuccio FP, et al. (2010). Sleep duration and all-cause mortality: a systematic review and meta-analysis. Sleep, 33(5), 585–592.
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top