วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "หมอครับ ผมเขียนหนังสือไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว มือมันสั่น ตัวหนังสือมันเล็กลงเองโดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ"
ผมสังเกตเห็นว่าตอนเขานั่งนิ่งๆ มือขวาของเขาสั่นเป็นจังหวะ เหมือนกำลังนับเงินอยู่ในอากาศ แต่พอเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ อาการสั่นกลับลดลง
บทที่ 8
โรคพาร์กินสัน: มากกว่าแค่มือสั่น
"ผมยังเป็นผมคนเดิม แค่ร่างกายไม่ยอมทำตามที่ใจสั่งอีกต่อไป มันเหมือนติดอยู่ในร่างที่เคลื่อนไหวช้าลงทุกวัน แต่ข้างในยังวิ่งได้เหมือนเดิม"*
คำบอกเล่าของผู้ป่วยพาร์กินสันคนหนึ่ง
ชายผู้เขียนหนังสือไม่ได้อีกต่อไปผมมีคนไข้ชายคนหนึ่ง อดีตเคยเป็นนักบัญชี วัยหกสิบห้าปี เป็นคนละเอียดรอบคอบ ลายมือสวยเป็นระเบียบมาตลอดชีวิต
วันที่เขามาหาผม เขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋า สมุดบันทึกเล่มเก่า เขาเปิดให้ผมดูลายมือของตัวเองในแต่ละปี
หน้าแรกๆ ลายมือสวยงาม ตัวอักษรเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่พอพลิกมาหน้าหลังๆ ลายมือเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ ตัวหนังสือหดเล็กจนแทบอ่านไม่ออก และสั่นเป็นเส้นหยึกหยัก
เขาบอกผมด้วยเสียงเศร้าว่า "หมอครับ ผมเขียนหนังสือไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว มือมันสั่น ตัวหนังสือมันเล็กลงเองโดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ"
ผมสังเกตเห็นว่าตอนเขานั่งนิ่งๆ มือขวาของเขาสั่นเป็นจังหวะ เหมือนกำลังนับเงินอยู่ในอากาศ แต่พอเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ อาการสั่นกลับลดลง
นั่นคือลักษณะเฉพาะของโรคพาร์กินสัน และลายมือที่หดเล็กลงเรื่อยๆ นั้น คือสัญญาณเฉพาะตัวของโรคนี้เลย
พาร์กินสันคืออะไร?
โรคพาร์กินสันคือโรคที่เซลล์สมองส่วนที่ผลิตสารสื่อประสาทโดพามีนค่อยๆ ตายลง
จำได้ไหมครับว่าในบทที่ 3 เราคุยกันเรื่องโดพามีน สารสื่อประสาทแห่งแรงจูงใจและการเคลื่อนไหว ในโรคพาร์กินสัน เซลล์ที่ผลิตโดพามีนในสมองส่วนลึกค่อยๆ เสื่อมและตายไป เมื่อโดพามีนลดลง การควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายก็เริ่มผิดปกติ และแน่นอนคนที่เป็นโรคนี้จะขาดแรงจูงใจ ดูเฉยเมยไม่มีความตื่นเต้นอีกแล้ว
ลองนึกภาพว่าโดพามีนเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างราบรื่น แต่เมื่อน้ำมันนี้ค่อยๆ แห้งไป การเคลื่อนไหวที่เคยลื่นไหลก็เริ่มฝืด ช้า และสะดุด
ที่น่าสนใจคือ กว่าอาการจะเริ่มแสดงออก เซลล์ผลิตโดพามีนมักตายไปแล้วกว่าครึ่ง นี่คือเหตุผลที่โรคนี้ดำเนินมานานเงียบๆ ก่อนที่เราจะสังเกตเห็นอาการ
โรคนี้พบบ่อยขึ้นตามอายุ ส่วนใหญ่เริ่มในวัยหกสิบขึ้นไป แต่บางรายก็เริ่มเร็วกว่านั้น และเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากอัลไซเมอร์
สี่อาการหลักที่ต้องรู้จัก
โรคพาร์กินสันมีอาการหลักด้านการเคลื่อนไหวอยู่สี่อย่าง ผมจะเล่าให้เห็นภาพทีละอย่าง
อาการสั่นขณะอยู่นิ่ง
นี่คืออาการที่คนรู้จักมากที่สุด แต่มีจุดสำคัญที่หลายคนไม่รู้ อาการสั่นของพาร์กินสันมักเกิดตอนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ใช้งานมือ และจะลดลงเมื่อขยับมือไปทำอะไร ตรงข้ามกับอาการสั่นแบบอื่นที่มักสั่นตอนใช้งาน
อาการสั่นมักเริ่มที่มือข้างเดียวก่อน บางครั้งเห็นเป็นลักษณะเหมือนกำลังปั้นยาเม็ดลูกกลอนหรือนับเงินอยู่ในอากาศ และที่สำคัญ ผู้ป่วยพาร์กินสันบางคนไม่มีอาการสั่นเลยก็ได้ นี่คือเหตุผลที่ชื่อบทนี้บอกว่ามากกว่าแค่มือสั่น
อาการเคลื่อนไหวช้า
นี่คืออาการหลักที่สำคัญที่สุดของโรค การเคลื่อนไหวทุกอย่างช้าลง เริ่มต้นยากขึ้น ลุกจากเก้าอี้ช้า เดินช้า ก้าวขาสั้นๆ การเคลื่อนไหวที่เคยทำอัตโนมัติกลายเป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจ
อาการนี้ยังทำให้ใบหน้าดูเฉยเมยไร้อารมณ์ เพราะกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวน้อยลง คนรอบข้างบางครั้งเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยเย็นชาหรือซึมเศร้า ทั้งที่จริงข้างในยังรู้สึกทุกอย่างเหมือนเดิม
อาการแข็งเกร็ง
กล้ามเนื้อของผู้ป่วยจะเกร็งแข็ง ขยับแขนขาแล้วรู้สึกฝืด เหมือนข้อต่อมีสนิม บางครั้งทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และทำให้ท่าทางการเดินเปลี่ยนไป ตัวงอลงเล็กน้อย
อาการทรงตัวลำบาก
เมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยจะทรงตัวลำบากขึ้น เดินซอยเท้าถี่ๆ ตัวโน้มไปข้างหน้า หกล้มง่าย อาการนี้มักมาในระยะหลังและเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บ
กล่องความรู้
อาการสั่นของพาร์กินสัน เด่นตอนอยู่นิ่ง และลดลงเมื่อขยับ
ต่างจากการสั่นทั่วไปที่มักเป็นตอนใช้งานมือ
หัวใจของโรคนี้ไม่ใช่การสั่น
แต่คือการเคลื่อนไหวช้า ตัวแข็งเกร็ง
และผู้ป่วยบางคนอาจไม่มีอาการสั่นเลยก็ได้
อาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ที่คนมักมองข้าม
หลายคนคิดว่าพาร์กินสันเป็นแค่เรื่องการเคลื่อนไหว แต่ความจริงโรคนี้มีอาการอื่นๆ อีกมากที่กระทบคุณภาพชีวิตไม่แพ้กัน และบางอย่างมาก่อนอาการสั่นหลายปีด้วยซ้ำ
อาการที่มักมาก่อนใครเพื่อนคือ การได้กลิ่นลดลง ผู้ป่วยหลายคนเริ่มดมกลิ่นไม่ค่อยได้มาหลายปีก่อนจะมีอาการสั่น อีกอย่างคือ ความผิดปกติขณะนอนหลับ บางคนละเมอเตะต่อยรุนแรงขณะฝัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่สำคัญ
อาการอื่นๆ ที่พบได้แก่ ท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งพบบ่อยมากและมักมาก่อนอาการทางการเคลื่อนไหว ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ความจำและการคิดที่ช้าลง น้ำลายไหล เสียงพูดเบาลง และความดันตกเวลาลุกยืน
ที่ผมเล่าเรื่องนี้เพราะอยากให้เข้าใจว่า การดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องการเคลื่อนไหว แต่ต้องดูแลทั้งตัวคนอย่างครบถ้วน
รักษาได้แค่ไหน?
ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวที่ต้องบอกครับ
ข่าวที่ต้องยอมรับคือ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาพาร์กินสันให้หายขาด และยังหยุดการดำเนินโรคไม่ได้
แต่ข่าวดีที่สำคัญมากคือ พาร์กินสันเป็นโรคทางสมองเสื่อมที่มียาควบคุมอาการได้ดีที่สุดโรคหนึ่ง ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ชีวิตได้ดีใกล้เคียงปกติไปอีกหลายปีหลังเริ่มการรักษา
ยาหลักของโรคนี้ทำงานโดยการเติมโดพามีนที่ขาดหายไปให้สมอง เมื่อสมองได้โดพามีนกลับมา อาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และแข็งเกร็งก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยหลายคนที่เคยขยับลำบาก กลับมาเดินได้คล่อง ใช้ชีวิตได้เกือบปกติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ยาไปนานหลายปี ประสิทธิภาพของยาอาจเริ่มแปรปรวน ต้องปรับขนาดและชนิดยาเป็นระยะ ในผู้ป่วยบางรายที่ยาคุมไม่อยู่แล้ว มีทางเลือกการผ่าตัดฝังขั้วกระตุ้นไฟฟ้าในสมองส่วนลึก ซึ่งช่วยลดอาการได้ดีในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม
นอกจากยาแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการออกกำลังกายและกายภาพบำบัด งานวิจัยชัดเจนว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยชะลออาการ รักษาการทรงตัว และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจริง การเคลื่อนไหวคือยาที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ป่วยพาร์กินสัน
อยู่กับพาร์กินสันอย่างมีคุณภาพ
ผมอยากให้กำลังใจว่า การวินิจฉัยว่าเป็นพาร์กินสันไม่ใช่จุดจบ ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ชีวิตที่มีความหมายและมีความสุขได้อีกยาวนาน
หัวใจของการอยู่กับโรคนี้มีหลายอย่าง
กินยาสม่ำเสมอตรงเวลา เพราะการคุมระดับยาให้คงที่สำคัญมากต่อการควบคุมอาการ ออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งการเดิน การยืดเหยียด การฝึกการทรงตัว กิจกรรมอย่างรำมวยจีนหรือเต้นรำได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันได้ดี
ปรับบ้านให้ปลอดภัยจากการหกล้ม เก็บของที่เกะกะ ติดราวจับ ใช้พื้นกันลื่น ดูแลโภชนาการและการขับถ่าย และดูแลสุขภาพจิตใจ เพราะภาวะซึมเศร้าพบได้บ่อยและรักษาได้
และเช่นเดียวกับทุกโรคในหนังสือเล่มนี้ กำลังใจจากครอบครัวคือยาที่ไม่มีขายที่ไหน การที่คนรอบข้างเข้าใจว่าอาการเชื่องช้าและใบหน้าเฉยเมยเป็นเรื่องของโรค ไม่ใช่ความตั้งใจ จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นที่รักและมีคุณค่า
ป้องกันได้ไหม?
พาร์กินสันป้องกันได้ยากกว่าโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองเสื่อมจากหลอดเลือด เพราะสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ชัดเจนทั้งหมด และเกี่ยวข้องกับทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
แต่งานวิจัยพบปัจจัยบางอย่างที่อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นปัจจัยที่มีหลักฐานชัดที่สุดว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและยาฆ่าแมลงบางชนิดที่มีงานวิจัยโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การกินอาหารที่ดีต่อสมองแบบเมดิเตอร์เรเนียน และการดูแลสุขภาพลำไส้ ซึ่งงานวิจัยใหม่ๆ พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างลำไส้กับการเกิดพาร์กินสัน
แม้เราจะป้องกันได้ไม่เต็มร้อย แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ทั้งการลดความเสี่ยง และการชะลออาการในคนที่เป็นแล้ว ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเสมอ
สรุปบทที่ 8
พาร์กินสันเกิดจากเซลล์สมองที่ผลิตโดพามีนค่อยๆ ตายลง ทำให้ควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการหลักสี่อย่างคือ สั่นขณะอยู่นิ่ง เคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง และทรงตัวลำบาก โดยหัวใจของโรคคือการเคลื่อนไหวช้า ไม่ใช่การสั่น และผู้ป่วยบางคนไม่สั่นเลย นอกจากนี้ยังมีอาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ได้กลิ่นลดลง ท้องผูก และนอนละเมอ ที่มาก่อนหลายปี ปัจจุบันยังรักษาไม่หายขาดแต่มียาเติมโดพามีนที่คุมอาการได้ดีมาก ร่วมกับการออกกำลังกายที่ช่วยชะลอโรคได้จริง การวินิจฉัยว่าเป็นพาร์กินสันไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองอย่างเข้าใจ
ทำได้เลยวันนี้
ลองสังเกตคนใกล้ตัวสูงวัย หรือตัวคุณเอง ว่ามีอาการเหล่านี้ไหม ลายมือเล็กลงเรื่อยๆ เคลื่อนไหวช้าลง แขนข้างหนึ่งไม่ค่อยแกว่งตอนเดิน หรือมือสั่นตอนอยู่นิ่งๆ หากมีอาการเหล่านี้ ให้ปรึกษาแพทย์ เพราะยิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งดูแลได้ดี และไม่ว่าจะเป็นโรคนี้หรือไม่ ออกไปขยับร่างกายวันนี้ เพราะการเคลื่อนไหวคือมิตรแท้ของสมอง ทั้งป้องกันและชะลอโรคได้จริง
อ่านบทอื่นและฉบับเต็มได้ที่
https://www.facebook.com/share/p/1bPeWnzLf4/?mibextid=wwXIfr
อ้างอิง
1. Bloem BR, Okun MS, Klein C. (2021). Parkinson's disease. The Lancet, 397(10291), 2284–2303.
2. Poewe W, et al. (2017). Parkinson disease. Nature Reviews Disease Primers, 3, 17013.
3. Armstrong MJ, Okun MS. (2020). Diagnosis and Treatment of Parkinson Disease: A Review. JAMA, 323(6), 548–560.
4. Postuma RB, et al. (2015). MDS clinical diagnostic criteria for Parkinson's disease. Movement Disorders, 30(12), 1591–1601.
5. Schapira AHV, Chaudhuri KR, Jenner P. (2017). Non-motor features of Parkinson disease. Nature Reviews Neuroscience, 18(7), 435–450.
6. Ascherio A, Schwarzschild MA. (2016). The epidemiology of Parkinson's disease: risk factors and prevention. The Lancet Neurology, 15(12), 1257–1272.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี