วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "คุณยายจำวันที่ไม่ได้ จำไม่ได้ว่ากินข้าวเช้าหรือยัง ถามชื่อหลานก็ตอบผิดบ้างถูกบ้าง บางครั้งถามคำถามเดิมซ้ำๆ ทุกห้านาที เหมือนไม่เคยถามมาก่อน ลูกสาวเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนแม่ออกไปเดินหน้าบ้านแล้วหาทางกลับบ้านไม่ถูก ทั้งที่อยู่บ้านหลังนี้มาสี่สิบปี"
บทที่ 6
โรคอัลไซเมอร์: เมื่อความทรงจำจางหาย
"วันหนึ่งแม่มองหน้าผมแล้วถามว่า คุณเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านฉัน วันนั้นผมเข้าใจว่าโรคนี้ไม่ได้พรากแค่ความทรงจำ แต่พรากตัวตนของคนที่เรารักไปทีละน้อย" ลูกชายของผู้ป่วยอัลไซเมอร์คนหนึ่ง หญิงชราที่ลืมทุกอย่าง ยกเว้นเพลงเก่า ผมมีคนไข้หญิงชราคนหนึ่ง อายุแปดสิบกว่า ลูกพามาด้วยความกังวลว่าแม่เริ่มหลงลืม วันที่มาตรวจ คุณยายจำวันที่ไม่ได้ จำไม่ได้ว่ากินข้าวเช้าหรือยัง ถามชื่อหลานก็ตอบผิดบ้างถูกบ้าง บางครั้งถามคำถามเดิมซ้ำๆ ทุกห้านาที เหมือนไม่เคยถามมาก่อน ลูกสาวเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนแม่ออกไปเดินหน้าบ้านแล้วหาทางกลับบ้านไม่ถูก ทั้งที่อยู่บ้านหลังนี้มาสี่สิบปี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจไม่ลืม ระหว่างที่ลูกสาวเล่า ผมเปิดเพลงลูกกรุงเก่าๆ ที่ดังในยุคของคุณยายให้ฟัง
จู่ๆ ดวงตาที่เคยว่างเปล่าก็เป็นประกายขึ้นมา คุณยายเริ่มร้องตามได้ทุกคำ ทุกท่อน ไม่มีผิดเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่เมื่อกี้ยังจำไม่ได้ว่ากินข้าวหรือยังนั่นคือความน่าทึ่งและน่าเศร้าของโรคอัลไซเมอร์ มันค่อยๆ ลบความทรงจำใหม่ก่อน แต่ความทรงจำเก่าๆ ที่ฝังลึก โดยเฉพาะที่ผูกกับอารมณ์ ยังอยู่ได้นานกว่า
อัลไซเมอร์คืออะไร?
อัลไซเมอร์คือโรคที่สมองค่อยๆ เสื่อมลงอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง โดยเริ่มจากส่วนที่ควบคุมความทรงจำก่อน แล้วจึงลามไปยังส่วนอื่นๆ
หลายคนสับสนระหว่างคำว่าอัลไซเมอร์กับสมองเสื่อม ขออธิบายให้ชัดตรงนี้เลย สมองเสื่อมหรือ Dementia เป็นคำกว้างๆ ที่หมายถึงภาวะที่ความสามารถของสมองถดถอยจนกระทบชีวิตประจำวัน ส่วนอัลไซเมอร์เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งของสมองเสื่อม แต่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ราวหกถึงเจ็ดในสิบของผู้ป่วยสมองเสื่อมทั้งหมดมาจากอัลไซเมอร์ เรื่องสมองเสื่อมชนิดอื่นๆ เราจะคุยกันต่อในบทที่ 7
เกิดอะไรขึ้นในสมองของผู้ป่วย
ในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีสิ่งผิดปกติสองอย่างเกิดขึ้นและค่อยๆ สะสมมานานหลายปีก่อนจะมีอาการ
อย่างแรกคือมีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่ออะไมลอยด์ไปจับตัวกันเป็นก้อนคราบ คั่งอยู่ระหว่างเซลล์ประสาท เหมือนขยะที่กองพอกพูนจนขวางการสื่อสารระหว่างเซลล์
อย่างที่สองคือมีโปรตีนอีกชนิดชื่อทาวที่ปกติทำหน้าที่เป็นโครงค้ำเซลล์ประสาท เกิดบิดเบี้ยวพันกันยุ่งเหยิงอยู่ภายในเซลล์ ทำให้เซลล์ประสาทค่อยๆ ตายลง
จำได้ไหมครับว่าในบทที่ 1 เราคุยกันเรื่องระบบล้างของเสียในสมองที่ทำงานตอนเราหลับ ที่ชื่อ Glymphatic System งานวิจัยพบว่าระบบนี้แหละที่ช่วยล้างโปรตีนอะไมลอยด์ออกจากสมอง และมันทำงานได้ดีที่สุดตอนเราหลับลึก นี่คือเหตุผลหนึ่งที่การนอนน้อยเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงอัลไซเมอร์ เพราะขยะในสมองถูกล้างออกไม่ทัน
ผลจากความเสียหายทั้งสองอย่างนี้ทำให้สมองค่อยๆ ฝ่อเล็กลง โดยเริ่มที่ Hippocampus ซึ่งเป็นศูนย์สร้างความทรงจำใหม่ที่เราคุยกันในบทที่ 1 ก่อน นี่คือเหตุผลที่อาการแรกของโรคนี้คือการลืมเรื่องที่เพิ่งเกิด ในขณะที่ความทรงจำเก่ายังอยู่
สัญญาณเตือนที่ไม่ใช่แค่ขี้ลืมธรรมดา
คนสูงอายุขี้ลืมเป็นเรื่องปกติ ลืมว่าวางกุญแจไว้ไหน นึกชื่อคนไม่ออกชั่วครู่ เรื่องเหล่านี้เกิดกับทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ใช่อัลไซเมอร์เสมอไปแต่มีความแตกต่างที่สำคัญ คนขี้ลืมตามวัยมักนึกออกในภายหลัง หรือพอมีคนบอกใบ้ก็นึกได้ แต่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะลืมสนิทเหมือนเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย
สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์มีหลายอย่าง
ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามซ้ำๆ เรื่องเดิมในเวลาไม่กี่นาที จำเหตุการณ์สำคัญที่เพิ่งผ่านไม่ได้เลย วางของผิดที่แบบแปลกๆ เช่น เอารีโมทไปแช่ตู้เย็น หลงทางในที่ที่คุ้นเคย สับสนเรื่องวันเวลา ทำกิจวัตรที่เคยทำประจำไม่ได้ เช่น ทำกับข้าวเมนูที่เคยทำคล่อง หรือใช้โทรศัพท์ที่เคยใช้เป็น
นอกจากเรื่องความจำแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และบุคลิกภาพ บางคนหงุดหงิดง่ายขึ้น เฉยเมยลง เก็บตัว ซึมเศร้า หรือบางครั้งหวาดระแวงคนรอบข้างโดยไม่มีเหตุผล อาการเหล่านี้บางทีมาก่อนอาการหลงลืมด้วยซ้ำ
กล่องความรู้
ขี้ลืมตามวัย พอมีคนเตือนก็นึกออก อัลไซเมอร์ จะลืมสนิทเหมือนเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น สัญญาณอันตรายที่ไม่ใช่แค่ขี้ลืมธรรมดา คือ ถามซ้ำเรื่องเดิมทุกไม่กี่นาที หลงทางในที่ที่คุ้นเคย และทำกิจวัตรที่เคยทำประจำไม่ได้
โรคนี้ดำเนินไปอย่างไร
อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ค่อยๆ แย่ลงตามเวลา โดยทั่วไปแบ่งคร่าวๆ ได้เป็นสามระยะ
ในระยะแรก อาการหลักคือการลืมเรื่องใหม่ๆ ถามซ้ำ วางของผิดที่ ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่เริ่มต้องมีคนคอยเตือนคอยดูแล ผู้ป่วยหลายคนในระยะนี้ยังรู้ตัวว่าตัวเองเปลี่ยนไป จึงมักมีความวิตกกังวลและซึมเศร้าร่วมด้วย
ในระยะกลาง อาการชัดเจนขึ้นมาก เริ่มจำคนใกล้ตัวไม่ได้ สับสนเรื่องเวลาและสถานที่มากขึ้น ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว บางคนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เดินไปเดินมาไม่หยุด ออกจากบ้านแล้วหลงทาง หรือสับสนระหว่างกลางวันกลางคืน
ในระยะท้าย ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย สื่อสารได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย จำใครไม่ได้ กลืนอาหารลำบาก และต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา
ระยะเวลาของโรคแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดำเนินไปช้า บางคนเร็ว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณแปดถึงสิบปีนับจากเริ่มมีอาการ แต่การดูแลที่ดีและการรักษาที่เหมาะสมช่วยชะลอและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้มาก
รักษาหายไหม และทำอะไรได้บ้าง
ผมขอพูดตรงๆ ด้วยความจริงใจ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาอัลไซเมอร์ให้หายขาด และยังไม่มียาที่ทำให้สมองที่เสียไปแล้วกลับคืนมาได้ แต่นี่ไม่ได้แปลว่าทำอะไรไม่ได้เลย ตรงกันข้าม มีหลายอย่างที่ช่วยได้จริงมียาที่ช่วยชะลออาการและทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในช่วงหนึ่ง ยากลุ่มนี้ทำงานโดยช่วยรักษาระดับสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ซึ่งเราคุยกันไปแล้วในบทที่ 3 ยาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หาย แต่ช่วยให้อาการทรงตัวและชะลอการถดถอยได้ระยะหนึ่ง
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เริ่มมียาใหม่ที่ออกฤทธิ์กำจัดคราบโปรตีนอะไมลอยด์ในสมองโดยตรง ซึ่งเป็นความหวังใหม่ แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งราคา ผลข้างเคียง และใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยระยะแรกเท่านั้น คงต้องติดตามกันต่อไป
นอกจากยาแล้ว การดูแลแบบไม่ใช้ยาสำคัญไม่แพ้กัน การกระตุ้นสมองด้วยกิจกรรม การออกกำลังกาย การเข้าสังคม การจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและคุ้นเคย ดนตรีบำบัดอย่างที่เล่าเรื่องคุณยายตอนต้นบท ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง
ป้องกันได้ไหม
นี่คือส่วนที่ผมอยากให้ความหวังที่สุด เพราะแม้รักษาให้หายยังไม่ได้ แต่งานวิจัยจำนวนมากชี้ชัดว่า เราลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคนี้ได้จริง
มีการศึกษาระดับโลกที่รวบรวมปัจจัยเสี่ยงที่เราปรับเปลี่ยนได้ และพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของความเสี่ยงอัลไซเมอร์มาจากปัจจัยที่เราควบคุมได้เอง
ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ การคุมความดันโลหิต โดยเฉพาะในวัยกลางคน การคุมเบาหวานและน้ำหนัก การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การไม่สูบบุหรี่ การจำกัดแอลกอฮอล์ การดูแลการได้ยินเพราะการสูญเสียการได้ยินที่ไม่ดูแลเพิ่มความเสี่ยงอย่างชัดเจน การรักษาภาวะซึมเศร้า การมีกิจกรรมทางสมองและการศึกษาตลอดชีวิต และการเข้าสังคมไม่ปล่อยให้โดดเดี่ยว
สังเกตไหมครับว่าปัจจัยเหล่านี้ส่วนใหญ่คือการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง มีประโยคที่วงการแพทย์พูดกันว่า อะไรที่ดีต่อหัวใจ ก็ดีต่อสมอง เพราะสมองต้องพึ่งเลือดที่ไหลเวียนดีในการทำงาน
เรื่องการดูแลสมองผ่านอาหาร การออกกำลังกาย การนอน และการเข้าสังคม เราจะลงรายละเอียดกันเต็มที่ในส่วนที่ 3 ของหนังสือเล่มนี้
หัวใจของผู้ดูแลที่ต้องไม่ลืมดูแล
ผมอยากพูดเรื่องนี้สักหน่อย เพราะในห้องตรวจ ผมเห็นความเหนื่อยล้าในแววตาของลูกหลานที่ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์มานับไม่ถ้วน
การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นงานที่หนักทั้งกายและใจ ต้องดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ต้องอดทนกับการถามซ้ำ การหลงลืม บางครั้งถูกผู้ป่วยที่รักจำไม่ได้ หรือถูกระแวงทั้งที่ดูแลด้วยความรัก มันบั่นทอนหัวใจอย่างเงียบๆ
ผู้ดูแลจำนวนมากเองนั่นแหละที่ป่วยเป็นซึมเศร้าและหมดไฟ โดยไม่รู้ตัว
ผมอยากบอกผู้ดูแลทุกคนว่า การดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นสิ่งจำเป็น คุณต้องพักบ้าง ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง สลับเวรกันในครอบครัว และอย่ารู้สึกผิดที่จะมีเวลาให้ตัวเอง เพราะถ้าคุณล้ม คนที่คุณดูแลก็จะไม่มีใครดูแล
และที่สำคัญ การที่ผู้ป่วยจำคุณไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าความรักที่คุณให้ไปนั้นสูญเปล่า เขายังรับรู้ถึงความอบอุ่น ความปลอดภัย และความรักได้ แม้จะเรียกชื่อคุณไม่ถูกก็ตาม
สรุปบทที่ 6
อัลไซเมอร์คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม เกิดจากการสะสมของโปรตีนอะไมลอยด์และทาวที่ทำให้เซลล์สมองตายและสมองฝ่อ เริ่มจากส่วนความจำก่อน อาการเด่นคือลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดแบบลืมสนิท ต่างจากขี้ลืมตามวัยที่พอเตือนแล้วนึกออก โรคนี้ค่อยๆ ดำเนินไปสามระยะ ปัจจุบันยังรักษาไม่หายขาดแต่มียาและการดูแลที่ชะลออาการได้ และที่สำคัญคือเกือบครึ่งของความเสี่ยงป้องกันได้ด้วยการคุมความดัน เบาหวาน ออกกำลังกาย ดูแลการได้ยิน และเข้าสังคม สุดท้ายผู้ดูแลเองก็ต้องได้รับการดูแลด้วย
ทำได้เลยวันนี้
วันนี้ถ้าคุณมีพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ ลองสังเกตว่าท่านมีอาการถามซ้ำเรื่องเดิมบ่อยผิดปกติ หรือหลงลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดแบบลืมสนิทไหม ถ้ามี อย่าเพิ่งตกใจ แต่ให้พาไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน เพราะยิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งดูแลและชะลอได้ดี
และถ้าคุณคือคนที่อยากป้องกันตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากสิ่งที่ดีต่อหัวใจ ออกไปเดินสักสามสิบนาที เพราะอะไรที่ดีต่อหัวใจ ก็ดีต่อสมอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี