วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างชาติ 5 เดือนแรก ปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 528 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 407 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 153,558 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 87 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,982 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
- ธุรกิจโฆษณา
- ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้าง และชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป
เม็ดพลาสติก เป็นต้น
2. จีน 85 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 30,023 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจผลิตเครื่องประดับที่ทำจากเงิน
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด สายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ท่อเหล็กและชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
3. สิงคโปร์ 74 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 36,529 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการ Data Center
- ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านคลังสินค้าและติดต่อประสานงานผู้ให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะมีค่ารีไซเคิลและโลหะรีไซเคิล โลหะหล่อขึ้นรูป ชิ้นส่วนสำหรับระบบโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง เป็นต้น
4. ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 27,260 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจวิเคราะห์แผงวงจรของเครื่องจักร เพื่อหาสาเหตุกรณีที่เกิดการขัดข้อง เป็นต้น
- ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ แม่พิมพ์ปั๊มโลหะ เป็นต้น
5. ฮ่องกง 48 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 9,295 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการติดตั้ง การให้คำปรึกษาและแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการตั้งค่า การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์และระบบต่างๆ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
- ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะหล่อขึ้นรูป สวิตซ์สำหรับยานพาหนะ และผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม เป็นต้น
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 102 ราย (24%) (เดือน ม.ค.-พ.ค. 2569 อนุญาต 528 ราย / เดือน ม.ค.-พ.ค. 2568 อนุญาต 426 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท (73%) (เดือน ม.ค.-พ.ค. 2569 ลงทุน 153,558 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-พ.ค. 2568 ลงทุน 88,943 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 3,788 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 1,230 คน (48%) (เดือน ม.ค.-พ.ค. 2569 จ้างงาน 3,788 คน / เดือน ม.ค.-พ.ค. 2568 จ้างงาน 2,558 คน)
นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 254 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 528 ราย มูลค่าลงทุน 101,658 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ ชิิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค
3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center บริการพัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services
อธิบดีพูนพงษ์ฯ เพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 5 เดือนแรก ของปี 2569 (เดือนมกราคม - พฤษภาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 161 ราย คิดเป็น 30% ของจำนวน นักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจาก 5 เดือนแรกปี 2568 จำนวน 32 ราย (25%) (เดือน ม.ค. - พ.ค. 2569 ลงทุน 161 ราย / เดือน ม.ค. - พ.ค. 2568 ลงทุน 129 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 59,939 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก *จีน 53 ราย ลงทุน 24,640 ล้านบาท *ญี่ปุ่น 23 ราย ลงทุน 8,419 ล้านบาท *สิงคโปร์ 20 ราย ลงทุน 9,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 65 ราย ลงทุน 16,940 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ
- ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น พัดลมที่เป็นส่วนประกอบในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอกนิกส์ วัสดุและเคมีภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาสินค้า อุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับระบบใยแก้วนำแสง
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรอัตโนมัติ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 90 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 67 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก จีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 333 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม องค์ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา AI Model เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เป็นต้น
สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้แก่
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในการออกแบบและติดตั้ง เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ริบบอนถ่ายโอนความร้อน (Thermal Transfer Ribbon) อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เป็นต้น
- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษา ระบบถังเก็บและท่อส่งอีเทนเหลว สำหรับโครงการสถานีเก็บอีเทนเหลว
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ชิิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้โลหะสำหรับใช้บรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี