วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แขนขาเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ มีเสียงครางออกมาจากลำคอ น้ำลายฟูมปาก เพื่อนร่วมห้องตกใจกันทั้งห้อง บางคนกรี๊ด บางคนพยายามจะง้างปากเขา บางคนจะเอาช้อนยัดเข้าปากเพราะกลัวเขากัดลิ้น
บทที่ 10
โรคลมชัก (Epilepsy): ฟ้าผ่าในสมอง
"สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่การชัก เพราะตอนชักฉันไม่รู้สึกตัว แต่ คือสายตาของคนรอบข้างที่มองฉันเหมือนตัวประหลาด หลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมา" ผู้ป่วยโรคลมชักวัยยี่สิบห้าปี เด็กหนุ่มที่ล้มชักกลางห้องเรียน ผมอยากเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นักศึกษาปีหนึ่ง อายุสิบเก้าปี วันนั้นเขากำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเลกเชอร์ตามปกติ จู่ๆ เพื่อนที่นั่งข้างๆ สังเกตเห็นว่าเขานั่งนิ่งผิดปกติ ตาเหม่อลอย เรียกแล้วไม่ตอบ ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็เกร็งแล้วล้มลงจากเก้าอี้ แขนขาเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ มีเสียงครางออกมาจากลำคอ น้ำลายฟูมปาก เพื่อนร่วมห้องตกใจกันทั้งห้อง บางคนกรี๊ด บางคนพยายามจะง้างปากเขา บางคนจะเอาช้อนยัดเข้าปากเพราะกลัวเขากัดลิ้น อาการชักกินเวลาประมาณหนึ่งนาทีกว่าๆ ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ คลายเกร็ง เขานอนหมดแรง สับสน งุนงง จำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขามาหาผม สิ่งแรกที่เขาถามด้วยแววตากังวลคือ "หมอครับ ทำไมผมถึงเป็นแบบนั้น เพื่อนๆ มองผมเปลี่ยนไปเลย"
ผมบอกเขาว่า โรคนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันคือโรคลมชัก ซึ่งเป็นโรคทางสมองที่พบบ่อยและรักษาได้ และที่สำคัญ สิ่งที่เพื่อนๆ พยายามทำตอนเขาชัก คือการง้างปากและยัดช้อน เป็นสิ่งที่อันตรายและไม่ควรทำอย่างยิ่ง
โรคลมชักคืออะไร
ปกติสมองของเราทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้า จำได้ไหมครับที่เราคุยกันในบทที่ 2 ว่าเซลล์ประสาทสื่อสารกันด้วยกระแสไฟฟ้าที่เป็นระเบียบ โรคลมชักคือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองเกิดปล่อยสัญญาณไฟฟ้าพร้อมกันอย่างผิดปกติและรุนแรง เหมือนไฟฟ้าลัดวงจร หรือเหมือนฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นในสมองอย่างกะทันหัน ลองนึกภาพวงออร์เคสตราที่นักดนตรีทุกคนเล่นตามจังหวะอย่างเป็นระเบียบ อยู่ๆ ก็มีนักดนตรีกลุ่มหนึ่งเล่นดังสนั่นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจจังหวะ ทำให้เพลงทั้งวงพังลงชั่วขณะ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองตอนชัก อาการชักที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบไหน ขึ้นอยู่กับว่าไฟฟ้าผิดปกตินี้เกิดที่สมองส่วนไหน และลามไปแค่ไหน ถ้าเกิดเฉพาะจุดเล็กๆ อาการก็เฉพาะที่ ถ้าลามไปทั่วสมองทั้งสองซีก ก็เกิดการชักเกร็งกระตุกทั้งตัวและหมดสติ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การชักครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคลมชักเสมอไป คนเราอาจชักได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไข้สูงในเด็ก น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือขาดเหล้า แต่โรคลมชักหมายถึงภาวะที่มีแนวโน้มจะชักซ้ำๆ จากความผิดปกติของสมองเอง
ชนิดของการชัก
หลายคนนึกถึงการชักแบบเดียว คือล้มลงเกร็งกระตุกทั้งตัว แต่ความจริงการชักมีหลายแบบมาก และบางแบบคนทั่วไปคาดไม่ถึงว่าเป็นการชัก
การชักแบบเฉพาะที่
การชักแบบนี้เริ่มจากสมองเพียงจุดเดียว อาการขึ้นอยู่กับว่าเป็นสมองส่วนไหน บางคนมีอาการกระตุกเฉพาะมือข้างเดียวหรือมุมปาก บางคนรู้สึกชาแปลกๆ เห็นแสง ได้กลิ่นประหลาด หรือรู้สึกจู่ๆ ก็กลัวหรือคุ้นเคยกับเหตุการณ์หรือสถานที่ผิดปกติ โดยที่ยังรู้สึกตัวดี
บางครั้งการชักเฉพาะที่ทำให้ผู้ป่วยเหม่อลอย ทำอะไรซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว เช่น เคี้ยวปาก ลูบเสื้อ เดินไปมา เรียกไม่รู้เรื่องชั่วขณะ แล้วจำเหตุการณ์ช่วงนั้นไม่ได้ คนรอบข้างมักเข้าใจผิดว่าเหม่อหรือใจลอย
การชักแบบทั้งตัว
การชักแบบนี้เกิดจากไฟฟ้าผิดปกติลามไปทั่วสมองทั้งสองซีกพร้อมกัน แบบที่คนรู้จักมากที่สุดคือการชักเกร็งกระตุก ผู้ป่วยจะหมดสติ ล้มลง ตัวเกร็ง แล้วกระตุกเป็นจังหวะทั้งตัว แบบที่เด็กหนุ่มที่ผมเล่าให้ฟัง
อีกแบบที่พบในเด็กคือการเหม่อลอยชั่วขณะ เด็กจะหยุดนิ่งกะทันหัน ตาลอย เรียกไม่ตอบ เพียงไม่กี่วินาทีแล้วกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บ่อยครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเด็กใจลอยหรือไม่ตั้งใจเรียน
สิ่งที่ต้องทำเมื่อเห็นคนชัก และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
ตรงนี้สำคัญมากที่สุดในบทนี้ เพราะความเข้าใจผิดเรื่องการปฐมพยาบาลคนชัก อาจทำอันตรายมากกว่าตัวการชักเอง ผมอยากให้ทุกคนจำให้ขึ้นใจ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
ห้ามเอาอะไรยัดเข้าปากผู้ที่กำลังชักเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นช้อน นิ้วมือ ผ้า หรืออะไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่าคนชักจะกัดลิ้นตัวเองจนขาดนั้นเป็นความเข้าใจผิด การยัดของเข้าปากต่างหากที่อันตราย อาจทำให้ฟันหัก สำลัก ทางเดินหายใจอุดตัน หรือคนที่ช่วยถูกกัดมือบาดเจ็บ
ห้ามจับกดตัวผู้ป่วยไว้แน่นเพื่อหยุดการเกร็งกระตุก เพราะอาจทำให้กระดูกหักหรือข้อเคลื่อนได้ ปล่อยให้ร่างกายชักไปตามธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า
สิ่งที่ควรทำ
ตั้งสติ อย่าตกใจ แล้วดูเวลาว่าชักนานแค่ไหน ค่อยๆ ประคองให้ผู้ป่วยนอนลงกับพื้นในที่ปลอดภัย เอาของแข็งของมีคมรอบตัวออกให้ห่าง รองศีรษะด้วยของนุ่มๆ เช่น เสื้อพับ คลายเสื้อผ้าที่รัดคอให้หลวม
ที่สำคัญคือ จับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ท่านี้ช่วยให้น้ำลายหรือสิ่งที่อยู่ในปากไหลออกได้ ป้องกันการสำลักลงปอด รอจนกว่าอาการชักจะสงบ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่กี่นาทีและหยุดเอง เมื่อผู้ป่วยฟื้น ให้อยู่เป็นเพื่อน พูดปลอบให้สงบ เพราะเขาจะสับสนงุนงง
เมื่อไหร่ต้องรีบเรียกรถพยาบาล
โทร 1669 ทันที ถ้าการชักนานเกินห้านาที หรือชักซ้ำติดๆ กันโดยไม่ฟื้นระหว่างนั้น หายใจลำบากหรือหน้าเขียวหลังชัก ชักครั้งแรกในชีวิตที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชักในน้ำ หรือผู้ป่วยตั้งครรภ์หรือบาดเจ็บจากการชัก เพราะการชักที่ยาวนานเกินไปเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต
กล่องความรู้
เมื่อเห็นคนชัก ห้ามยัดอะไรเข้าปากเด็ดขาด คนชักไม่กัดลิ้นตัวเอง แต่ของที่ยัดเข้าไปทำให้สำลักและฟันหักได้ สิ่งที่ถูกต้องคือ จับนอนตะแคง รองศีรษะให้นุ่ม เอาของอันตรายออกห่าง จับเวลา และอยู่เป็นเพื่อน ถ้าชักเกินห้านาที โทร 1669 ทันที
อะไรเป็นสาเหตุ และอะไรกระตุ้นให้ชัก
โรคลมชักมีสาเหตุได้หลายอย่าง ในผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยหาสาเหตุชัดเจนไม่พบ แต่ในหลายคนก็มีสาเหตุที่ระบุได้
สาเหตุที่พบ เช่น ความผิดปกติของสมองแต่กำเนิด แผลเป็นในสมองจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ โรคหลอดเลือดสมองที่เราคุยกันในบทที่ 5 เนื้องอกสมองที่จะคุยกันในบทที่ 14 การติดเชื้อในสมอง หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่าง ในผู้สูงอายุ โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุของลมชักที่พบบ่อยที่สุด
นอกจากสาเหตุแล้ว ยังมีปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผู้ป่วยลมชักเกิดอาการชักง่ายขึ้น ซึ่งการรู้จักและหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดการชักได้มาก
ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยที่สุดคือการอดนอนและการพักผ่อนไม่เพียงพอ รองลงมาคือการลืมกินยากันชัก ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์ ไข้สูง แสงไฟกะพริบถี่ๆ ในบางคน และในผู้หญิงบางรายสัมพันธ์กับรอบประจำเดือน
รักษาได้แค่ไหน?
ผมมีข่าวดีที่อยากบอกดังๆ โรคลมชักเป็นโรคทางสมองที่รักษาและควบคุมได้ดีมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ราวเจ็ดในสิบคน สามารถควบคุมอาการชักได้ดีจนใช้ชีวิตปกติด้วยยากันชัก
ยากันชักทำงานโดยช่วยปรับสมดุลสัญญาณไฟฟ้าในสมองให้กลับมาเป็นระเบียบ ลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ปัจจุบันมียากันชักหลายชนิดให้เลือกใช้ตามชนิดของการชักและตัวผู้ป่วย หัวใจสำคัญของการรักษาคือ ต้องกินยาสม่ำเสมอตรงเวลา ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะการหยุดยากะทันหันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชักรุนแรง
ในผู้ป่วยส่วนน้อยที่กินยาหลายชนิดแล้วยังคุมไม่ได้ มีทางเลือกอื่น เช่น การผ่าตัดเอาจุดที่เป็นต้นเหตุของการชักออกในรายที่เหมาะสม การฝังเครื่องกระตุ้นประสาท หรืออาหารบำบัดแบบพิเศษบางชนิดในเด็ก
สิ่งที่ผมอยากเน้นคือ เมื่อคุมอาการได้ดี ผู้ป่วยลมชักสามารถเรียน ทำงาน แต่งงาน มีลูก และใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง
อยู่กับโรคลมชักและลบล้างความเข้าใจผิด
โรคลมชักเป็นหนึ่งในโรคที่ถูกตีตราจากสังคมมากที่สุด ด้วยความเข้าใจผิดที่สืบทอดกันมานาน บางคนเชื่อว่าเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ บางคนกลัวว่าจะติดต่อ บางคนคิดว่าผู้ป่วยมีสติปัญญาบกพร่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่จริงเลย
โรคลมชักไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ใช่เรื่องผีสางหรือเวรกรรม และไม่เกี่ยวกับสติปัญญา ผู้ป่วยลมชักจำนวนมากเรียนเก่ง ทำงานเก่ง ประสบความสำเร็จในชีวิต บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์หลายคนก็เป็นโรคนี้
สิ่งที่ผู้ป่วยลมชักต้องการมากที่สุดไม่ใช่ความสงสาร แต่คือความเข้าใจ การที่คนรอบข้างรู้ว่าโรคนี้คืออะไร รู้วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้องเมื่อเกิดอาการชัก และปฏิบัติกับผู้ป่วยเหมือนคนปกติ คือสิ่งที่มีค่าที่สุด
สำหรับการใช้ชีวิต ผู้ป่วยควรกินยาสม่ำเสมอ นอนหลับให้พอ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และควรระวังกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายหากเกิดชักกะทันหัน เช่น การว่ายน้ำคนเดียว การปีนที่สูง หรือการขับรถในช่วงที่ยังคุมอาการไม่ได้ ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะรายไป
สรุปบทที่ 10
โรคลมชักคือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองปล่อยสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติพร้อมกันอย่างรุนแรง เหมือนฟ้าผ่าในสมอง อาการชักมีหลายแบบ ทั้งแบบเฉพาะที่ที่อาจเป็นแค่เหม่อลอยหรือกระตุกเฉพาะส่วน และแบบทั้งตัวที่ล้มเกร็งกระตุกหมดสติ สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเห็นคนชักคือ ห้ามยัดของเข้าปาก ให้จับนอนตะแคง รองศีรษะ จับเวลา และโทร 1669 ถ้าชักเกินห้านาที โรคนี้รักษาได้ดีมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่คุมอาการได้ด้วยยาและใช้ชีวิตปกติ สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการที่สุดคือความเข้าใจ ไม่ใช่การตีตรา
ทำได้เลยวันนี้
วันนี้ใช้เวลาสองนาทีจดจำวิธีช่วยคนชักให้ขึ้นใจ จับนอนตะแคง รองศีรษะให้นุ่ม เอาของอันตรายออก จับเวลา ห้ามยัดของเข้าปาก และโทร 1669 ถ้าชักเกินห้านาที
ความรู้นี้อาจดูเล็กน้อย แต่วันหนึ่งคุณอาจได้ใช้ช่วยชีวิตคนแปลกหน้าที่ล้มชักตรงหน้า หรือช่วยให้คนที่คุณรักปลอดภัย เพราะการชักเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และคนที่อยู่ตรงนั้นคือคนที่สำคัญที่สุด
อ่านบทอื่นและฉบับเต็มได้ที่
https://www.facebook.com/share/p/1bPeWnzLf4/?mibextid=wwXIfr
อ้างอิง
1. Thijs RD, Surges R, O'Brien TJ, Sander JW. (2019). Epilepsy in adults. The Lancet, 393(10172), 689–701.
2. Fisher RS, et al. (2017). Operational classification of seizure types by the International League Against Epilepsy. Epilepsia, 58(4), 522–530.
3. Devinsky O, et al. (2018). Epilepsy. Nature Reviews Disease Primers, 4, 18024.
4. World Health Organization. (2024). Epilepsy. WHO Fact Sheet.
5. Kanner AM, Bicchi MM. (2022). Antiseizure Medications for Adults With Epilepsy: A Review. JAMA, 327(13), 1269–1281.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี