542.jpg
ทัวร์ลงเพจชมรมแพทย์ชนบท หลังค้านแนวคิด 'ร่วมจ่าย'

ทัวร์ลงเพจชมรมแพทย์ชนบท หลังค้านแนวคิด 'ร่วมจ่าย'

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.42 น.

ประเด็นเรื่องของงบประมาณทางการแพทย์ยังคงเป็นที่น่าจับตา และร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย หรือ "หมอวี" รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความตีแผ่ความจริงที่คนทำงานสาธารณสุขต้องเผชิญ โดยระบุว่า รายได้หลัก 70-80% ของโรงพยาบาลมาจาก สปสช. แต่เม็ดเงินที่ได้กลับ "น้อยกว่าต้นทุนความเป็นจริงมาก"

พร้อมทั้งกล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเข้าขั้นวิกฤต โรงพยาบาลกว่า 400 แห่งจาก 900 แห่งทั่วประเทศ "เงินบำรุงติดลบ" และเงินบำรุงรวมทั้งประเทศเหลือใช้ได้อีกแค่ราว 3 เดือน ซ้ำร้ายล่าสุด สปสช. เพิ่งออกประกาศขอเลื่อนชำระเงินของเดือนมิถุนายนให้หน่วยบริการ "อย่างไม่มีกำหนด" ยิ่งตอกย้ำความบอบช้ำให้ระบบ หมอวีถึงกับทิ้งท้ายอย่างเจ็บปวดว่า "เงินโรงพยาบาลจะรักษาคนไข้ยังไม่มี แต่มีเงินแจกฮอร์โมนข้ามเพศ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ" อ่านข่าวต้นทางได้ที่นี่


 

จากวิกฤตทางการเงินข้างต้นทำให้มีกระแสข่าวว่า ภาครัฐมีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ "บัตรทอง" ไปสู่รูปแบบการ "ร่วมจ่าย (Copayment)" เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่พุ่งสูงขึ้นในทุกๆ ปี

และจุดเริ่มต้นของข้อถกเถียงทวีความดุเดือดขึ้น เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ชมรมแพทย์ชนบท ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงจุดยืนและตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

"ก่อนที่เราจะถามว่าประชาชนพร้อมจะร่วมจ่ายไหม เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราพร้อมจะเห็นประเทศนี้ก้าวถอยหลังไปสู่ยุคที่คนจนต้องนอนรอความตายเพราะไม่มีเงินรักษาแล้วจริงหรือ?” และฝ่ายการเมืองต้องไม่กำหนดนโยบายประชานิยมจนทำให้ระบบสาธารณสุขบิดเบี้ย

 

 

โซเชียลเดือด

หลังจากประเด็นนี้ถูกจุดประกายขึ้น โลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ดังนี้

"ก่อนจะถามว่า เป็นชมรมแพทย์ชนบท ต้องควรตอบก่อนว่า อยู่ รพช ใช่ไหม"

"ประเด็นคือไม่ปรับแก้ก็กลายเป็นทุกคนนอนรอความตาย โจทย์มันเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อน พ.ศ. 2545 โจทย์คือ คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงสถานพยาบาล ทำให้ตายเยอะ ปัจจุบัน พ.ศ. 2569 โจทย์คือ รัฐบาลไม่มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับรักษาคนที่มาถึงสถานพยาบาลทุกคน เลยมีคนต้องรอรับการรักษาจนตายก่อน หรือไม่มียาเครื่องมือที่จำเป็นจนต้องปล่อยให้คนตายไปทั้งที่ความรู้ความสามารถพอ วิธีแก้ปัญหาจึงต้องต่างจากเดิม pain point หลักเปลี่ยนไปแล้ว"

"ประเทศที่พัฒนาทั้งหลายก็ร่วมจ่ายกันนะครับ การร่วมจ่ายจะช่วยให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ ให้ฟรีไม่มี limit คนไม่เห็นค่า ยังไม่อยากเห็นระบบสุขภาพบ้านเรามันพังทลายลงไปทั้งโรงพยาบาล คนทำงานด้านสุขภาพ และผู้ใช้บริการครับ ช่วยจ่ายกันบ้างน่าจะเป็นคำตอบ และให้ฟรีโดยมีเงื่อนไข จริงจังไม่ประชานิยม"

"จ่ายค่าเหล้า ค่าบุหรี่ยังจ่ายกันได้ ค่าหมอร่วมจ่ายกันบ้างเถอะจ้าา"

"จริง มีเงิน ก็ไปลง บุหรี่ เหล้า หวย ตับแข็ง ถุงลมโป่งพอง ต้องได้รับการรักษาฟรี"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top