วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นเรื่องของงบประมาณทางการแพทย์ยังคงเป็นที่น่าจับตา และร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย หรือ "หมอวี" รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความตีแผ่ความจริงที่คนทำงานสาธารณสุขต้องเผชิญ โดยระบุว่า รายได้หลัก 70-80% ของโรงพยาบาลมาจาก สปสช. แต่เม็ดเงินที่ได้กลับ "น้อยกว่าต้นทุนความเป็นจริงมาก"
พร้อมทั้งกล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเข้าขั้นวิกฤต โรงพยาบาลกว่า 400 แห่งจาก 900 แห่งทั่วประเทศ "เงินบำรุงติดลบ" และเงินบำรุงรวมทั้งประเทศเหลือใช้ได้อีกแค่ราว 3 เดือน ซ้ำร้ายล่าสุด สปสช. เพิ่งออกประกาศขอเลื่อนชำระเงินของเดือนมิถุนายนให้หน่วยบริการ "อย่างไม่มีกำหนด" ยิ่งตอกย้ำความบอบช้ำให้ระบบ หมอวีถึงกับทิ้งท้ายอย่างเจ็บปวดว่า "เงินโรงพยาบาลจะรักษาคนไข้ยังไม่มี แต่มีเงินแจกฮอร์โมนข้ามเพศ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ" อ่านข่าวต้นทางได้ที่นี่
จากวิกฤตทางการเงินข้างต้นทำให้มีกระแสข่าวว่า ภาครัฐมีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ "บัตรทอง" ไปสู่รูปแบบการ "ร่วมจ่าย (Copayment)" เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่พุ่งสูงขึ้นในทุกๆ ปี
และจุดเริ่มต้นของข้อถกเถียงทวีความดุเดือดขึ้น เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ชมรมแพทย์ชนบท ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงจุดยืนและตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า
"ก่อนที่เราจะถามว่าประชาชนพร้อมจะร่วมจ่ายไหม เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราพร้อมจะเห็นประเทศนี้ก้าวถอยหลังไปสู่ยุคที่คนจนต้องนอนรอความตายเพราะไม่มีเงินรักษาแล้วจริงหรือ?” และฝ่ายการเมืองต้องไม่กำหนดนโยบายประชานิยมจนทำให้ระบบสาธารณสุขบิดเบี้ย
.jpg)
โซเชียลเดือด
หลังจากประเด็นนี้ถูกจุดประกายขึ้น โลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ดังนี้
"ก่อนจะถามว่า เป็นชมรมแพทย์ชนบท ต้องควรตอบก่อนว่า อยู่ รพช ใช่ไหม"
"ประเด็นคือไม่ปรับแก้ก็กลายเป็นทุกคนนอนรอความตาย โจทย์มันเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อน พ.ศ. 2545 โจทย์คือ คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงสถานพยาบาล ทำให้ตายเยอะ ปัจจุบัน พ.ศ. 2569 โจทย์คือ รัฐบาลไม่มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับรักษาคนที่มาถึงสถานพยาบาลทุกคน เลยมีคนต้องรอรับการรักษาจนตายก่อน หรือไม่มียาเครื่องมือที่จำเป็นจนต้องปล่อยให้คนตายไปทั้งที่ความรู้ความสามารถพอ วิธีแก้ปัญหาจึงต้องต่างจากเดิม pain point หลักเปลี่ยนไปแล้ว"
"ประเทศที่พัฒนาทั้งหลายก็ร่วมจ่ายกันนะครับ การร่วมจ่ายจะช่วยให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ ให้ฟรีไม่มี limit คนไม่เห็นค่า ยังไม่อยากเห็นระบบสุขภาพบ้านเรามันพังทลายลงไปทั้งโรงพยาบาล คนทำงานด้านสุขภาพ และผู้ใช้บริการครับ ช่วยจ่ายกันบ้างน่าจะเป็นคำตอบ และให้ฟรีโดยมีเงื่อนไข จริงจังไม่ประชานิยม"
"จ่ายค่าเหล้า ค่าบุหรี่ยังจ่ายกันได้ ค่าหมอร่วมจ่ายกันบ้างเถอะจ้าา"
"จริง มีเงิน ก็ไปลง บุหรี่ เหล้า หวย ตับแข็ง ถุงลมโป่งพอง ต้องได้รับการรักษาฟรี"
.jpg)
.jpg)
.png)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี