วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
14 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 712/3 หมู่ 3 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย นางบังเอิญ ทุยจันทร์ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านซึ่งเป็นประธานวัฒนธรรมตำบลเมืองเก่า ได้เปิดตู้โชว์ตะคันอายุกว่า 1,000 ปี ให้สื่อมวลชนได้ชมในช่วงโอกาสพิเศษที่มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระหว่างวันที่ 10-14 พ.ย. 59
นางบังเอิญ กล่าวว่า ในช่วงที่มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ตนได้ถือโอกาสคัดวัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชมกันได้ที่บ้าน ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือนนพมาศด้วย นอกจากมีของเก่าให้ชมมากมายแล้ว ยังมีตะเกียง ตะคันโบราณ หลายรูปแบบ หลายยุคสมัย ที่ขุดพบในพื้นที่สุโขทัย
โดยเฉพาะตะคันโบราณจากแหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด (ต้นน้ำแม่ลำพัน) ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ซึ่งมีการขุดค้นพบพร้อมกับลูกปัด เครื่องประดับสมัยทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี มีรูปแบบเป็นถ้วยดินเผา ขึ้นรูปด้วยการใช้มือจีบดินอย่างง่ายๆ เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ ก่อนวิวัฒนาการเป็นตะคันขึ้นรูปทรงถ้วยด้วยแป้นหมุนในยุคสุโขทัย รวมถึงทรงตะเกียงอินเดีย และตะเกียงทรงดอกบัวบาน ของกลุ่มเตาเกาะน้อยศรีสัชนาลัย อายุกว่า 500 ปี ที่มีการขุดพบจำนวนมากขณะบูรณะโบราณสถาน
.jpg)
และยังพบอีกจำนวนมากในลำน้ำแม่ลำพัน ด้านทิศตะวันออกของเมืองเก่าสุโขทัย โดยตะคันบางอันเมื่อแรกขุดพบนั้น ยังมีไส้เป็นเส้นใยเชือกฝ้ายเหลือให้เห็น ส่วนที่ก้นภาชนะก็มีคราบเขม่าเผาไหม้กับเศษน้ำมันยาง และเทียนขี้ผึ้งที่เป็นเชื้อเพลิงให้เห็นด้วย ซึ่งได้รวบรวมเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
ทั้งนี้ การเผาเทียนเล่นไฟของเมืองสุโขทัยนั้น มีถ้อยคำอ้างอิงในหลักศิลาจารึก หลังกรานกฐินในเมืองสุโขทัยนี้ขอเชิญ "...เข้ามาดูท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ" (จารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 22) ถ้อยคำในจารึกตอนนี้แสดงถึงเทศกาลงานบุญใหญ่ และก่อเกิดสร้างคำในประเพณีประจำจังหวัดสุโขทัย เรียกว่า "ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ"
.jpg)
โดยทั่วไปทุกคนจะรู้จักประเพณีลอยกระทงอยู่แล้ว แต่การ "เผาเทียน เล่นไฟ" นั้นหมายถึงสิ่งใดกันแน่ แท้จริงแล้วเผาเทียนเล่นไฟเป็นประเพณีในความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ โดยจะมีการนำภาชนะดินเผาใส่ด้วยเส้นด้ายทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกา แล้วนำเทียนโรยด้านบน นำไปจุดให้แสงสว่างในศาสนสถานเพื่อเป็นพุทธบูชา
ตามนิทาน "ธัมม์กาเผือก" ที่เป็นที่มาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัป คือ พระกกุสันโธ-วงศ์ไก่, พระโกนาคม-วงศ์นาค, พระกัสสโป-วงศ์เต่า, พระโคตโม-วงศ์โค และพระเมตเตยโย-วงศ์ราชสีห์ โดยมารดาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัปคือพญากาเผือก ในตำนานระบุว่า "หากคิดถึงแม่ก็ให้นำเอาด้ายดิบมาฟั่นทำเป็นตีนกา เพื่อจุดเป็นประทีปบูชาคุณมารดา" จึงเป็นที่มาของการนำด้ายมาทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกาในภาชนะดินเผา ที่ในท้องถิ่นสุโขทัยเรียกว่า "ตะคัน" หรือในท้องถิ่นล้านนาเรียกว่า "ผางประทีป"
.jpg)
การจุดตะคันหรือผางประทีปจะจุดได้เฉพาะในพระศาสนาเท่านั้น จึงเป็นของสูงค่า เพราะเทียนหรือขี้ผึ้งเป็นของหายาก การจุดตะคันเผาเทียนเล่นไฟจึงเสมือนการบูชาพระพุทธเจ้าในภัทรกัป วิถีการจุดตะคันหรือผางประทีปจึงเป็นวัฒนธรรมร่วมรากของพระพุทธศาสนาเถรวาท ที่ยังถือปฏิบัติกันในวันเพ็ญเดือน 12 หรือเดือนยี่ของล้านนา ที่ทรงคุณค่ายิ่ง และจะมีการสวดธรรมหลวงหรือเทศน์มหาชาติในวันนี้ แสงจากตะคันจึงทำให้ผู้ฟังธรรมได้อานิสงส์ และผู้จุดถวายตะคันนั้นก็จะได้อานิสงส์มากอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี