จัดใหญ่5ธันวา  วันพระราชสมภพ‘ร.9’  ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

จัดใหญ่5ธันวา วันพระราชสมภพ‘ร.9’ ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จัดใหญ่5ธันวา

วันพระราชสมภพ‘ร.9’

ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

ลงขวานตัดต้นจันทน์หอม

สร้างพระโกศพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 43 ร.อ. ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 พฤศจิกายน

กราบพระบรมศพ8.7แสนคน


ขณะที่พสกนิกรจำนวนมากยังคงมาเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 04.45 น. และตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยมาเข้าแถวอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนมี 40,252 คน รวม 27 วันมี 870,312 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,970,888.25 บาท รวม 27 วัน เป็นเงิน 65,037,150.75 บาท

พระองค์หญิงฯประทานเข็มกลัดโบว์ดำ

เวลา 09.38 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯยังประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เพื่อประทานผ้าถุงดำ 3,000 ชุด ถุงดำใส่รองเท้า 3,000 ชุด และเข็มกลัดโบว์สีดำประดับเหรียญ 25 สตางค์ 50 สตางค์และ 1 บาท พร้อมป้ายติดด้านหลังมีข้อความว่า ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำนวน 5,000 ชิ้น ให้ประชาชนยืมเข้าสักการะพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯไปยังเต็นท์พักคอยของประชาชนที่รอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บริเวณถนนหน้าพระธาตุ ประทานเข็มกลัดโบว์สีดำแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ในการนี้เสด็จฯไปยังจุดเปลี่ยนผ้าถุงของกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามศาลฎีกา และมีพระปฏิสันถารกับประชาชนว่า “สวยงามมาก” และทรงถามถึงความสบายในการสวมใส่ สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนในน้ำพระทัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ จากนั้นเสด็จไปยังจุดคืนผ้าถุงกรุงเทพมหานคร และเสด็จกลับประตูวิเศษไชยศรี ประทานเข็มกลัดโบว์สีดำแก่ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง ก่อนเสด็จกลับเวลา 10.17 น.

ชวนจิตอาสาลงทะเบียนบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) บริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.)แถลงว่า กทม.จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดพื้นที่รอบสนามหลวง พร้อมทั้งขอชี้แจงว่าวันที่ 1-2 ธันวาคม สำนักพระราชวังประกาศงดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพ และงดเข้าเยี่ยมชมวัดพระแก้ว เพราะพื้นที่ดังกล่าวจะใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน ฉะนั้นกทม.วางแผนทำความสะอาดเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 21.30 น. - 2 ธันวาคม รวมถึงตรวจความแข็งแรงของซุ้มถวายความอาลัย ตรวจระบบไฟฟ้า ประปา กล้องวงจรปิด ตั้งแต่รอบพระบรมมหาราชวัง สนามหลวง แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนเปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพอีกครั้งวันที่ 3 ธันวาคม

“เนื่องจากประชาชนมีจิตอาสาทำกิจกรรมนี้มาก ผมจึงอยากให้ประชาชนถ้ามีเจตจำนงทำความดีเพื่อพ่อแจ้งไปได้ที่หมายเลข 1555 เราจะจัดให้ว่าจะทำความสะอาดพื้นที่ใด ขึ้นกับหน่วยงานใด” พล.ต.ท.อำนวย กล่าว และว่า กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ไม่มีการปิดการจราจร เน้นทำความสะอาดฟุตบาทเป็นหลัก

19ธค.บวงสรวงราชรถราชยาน

ในส่วนรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการดูแลเรื่องพระราชพิธีวันที่ 28 พฤศจิกายนว่า จะทำความเข้าใจทุกภาคส่วนเรื่องแบบพระเมรุมาศ พระโกศจันทร์และพระโกศเล็ก ซึ่งแบบทั้งหมดดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนสถานที่จัดงานอาจกินพื้นที่สนามหลวงสองในสาม กำหนดรับพื้นที่วันที่ 10 มกราคม 2560 จะลงเสาปักเขตก่อนเริ่มก่อสร้างไม่เกินเดือนกันยายน ส่วนวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 14.49 น.จะมีพิธีบวงสรวงราชรถ ราชยาน

จัดใหญ่5ธค.วันพระราชสมภพร.9

พล.อ.ธนะศักดิ์ยังกล่าวถึงกิจกรรมวันที่ 5 ธันวาคมว่า ททท.ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกส่วนร่วมกันจัดกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพระราชสมภพ โดยจะจัดงานที่สะพานภูมิพล เวลา 06.19 น.จะมีการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นจะสวดบทชยันโต ถวายสังฆทานพระ 990 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนช่วงเย็นเป็นการทำพิธีตามปกติ

แจงปีใหม่จัดสวดมนต์-จุดเทียน

ส่วนการจัดกิจกรรมวันปีใหม่นั้น รองนายกฯกล่าวว่า ให้จัดงานปีใหม่ได้ โดยรัฐบาลร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย และสำนักพุทธศาสนาจัดสวดมนต์ทุกวัดทั่วประเทศ โดยปีนี้จะเชิญวัดที่เป็นเครือข่ายจากต่างประเทศมาร่วมด้วย และสวดมนต์ตามชายแดน 14 จังหวัดเหมือนเดิม แต่ขอความร่วมมือคือ ขอให้มีกิจกรรมที่ทำพร้อมกันทั่วประเทศ 3 อย่างคือ 1.เวลา 21.00 น.จะมีกิจกรรมยืนถวายความอาลัย 89 วินาที 2.เวลา 23.45 น. เป็นการสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่า จะสวดทั้งในและนอกวัดทั้งประเทศ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน และ 3.เวลา 00.00 น. ประชาชนเคาดาวน์ร้องเพลงปีใหม่ได้ ในวัดทุกวัดจะตีฆ้อง และสวดมนต์ จากนั้นเวลา 00.09 น. จะจุดเทียนพร้อมกันทั่วประเทศ เรียกว่า “แสงเทียนแห่งสยาม” และสวดบทชยันโต และพาหุฯงพร้อมกันเป็นการสวดให้ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์และตนเอง ส่วนการจุดพลุปีนี้อาจไม่มี สำหรับที่สนามหลวงจะไม่มีกิจกรรมรื่นเริง แต่จะจัดสวดมนต์ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

ลงมือตัดเลื่อยไม้จันทน์ส่งช่างสิบหมู่

มีความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า ได้ไปตรวจเยี่ยมการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ. บ้านรวมไทย ร่วมตัดเลื่อย แปรรูปไม้ คาดดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ 10 วัน

นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร ประธานมูลนิธิช้างป่า..บ้านพ่อ ประธานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรีกล่าวว่า เค่รือข่าย 13 องค์กรพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการตัดเลื่อยไม้และแปรรูปไม้จันทน์หอม หลังกำหนดขนาดและปริมาตรที่นำไปใช้สร้างพระโกศ นอกจากนั้น ยังมีประชาชนทั้งในและนอกอ.กุยบุรีนำอาหารน้ำดื่มนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในอุทยานฯกว่า 100 คน

แต่งบทร้อยกรองถวายอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์พันธ์ ได้ประพันธ์ร้อยกรอง “ไม้จันทน์หอมกุยบุรี งานพิธีของแผ่นดิน “ ถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชความว่า “เรไรหรีดร่ำร้อง กู่กึกก้องกลางภูผา เก้งกวางไอยรา สกุณาสานสำเนียง พฤกษ์ไพรสรรพสัตว์ ลมพานพัดประสานเสียง เทวาอารักษ์เคียง ต่างเปล่งเสียงอนุโมทนา ปวงเหล่าประชาราษฎร์ ก้มหมอบกราบรอบทิศา โหรพราหมณ์ภาวนา กลางผืนป่ากุยบุรี บวงสรวงไม้จันทน์หอม ถวายจอมปิ่นเกษี โบราณประเพณี งานพิธีอนธกาลถวายองค์ภูมินทร์ ใจรวยรินร่วมสืบสาน โกศกุดั่นจิตกาธาน สานตำนานกษัตริย์ไทย ร้อยใจร้อยเรียงจิต ล้านชีวิตโหยหวลไห้โหยหวลห่วงหทัย ถวายอาลัยองค์ราชันย์

ท้าวแสนปมปีติได้กราบพระบรมศพ

ที่สวนน้ำเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลธารน้ำ ทิพย์ พร้อมด้วยนายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปี หรือลุงชง ที่ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม รวม 50 คน ออกเดินทางจากอ.เบตงเมื่อเวลา 05.30 น.วันนี้ เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพ ลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีนายดำรงค์ ดีสกูลสินธุ์ นายอำเภอเบตง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ คอยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้ นายชิติ หรือลุงชงกล่าวทั้งน้ำตาว่า ดีใจและปลื้มปิติที่เดินทางเข้าพระบรมมหาราชวังครั้งแรกในชีวิต และได้เข้ากราบพระบรมศพ และขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกคนที่ไ ด้บริจาคเงินสิ่งของ และจัดหาบ้านให้อยู่ที่อ.เบต ง โดยไม่มีใครรังเกียจที่ตนป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม และการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เสียใจมากที่สุดในชีวิต ที่จะได้เข้ากราบพระบรมศพ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top