รายงานพิเศษ : แนวคิดการแก้ไขปัญหาข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน (1)

รายงานพิเศษ : แนวคิดการแก้ไขปัญหาข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน (1)

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัญหาเรื่องข้าวและชาวนา แก้ไขกันมาหลายสมัยหลายรัฐบาลแต่ไม่ปรากฏความสำเร็จให้เห็น ทั้งๆ ที่ข้าวและชาวนาคือ พืชคู่บ้าน คนคู่เมือง สำหรับประเทศไทยมาแต่ยุคกรุงสุโขทัย ข้าวราคาถูก ถูกเอาเปรียบอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ชาวนาส่วนใหญ่ยากจนอย่างไรก็ยังคงเป็นอย่างนั้น แต่เอาเถอะ สมัยที่ผ่านๆ มานโยบายและอำนาจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลดูเหมือนจะกระท่อนกระแท่น ขาดหกตกหล่น หรือแม้กระทั่งอาจแฝงไปด้วยเล่ห์กลผลประโยชน์ ขาดความจริงใจ จึงทำให้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับข้าวและชาวนายังคงไม่หมดไป เรียกได้ว่า โอกาสและจังหวะอาจจะยังไม่เป็นใจ หรือบางครั้งบางคราวก็เป็นใจแล้ว กลับขาดคนดีจริงใจมาดำเนินการแก้ไข

แต่...เมื่อได้พิจารณาถึงห้วงเวลาอันแสนวิเศษสุดดังเช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ วันที่มีนายกรัฐมนตรีที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงปราศจากผลประโยชน์ทั้งในทางการเมืองและทรัพย์ศฤงคาร รวมทั้งมีอำนาจพร้อมสรรพที่จะกระทำการใดๆ ก็ได้วันที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่เก่งและกล้าชน กล้าลุย อีกทั้งเป็นเพื่อนรักกับนายกรัฐมนตรี ที่พร้อมจะจับมือเดินไปด้วยกันในทุกเรื่อง วันที่มีผู้นำชาวนาที่เข้าใจและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้ด้วยลำแข้งของตนเองโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ขอเพียงทางรอดของพี่น้องชาวนา หากเราจะปล่อยให้โอกาสและจังหวะอันงามในการสะสางปัญหาข้าวและชาวนาให้หมดไปอย่างยั่งยืนนี้ผ่านไป หรือไม่สร้างวิกฤติให้เป็นโอกาสในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างเอื้ออำนวย ก็เป็นที่น่าเสียดายและก็ต้องขอแสดงความเสียใจต่อชาวนาไทยไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ท่านคงไม่มีโอกาสอีกต่อไปที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวของท่าน เพราะโอกาสและจังหวะอันงามเช่นนี้ หากจะนับย้อนไปในอดีตตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 หรือ 80 กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าจะมีช่วงเวลาใดที่จะเหมาะสมเปรียบเทียบได้


การที่จะแก้ไขปัญหาข้าวและชาวนาให้บรรลุผลอาจมีหลายหลากวิธีการ แต่ในทรรศนะของผม เห็นว่าสิ่งจำเป็น 4 ประการที่จะต้องมี คือ (1) มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ทำจริงจากผู้กำหนดนโยบาย (2) มีแนวทางหรือวิธีการที่ดีจริง (3) มีกลไกดีจริงที่สามารถนำเอาแนวทางหรือวิธีการไปปฏิบัติให้บรรลุผล และ (4) ชาวนาและทุกฝ่ายให้ความร่วมมือจริง

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เอื้อดังได้กล่าวมาแล้วสิ่งจำเป็นหรือเงื่อนไขข้อที่ (1) และข้อ (4) นั้นมีแล้วพร้อมแล้วส่วนข้อที่ (2) ก็พอมีและอาจช่วยกันคิดเพิ่มเติมภายหลังได้ข้อเขียนนี้จึงให้น้ำหนักไปในข้อ (3) คือเรื่องของกลไกในการนำเอาแนวทางหรือวิธีการไปสู่การปฏิบัติ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าส่วนมากแนวทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหาข้าวและชาวนานั้นพอมีอยู่แล้ว ถามว่า แล้วดีไหม มีประสิทธิภาพไหม ก็เห็นในระดับสากลต่างประเทศทั่วๆ ไป เขาก็นำมาใช้กันแล้วก็ได้ผล ยกตัวอย่างได้แก่ ด้านโครงสร้างการผลิต เช่น การปรับปริมาณการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการ ด้านวิชาการ เช่น การพัฒนาชนิดพันธุ์ข้าวหรือเทคโนโลยีการเพาะปลูก ด้านการเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปผลผลิตข้าว หรือแม้แต่ด้านการตลาด เช่น การร่วมกันผลิตและร่วมกันขาย เป็นต้น ดังนั้นก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วเมื่อนำเอาแนวทางหรือวิธีการเหล่านี้มาใช้กับประเทศไทยแล้วทำไมไม่ได้ผลนั่นแหละจึงเป็นที่มาอันเป็นสมมุติฐานของผมว่า น่าจะเป็นปัญหาที่ข้อ (3) ซึ่งหมายความว่า กลไกการนำเอาแนวทางหรือวิธีการไปปฏิบัติ สำหรับบ้านเมืองเราน่าจะมีปัญหาบกพร่อง ผมจึงลงความเห็นฟันธงว่า เราจำเป็นต้องมุ่งแก้ไขจุดนี้เป็นประการสำคัญก่อน และคำว่า “กลไก” ที่ว่านี้จะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้ นอกจากเรื่องของ“โครงสร้างหน่วยงานและบุคลากรภาครัฐ” ซึ่งผมเห็นว่ายังเป็นปัญหาอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน คือ

1.กลไกภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกับการตลาดข้าวขาดการรวมศูนย์

2.หน่วยงานด้านการผลิตข้าวขาดการบูรณาการ

3.เจ้าหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาด้านข้าวมีน้อย ไม่พอเพียง

4.โครงสร้างการบริหารจัดการเรื่องข้าวขาดการมีส่วนร่วม

“ซี 10”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top