วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
25 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (WHCA) เมื่อวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) กล่าวถึง สถานการณ์อิหร่าน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชน โดยผสมผสานมุกตลกกับการเหน็บแนมและประเด็นการเมืองเดิมๆ จนโลกโซเชียลมีการออกมาวิพากษ์วิจารณถึงความไม่สร้างสรรค์ จนกลายเป็นกระแสในสื่อและโลกออนไลน์
อีกทั้งยังนำหมวกที่มีตัวอักษรเขียนว่า 'TRUMP 2028' ขึ้นมาสวมในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ซึ่งเป็นการกลับมาจัดงานอีกครั้ง หลังจากงานต้องล่มไปเนื่องจากเหตุลอบยิงกันเมื่อเดือนเมษายน
แม้งานดังกล่าวจะมีธรรมเนียมให้ผู้นำสหรัฐฯ และสื่อมวลชนล้อเลียนกันอย่างมีอารมณ์ขัน แต่หลายฝ่ายมองว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง เต็มไปด้วยการโจมตีสื่อและคู่แข่งทางการเมืองมากกว่าการสร้างเสียงหัวเราะ

หนึ่งในประโยคที่กลายเป็นไวรัล คือ ที่นี่น่าจะเป็นสถานที่ที่รวมคนเป็น Trump Derangement Syndrome (กลุ่มอาการคุ้มคลั่งเพราะทรัมป์) มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งคำว่า Trump Derangement Syndrome (ภาวะเกลียดทรัมป์จนขาดสติ) เป็นคำที่ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ใช้เรียกผู้ที่ต่อต้านหรือวิจารณ์เขาอย่างรุนแรง
โดยเปรียบเปรยว่าคนเหล่านั้นหมกมุ่นกับการเกลียด 'ทรัมป์' จนสูญเสียการใช้เหตุผล อีกทั้ง 'ทรัมป์' ยังพูดติดตลกว่า "บางครั้งผมก็คิดจริงๆ ว่าพวกคุณบางคนไม่ชอบผม" และแซวว่า "เมื่อผมเลิกเล่นการเมือง พวกคุณคงจนกันหมด" พร้อมเรียกสื่อบางแห่งว่า เฟกนิวส์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแนวนโยบายขัดแย้งกับสื่อมวลชนมาโดยตลอด เริ่มต้นบรรยากาศการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยท่าทีเป็นกันเอง แต่การปราศรัยที่ยาวนานกว่าหนึ่งชั่วโมงกลับเปลี่ยนเป็นการโจมตีคู่แข่งทางการเมือง และหยิบยกประเด็นการโจมตีเดิมๆ ที่มักใช้บนเวทีหาเสียงขึ้นมาพูดซ้ำ
ถึงแม้ว่า 'ทรัมป์' จะตั้งใจเล่นมุกแต่สื่ออเมริกันหลายสำนัก รวมถึงผู้ที่อยู่ในงาน มองว่าการแสดงครั้งนี้ แทบไม่มีจังหวะที่เรียกเสียงหัวเราะได้เลย หลายช่วงห้องจัดงานเงียบและหลังจบงาน นักข่าวและชาวเน็ตจำนวนมากต่างวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ฝืด ที่สุดของงานสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว

นอกจากนี้ 'ทรัมป์' ยังกล่าวอ้างโดยปราศจากความจริงว่า ชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เป็นชาวปาเลสไตน์ พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล จะเดินทางมาเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ก่อนที่ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายทรัมป์จะพูดติดตลกว่าเขากำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สี่ แล้วจึงหยิบหมวกสีแดงที่มีข้อความ 'TRUMP 2028' ขึ้นมาสวม
ซึ่งเรื่้องนี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้ออกมาวิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่ามุกตลก คือการที่สื่อสามารถวิจารณ์ประธานาธิบดีได้อย่างเปิดเผยผ่านทั้งรายการโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งสะท้อนหลัก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสหรัฐฯ 'ทรัมป์' ยังกล่าวยกย่องเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี ที่ช่วยหยุดมือปืนในเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พร้อมประณามความรุนแรงทางการเมือง
แต่หลังจากนั้นเขาก็กลับมาเล่นมุกอีกครั้ง โดยแซวแขกเหรื่อในงานว่า หลายคนไม่ยอมใส่เสื้อเกราะกันกระสุน เพราะ ยอมตายดีกว่าดูอ้วนขึ้นอีก 20 ปอนด์ ซึ่งเป็นอีกประโยคที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากงานจัดขึ้นหลังเกิดเหตุคนร้ายพยายามบุกยิงในงานเดียวกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี