ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง นิสัยที่ผู้นำประเทศต้องแก้ไขในระบบ

ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง นิสัยที่ผู้นำประเทศต้องแก้ไขในระบบ

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อตอนที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวที่จะเปิดเส้นปิดกั้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ด้วยการจัดตั้ง ประชาคมอาเซียน ในตอนนั้น ทุกกลุ่ม ทุกเหล่า ล้วนกระดี๊กระด๊า วาดภาพฝันกันไปไกลแบบสดสวย ไร้ซึ่งปัญหา ในทุกหน่วยงานของภาครัฐ โดยเฉพาะในภาค การศึกษา ถึงกับมีการวาดฝันกันว่าจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการศึกษาในอาเซียน จะมีนักเรียน นักศึกษาจากอาเซียน เข้ามาเรียนในประเทศไทยมากมาย เงินทองจะไหลมาเทมาจนคนไทยจะกลายเป็น เศรษฐีอาเซียน โดย ไม่มีเสียงของ ผู้บริหารภาครัฐ ฝ่ายไหนเลยที่จะมาสะกิดให้ “ฝันแบบเนื้อๆ บ้าง อย่าฝันแต่น้ำๆ อย่างเดียว” สรุปว่า ทุกคนเห็นชอบไปทั้งหมด จะด้วยเอาใจผู้นำประเทศ เอาใจคนต้นคิด หรือเอาใจอะไรก็แล้วแต่ ตามนิสัย “ตามใจคือไทยแท้”

ในภาคส่วนของการศึกษา สิ่งที่เห็นได้ชัดและดูเหมือนจะมีกระแสท้วงติงอยู่บ้างก็คือ การปรับระยะเวลาการเปิดภาคเรียนของประเทศไทยให้รองรับกับประเทศอาเซียน เพื่อเชื่อมโยงถึงกันง่ายขึ้น แม้จะมีบางเสียง ออกมาให้เหตุผลถึงความแตกต่าง
กันในบริบทของสภาพแวดล้อมทางภูมิอากาศ และวัฒนธรรมแห่งวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งเสียงที่ออกมาเสนอแนะก็ไม่ได้บังเกิดผลอะไร เหมือนเอา “ไข่กระทบหิน” เพราะเสียงเห็นด้วยมากกว่า และ คนที่มีอำนาจแน่ใจว่า “ตัวเองคิดถูกแล้ว”แบบว่า “กรูเก่งเอ็งอย่ามาเถียง”


พอมาถึงวันนี้ ลองอ่านข่าว ข้างล่างนี้นะครับ

“กลุ่ม มทร.ยืนยันปี’60 กลับไปเปิด-ตามเดิม”

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2560 กลุ่ม 9 มทร.มีมติร่วมกันชัดเจนแล้วที่จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือน มิ.ย. 2560 ซึ่งถือเป็นการกลับไปสู่การเปิด-ปิดภาคเรียนในระบบเดิม สาเหตุที่กลุ่ม มทร.กลับมาเปิดภาคเรียนเช่นเดิมจะทำให้สอดคล้องกับระบบการเปิด-ปิดภาคเรียนของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จะเข้าเรียนใน มทร. การที่เปลี่ยนไปเปิดตามอาเซียนในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดที่ไม่ได้ยึดโยงกลุ่มผู้เรียนที่จะเข้าเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่กลับไปยึดนักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งแต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในระบบอุดมศึกษาไม่กี่พันคน แต่นักเรียนไทยที่เข้าสู่ระบบอุดมศึกษามีหลายแสนคน ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเด็กไทยมากกว่า ดังนั้นการตัดสินใจกลับมาเปิดตามระบบเดิมจึงน่าจะส่งผลดีกับนักศึกษามากกว่า

เป็นไงครับ เมื่อตอนที่จะปรับเปลี่ยนกันนั้น ทุกฝ่ายล้วนกระดี๊กระด๊าว่า มันเลิศสะแมนแตน สุดยอดที่สุด สมบูรณ์ที่สุด เพียงไม่กี่ปี น้ำลายที่พ่นขึ้นไปบนฟ้าก็ตกลงมาใส่หน้าคนที่ถ่มออกไป รู้สึกอะไรบ้างไหม ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับ ภาษิตโบราณ ที่บอกว่า “ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง” เป๊ะเลย

เรื่องประเภทนี้ ในแวดวงการศึกษาไทยยังมีหลบๆ ซ่อนๆ อยู่อีกเยอะแยะครับ คิดๆ แล้วก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีสักสิบหน้า ยี่สิบมือ จะได้สอดส่องดูแลประเทศไทยให้ทั่วถึง สมเจตนารมณ์เร็วๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top