537.jpg
สพฐ.จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอุทกภัยปี69

สพฐ.จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอุทกภัยปี69

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.18 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จับตาสถานการณ์น้ำ ปี 69 ใช้บทเรียน 3 ปี ย้อนหลังทำข้อเสนอเชิงนโยบาย “ภัทรวรรณ” กำชับโรงเรียน-เขตพื้นที่ฯ เฝ้าระวังติดตาม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอุทภภัยเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ว่า ทุกภูมิภาคของประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ น้ำท่วมฉับพลัน ได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ.มีความเป็นห่วงนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองนักเรียน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2569 นี้ โดยตนได้มอบนโยบายให้ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศสป.สพฐ.)ประเมินแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัย ปี 2569 จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย สพฐ. ปี 2569 พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน  เตรียมความพร้อม การสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนกลาง โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังเหตุอุทกภัย ,ประชุมหารือ กับ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานปกครอง และสาธารณสุขพื้นที่,จัดกำชับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอุทกภัย สพฐ. และจัดประชุมชี้แจงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ในการดำเนินงานเฝ้าระวัง เพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ปี 2569


รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินงานช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ปี 2568 โดย มี นักเรียน ได้รับผลกระทบ 167,106 คน ครูและบุคลากร ได้รับผลกระทบ 13,245 คน และสถานศึกษา ได้รับผลกระทบ 1,900 แห่ง ซึ่ง สพฐ.ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น เป็นจำนวนเงิน 11,854,620 บาท โดยตนได้มอบหมายให้ ศสป.สพฐ.ติดตามงบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ตั้งแต่ปี 2567-2568 ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ทั้งนี้ มีข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566 พบว่า สถานศึกษาหลายแห่งประสบเหตุอุทกภัยซ้ำซ้อน โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาและจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และช่วยฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็วต่อไป  

“ สพฐ.ได้ประกาศมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอุทภภัย ดังนี้ มาตรการระยะสั้น 1.ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยพิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างเคร่งครัด 2.ติดตามคำพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ 3.ให้ผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงการเดินทาง และสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราวได้ทันที เพื่อความปลอดภัยแล้วรายงานตามลำดับชั้น พร้อมปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามความเหมาะสม (Online, On-Hand, On-Demand, On-Site ในพื้นที่ปลอดภัย หรือระบบเพื่อนช่วยเพื่อน) ทั้งนี้ ให้ครูสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลจิตใจ ตลอดจนผ่อนปรนการส่งงาน การบ้าน หรือการสอบในช่วงวิกฤต 4. จัดเตรียมพื้นที่ภายในโรงเรียนเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราวกรณีจำเป็นต้องอพยพผู้ประสบภัยในพื้นที่ 5.ซ่อมแซมอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า-ประปา และกั้นพื้นน้ำให้อยู่ในสภาพแข็งแรง พร้อมจัดเก็บครุภัณฑ์ และเอกสารสำคัญไว้ในที่สูงพ้นน้ำ 6.ประสานงานใกล้ชิดกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต/จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือหรือส่งต่อผู้ประสบภัยทันท่วงที และ 7.สำรวจผู้ได้รับผลกระทบและรายงานข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Line กลุ่ม ศสป.สพฐ.ทันที พร้อมทั้งเร่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา

ส่วนมาตรการระยะยาว 1.ปฏิบัติตามมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติของ ศธ. 2.จัดทำแผนสอบชดเชยในรูปแบบที่เหมาะสมหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อเติมเต็มเนื้อหาหลักสูตรที่ขาดหายไป และเร่งรัดหาหนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนทดแทนส่วนที่เสียหาย เพื่อให้นักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนปกติโดยเร็ว 3.สำรวจความเสียหายของอาคาร ครุภัณฑ์ และบ้านพัก เพื่อรายงานขอรับงบประมาณซ่อมแซมจาก สพฐ.ตามระเบียบ พร้อมทั้งประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ของอาชีวศึกษา ร่วมเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสิ่งก่อสร้างทันที 4.ปรับปรุงระบบระบายน้ำและทางน้ำไหล โดยประสานความร่วมมือเชิงพื้นที่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 5. ให้ สพท.กำกับดูแล ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมของสถานศึกษามายัง สพฐ.อย่างต่อเนื่อง” นางภัทรวรรณ กล่าว.

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top