542.jpg
ฝนมรสุมถล่มอินเดีย! น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย

ฝนมรสุมถล่มอินเดีย! น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.43 น.

เกิดเหตุภัยพิบัติจาก น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ในหลายพื้นที่ของอินเดีย หลังฝนมรสุมตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ใน รัฐนาคาแลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมา มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และในเขต จัมมูและแคชเมียร์ ภายใต้การบริหารของอินเดีย มีผู้เสียชีวิตอีก 11 ราย


เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตมอนของรัฐนาคาแลนด์ เปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยสามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย จากทั้งหมด 8 ราย และยังคงเดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คนจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ขณะที่พื้นที่ราชูรี (Rajouri) ในเขตจัมมู ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วมฉับพลัน โดย โอมาร์ อับดุลลาห์ มุขมนตรีรัฐจัมมูและแคชเมียร์ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า น้ำท่วมสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งทรัพย์สินของประชาชน อาคารสาธารณะ รวมถึงสถานีขนส่ง และส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก

สื่ออินเดียรายงานว่า ในพื้นที่จัมมู มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายคน ขณะที่กองทัพอินเดียร่วมกับหน่วยฉุกเฉินของรัฐ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ 11 คน รวมถึงเด็ก 5 คน

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียออกคำเตือนว่า พื้นที่จัมมูและแคชเมียร์อาจเผชิญ ฝนตกหนักมากเป็นพิเศษในช่วง 2 วันข้างหน้า พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางการได้สั่ง ระงับพิธีแสวงบุญถ้ำอมรนาถ (Amarnath Yatra) ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรรมสำคัญของชาวฮินดูในแคว้นแคชเมียร์เป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของผู้แสวงบุญ โดยจะกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อสภาพอากาศดีขึ้นและเส้นทางได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการระงับการเดินทางไปยัง ศาลเจ้าไวษณูเทวี (Vaishno Devi Shrine) ในรัฐจัมมู ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนเดินทางไปสักการะหลายล้านคนต่อปี

ทั้งนี้ อินเดียมักเผชิญปัญหาน้ำท่วมและดินถล่มในช่วงฤดูมรสุมเป็นประจำ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้รูปแบบฝนมีความรุนแรงและไม่แน่นอนมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติในหลายพื้นที่ของประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top