542.jpg
สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

สพฐ.เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้สอนคณิต-วิทย์-เทคโนฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

เลขาธิการ กพฐ. เปิดผลติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี สวก.สพฐ. ทำครอบคลุมทั้ง 3 มิติ หนังสือสื่อ-พัฒนาครู-ส่งเสริมสมรรถนะเด็ก ตามมาตรฐานทางวิชาการ

16 มิ.ย.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สพฐ. พบว่า เราได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ คือ 1.มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 2.มิติด้านการพัฒนาครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และ 3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของผู้เรียน


โดยมิติที่ 1 .มิติด้านสื่อ หนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ฯ สพฐ.มีระบบสนับสนุนและกำกับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำต้นฉบับโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และจัดพิมพ์จำหน่ายโดยองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำหรับหนังสือเรียนฯของสำนักพิมพ์เอกชน สวก.สพฐ. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจประเมินคุณภาพ โดยพิจารณาความถูกต้องทางวิชาการ ความสอดคล้องกับหลักสูตร ความเหมาะสมของเนื้อหา ภาษา ภาพประกอบ กิจกรรมการเรียนรู้ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อผ่านการตรวจประเมินแล้ว จึงประกาศไว้ในบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาเลือกใช้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำและสนับสนุนสื่อเสริมการเรียนรู้ เช่น สื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และ สื่อเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา วิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนเพิ่มเติม

2.มิติด้านการพัฒนาครูฯ สพฐ.ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) ซึ่งพัฒนาครูคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และศึกษานิเทศก์ จำนวน 515 คน จาก 259 โรงเรียน ครอบคลุม 56 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โดยใช้เครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์ ,โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วน เพื่อพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และเคมีระดับมัธยมศึกษา กว่า 400 คน ให้สามารถจัดกิจกรรมทดลองเคมีที่ปลอดภัย ประหยัด และเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสารเคมี รวมทั้งมีการพัฒนาครู ผ่านโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ โครงการอบรมส่งเสริมการเรียนรู้ AI ในชั้นเรียน และการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับครู สพฐ. ร่วมกับ สสวท. เพื่อให้ครูมีสมรรถนะในการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และปลอดภัย อีกทั้ง ยังมีโครงการกิจกรรมครูคลังสมอง เพื่อสนับสนุนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้แก่สถานศึกษาขนาดกลาง ขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ประสบปัญหาขาดแคลนครู เป็นต้น

3.มิติด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะฯของผู้เรียน สพฐ.ได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สืบเสาะ ทดลอง แก้ปัญหา และเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง เน้นการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวปรากฏผ่านหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Inquiry-based Learning ควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาจริง โครงการปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการทดลองจริงอย่างปลอดภัยและประหยัด โครงการ Walk Around School ที่บูรณาการชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ผ่านกระบวนการ SEE–THINK–DO–SHARE และโครงการ STEAM INNOVATOR ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบโครงงานในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อปัญหาในชุมชนและสังคม

“ การดำเนินงานทั้ง 3 มิติ สะท้อนให้เห็นว่า สพฐ.ยังคงรักษาและยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่อง เราได้พัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ทันสมัย เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา ไม่มีการลดมาตรฐานทางวิชาการ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top