533.jpg
ก.ศึกษาฯ จับมือ ก.แรงงาน เชื่อมห้องเรียนสู่โลกอาชีพ สร้างอนาคตเด็กไทยมั่นคง

ก.ศึกษาฯ จับมือ ก.แรงงาน เชื่อมห้องเรียนสู่โลกอาชีพ สร้างอนาคตเด็กไทยมั่นคง

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

"ก.ศึกษาฯ"จับมือ"ก.แรงงาน" เชื่อมห้องเรียนสู่โลกอาชีพ ชูนวัตกรรม"มีงาน มีเงิน มีวุฒิ" สร้างอนาคตเด็กไทยมั่นคง

31 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมหารือความร่วมมือไร้รอยต่อ โดยตั้งเป้าเชื่อมโยงการศึกษาการพัฒนาทักษะ และการจ้างงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เยาวชนไทยมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานจริง ณ ห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ


รมว.ศธ.กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน ผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ มุ่งปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทย ยกระดับจากระบบ "จบแล้วค่อยหางาน" ไปสู่การ "วางเส้นทางอาชีพตั้งแต่อยู่ในห้องเรียน" ผ่าน 6 วาระขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่และสร้างความมั่นคงให้เยาวชนไทยทั่วประเทศ ได้แก่ เรียนตรงทักษะ จบแล้วมีงานทำ, ไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง, ฝึกงานได้ ปลอดภัย และได้ประสบการณ์จริง, ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย, เพิ่มศักยภาพการศึกษาไทยด้วยบุคลากรคุณภาพจากต่างประเทศ และปฏิรูปการศึกษา สู่การเรียนรู้เพื่อมีรายได้

"หลักๆ ที่เราหารือกัน คือการระบบ 'E-Work Permit' ของครูต่างชาติ ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาการขอและต่อใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้แก่ครูและบุคลากรต่างชาติ พร้อมเตรียมพิจารณาข้อกฎหมายและรายละเอียดเกี่ยวกับ กองทุนสงเคราะห์ครูต่างชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเติม รวมทั้งการ​เชื่อมโยงหลักสูตรของอาชีวะกับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะทำหน้าที่ผลิตและป้อนบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยร่วมมือกับ รง. ในการพัฒนาหลักสูตรให้ตรงความต้องการ พร้อมสร้างระบบสะสมหน่วยกิต เพื่อสะสมทักษะและเทียบโอนประสบการณ์" รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า เรื่องของการ​แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout สองกระทรวงวางแนวทางดูแลเด็กช่วงรอยต่อการศึกษา โดย ศธ. จะเร่งสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทำงานและประสานไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อส่งเสริมโมเดล "เรียนไปด้วย มีงานทำ มีรายได้" พร้อมๆ กับเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกันเพื่อกำกับดูแลการทำงานของเยาวชนอายุ 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายแรงงาน ได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย และสามารถศึกษาต่อจนได้รับวุฒิการศึกษา

"ความร่วมมือในครั้งนี้ คือการเชื่อมฐานข้อมูลและการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง ศธ.และกระทรวงแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องความสะดวกของบุคลากรต่างชาติ การป้อนคนตรงสายงาน และการดูแลเด็กไทยไม่ให้ตกหล่นจากระบบการศึกษา และที่สำคัญ คือ เราจะร่วมกันปฏิรูปการศึกษา สู่การเรียนรู้เพื่อมีรายได้ด้วยการร่วมดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ มุ่งเน้นการสร้างรายได้จริงและการพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อให้ระบบการศึกษาตอบโจทย์ทั้งชีวิตของผู้เรียนและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ" รมว.ศธ.กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top