543.jpg
ศธ.ปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ประเสริฐ ประกาศเริ่ม MoE Digital Era 2570 เชื่อมข้อมูลทั้งระบบ ตั้งเป้าใช้จริงใน 6 เดือน

ศธ.ปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ประเสริฐ ประกาศเริ่ม MoE Digital Era 2570 เชื่อมข้อมูลทั้งระบบ ตั้งเป้าใช้จริงใน 6 เดือน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยแนวทางการพัฒนาดิจิทัล (Digital Transformation) ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ รวม 15 แห่ง ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมมานานของกระทรวงศึกษาธิการ คือ การที่แต่ละหน่วยงานมีฐานข้อมูลของตนเอง เป็นข้อมูลที่มาจากหลากหลายระบบ และไม่ได้เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน การดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นการวางให้เป็นระบบเดียวกัน ระหว่างหน่วยงานก็จะเชื่อมโยงกับแบบไร้รอยต่อ ก่อนนี้ครูต้องกรอกข้อมูลซ้ำ นักเรียนย้ายโรงเรียนแต่ข้อมูลไม่เชื่อมต่อ ผู้บริหารไม่สามารถใช้ข้อมูลแบบทันเวลาในการกำหนดนโยบาย จึงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นรากฐานของ MoE Digital Era 2570 ผ่านการพัฒนา EduPass ซูเปอร์แอปพลิเคชันด้านการศึกษา พร้อมระบบ Education ID และ Learner ID ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของกระทรวงศึกษาธิการได้จากจุดเดียว เชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับประเทศ และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบภาครัฐในอนาคต


รมว.ศธ.ย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างภาระใหม่ แต่คือการลดภาระที่มีอยู่ โดยจะไม่เพิ่มระบบให้ครูหรือโรงเรียนต้องเรียนรู้ซ้ำ แต่จะเชื่อมระบบเดิมที่กระจัดกระจายให้ทำงานร่วมกันได้ กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว ใช้งานได้ทุกบริการ ลดงานเอกสาร ลดความซ้ำซ้อน และคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับผู้เรียน ขณะที่ผู้บริหารจะสามารถใช้ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมเดินหน้าปรับตัวอย่างจริงจัง โดยให้แต่งตั้งผู้ประสานงานทุกหน่วยงาน จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับ INET พัฒนาระบบ Dashboard สำหรับการบริหาร คัดเลือกพื้นที่นำร่อง และตั้งเป้าให้ระบบสามารถใช้งานได้จริงภายใน 6 เดือน ก่อนขยายผลทั่วประเทศ ซึ่งคนในระบบการศึกษามี 11 ล้านคน ต่อไปก็จะรู้ได้เลยว่า ระบบการศึกษาของประเทศไทยมีนักเรียนอยู่ตรงไหน ใครเรียนอะไร จะเป็นข้อมูล ปัจจุบัน หลังจากนั้นกระทรวงก็จะวางยุทธศาสตร์ตั้งวอรูมด้านการศึกษาเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้น และในอนาคตเราจะเชื่อมโยง ข้อมูลการศึกษากับท้องถิ่น โรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น และโรงเรียน ตชด.ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลด้านการศึกษาไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อน

นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่การตัดสินใจจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก การบริการจะเชื่อมโยงเป็นระบบเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้าน GovTech เพื่อการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

- 006

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top