546.jpg
สส.ปชน.จี้ ศธ.-อว. เร่งออกแนวปฏิบัติรับมือคำขู่กราดยิง อย่าปล่อยให้โรงเรียนเผชิญหน้าโดยลำพัง

สส.ปชน.จี้ ศธ.-อว. เร่งออกแนวปฏิบัติรับมือคำขู่กราดยิง อย่าปล่อยให้โรงเรียนเผชิญหน้าโดยลำพัง

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.03 น.

"สส.ปชน."จี้"ศธ.-อว." เร่งออกแนวปฏิบัติรับมือคำขู่กราดยิง อย่าปล่อยให้โรงเรียนเผชิญหน้าโดยลำพัง พร้อมชง 4 ข้ออุดช่องโหว่พฤติกรรมเลียนแบบ

14 สิงหาคม 2569 นางสาวณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงสถานการณ์ต่อเนื่องหลังเกิดเหตุกราดยิงในสถานศึกษาที่ จ.นนทบุรี โดยระบุว่า ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ พบข้อความข่มขู่ก่อความรุนแรงเลียนแบบในสถานศึกษาอย่างน้อย 3 จังหวัด และล่าสุดวันนี้ โรงเรียนมัธยมในอีก 2 จังหวัด ก็ต้องประกาศหยุดเรียนกะทันหัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันผู้อำนวยการโรงเรียนกว่า 28,000 แห่งทั่วประเทศ กำลังถูกกระทรวงศึกษาธิการปล่อยให้เผชิญหน้าและตัดสินใจเพียงลำพัง โดยไม่มีเครื่องมือ เกณฑ์ประเมินความเสี่ยง หรือทีมนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า แม้การสั่งหยุดเรียนจะเป็นทางเลือกเดียวที่โรงเรียนทำได้เพื่อความปลอดภัย แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับสร้างความตื่นตระหนก และอาจกลายเป็นช่องทางให้เด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยงใช้คำขู่เพื่อควบคุมการตัดสินใจของโรงเรียน ทั้งนี้ บทเรียนจากต่างประเทศระบุชัดเจนว่า 70% ของคำขู่เป็นเพียง “คำขู่ชั่ววูบ” และอีก 30% เป็น “คำขู่ที่มีมูล” รัฐจึงต้องมีเกณฑ์คัดแยกเพื่อทุ่มทรัพยากรไปจัดการความเสี่ยงจริงโดยไม่ทำให้ระบบการศึกษาเป็นอัมพาต เพราะเด็กที่ข่มขู่ว่าถูกกลั่นแกล้ง แท้จริงแล้วคือเด็กที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือในรูปแบบที่อันตรายที่สุด

น.ส.ณัฐยา เสนอว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ควรทำทันที คือการออกแนวปฏิบัติเรื่องการจัดการคำขู่ความรุนแรงส่งตรงถึงทุกสถานศึกษา โดยมีสาระสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่

1.มีเกณฑ์คัดแยกคำขู่ชั่ววูบออกจากคำขู่ที่มีมูล พร้อมเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจว่าจะให้หยุดการเรียนการสอนในกรณีใดบ้าง หรือจะให้มีมาตรการรองรับกรณีไม่เปิดเรียนตามปกติอย่างไร

2.ทุกกรณีต้องมีการประเมินสภาพจิตใจและแผนช่วยเหลือรายบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ครูแนะแนว หรือนักสังคมสงเคราะห์

3.ทุกกรณีต้องมีการตรวจสอบการเข้าถึงอาวุธปืนที่บ้านของนักเรียนที่ส่งสัญญาณ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งควรเป็นขั้นตอนภาคบังคับ เพราะเราผ่านเหตุการณ์ที่นนทบุรีมาแล้ว

4.เปิดช่องทางแจ้งเหตุแบบนิรนาม ไม่ต้องระบุตัวตน พร้อมกำหนดเวลาดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมง หากเป็นเรื่องอาวุธและการเสี่ยงทำร้ายตนเอง เพราะการแจ้งเหตุแบบนิรนามได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผู้มีเบาะแสกล้าที่จะส่งข่าวมากขึ้น

นอกจากนี้ น.ส.ณัฐยา ยังได้เรียกร้องไปยังกระทรวงสาธารณสุข ให้เสริมกำลังสายด่วน 1323 ตลอด 30 วันต่อจากนี้ โดยเน้นทำงานเชิงรุกกับโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับแนวปฏิบัติไม่เปิดเผยชื่อและภาพผู้ก่อเหตุเป็นการถาวร และให้ กสทช.ร่วมกับสภาวิชาชีพสื่อ ออกข้อบังคับการรายงานข่าว เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก

"สุดท้ายนี้ ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชน งดเผยแพร่-ส่งต่อข้อความข่มขู่ ภาพอาวุธ และรายละเอียดวิธีการ เพราะมันคือการขยายผลที่ผู้ส่งสารต้องการ และอาจยังเป็นการสร้างต้นแบบให้รายต่อไปด้วย" น.ส.ณัฐยา กล่าวทิ้งท้าย

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top