วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
13 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมติดตามการใช้ระบบ Traffy EDU ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ.พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.เข้าร่วมประชุม
นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมฯ ว่า วันนี้เป็นการซักซ้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถึงความพร้อมในการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย โดยจะมีศูนย์ตั้งอยู่ส่วนกลางที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีสำนักงานปลัด ศธ.เป็นเจ้าภาพดูแลศูนย์ฯ เพื่อเชื่อมโยงกับศูนย์พิทักสิทธิ์ฯในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการทำงานอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15 - 16 ส.ค.นี้ ศธ.จะจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จะทำงานรองรับการแจ้งเหตุต่างๆ ในศูนย์ และตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 ส.ค.นี้ ศธ.จะเริ่มประชาสัมพันธ์ในการเข้าถึงระบบว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ระบบ Traffy EDU จะเป็นศูนย์รวมรับการแจ้งข้อมูลจากทุกแท่ง ซึ่งก่อนนี้รับแจ้งแท่งใครแท่งมัน และเรื่องส่วนมากจะอยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการหารศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลัก แต่ต่อไปนี้ ข้อมูลการรับแจ้งจะเข้ามารวมอยู่ที่ศูนย์กลาง ศธ.หรือศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ และจะเชื่องโยงกับสถานศึกษาในสังกัดอาชีวะฯ สพฐ.และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ดังนั้น จึงต้องเทรนนิ่งทั้งหมดเพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถบอกช่องทางของการเข้าถึง เช่น การแจ้งเหตุ นักเรียน ครู บุคลากรฯ ต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนก่อน เพื่อป้องกันการแจ้งเรื่องเท็จ ซึ่งจะต้องเข้าสู่ระบบไลน์ Traffy Fondue for Education ซึ่งระบบนี้ถือเป็นการควิกวินระยะสั้น
ส่วนในระยะยาว ศธ.มีการพัฒนดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) คือ การทำฐานข้อมูลให้เป็นฐานเดียวกันทั้งกระทรวง ฉะนั้น การยืนยันตัวตนของผู้แจ้งเหตุ ต้องมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อไม่ให้ผู้แจ้งได้รับผลกระทบ และมีระบบความปลอดภัยของข้อมูลที่รับแจ้ง สุดท้ายต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูล โดยเราสามารถรู้ประวัติการเรียน การรักษาพยาบาล โรคประจำตัวของนักเรียน โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุขด้วย ซึ่งขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างวางระบบ ประมาณเดือนมกราคม ปี 2570 ระบบนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ต่อไป ศธ.จะมี Super app ซึ่งจะอยู่ใน Edupas ของกระทรวงฯ หลักจากพัฒนาระบบสมบูรณ์แบบ ระบบของศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ฯก็จะไปอยู่ใน Edupas ของ ศธ.สามารถแจ้งข้อมูลได้โดยมีระบบ Traffy Fondue รองรับการเชื่อมโยงระบบ หากเกิดเหตุร้ายขึ้น สัญญาณนี้ก็จะแจ้งถึง นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ตำรวจ ชุมชนในพื้นที่ หรือถ้ามีเหตุใหญ่ๆกระทบในวงกว้าง ก็อาจจะเชื่อมโยงถึงระบบ Cell Broadcast ส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านเครือข่ายมือด้วย และจะพัฒนาไปถึงให้มีระบบออทไลน์แจ้งฉุกเฉินได้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีคนแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จทางคอมพิวเตอร์ ก็มีกฏหมายรองรับก็จะต้องถูกดำเนินการ
"หลังจากมีการเทรนนิ่งบุคลากรใน ศธ.ที่เกี่ยวข้อง เช่น อาชีวะ , สกร. , สพฐ.ทั้งหมดแล้ว ในระยะยาว Super app จะอยู่ใน Edupas ของกระทรวงฯ และสามารถดาวโหลดได้ทางแอฟสโตร์ ทั้งระบบไอโอเอส และระบบแอนดรอยด์ แต่เวลาจะใช้ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนด้วยเลข 13 หลัก ซึ่งระบบนี้จะทำให้การวางทยุทธ์ศาสตร์การศึกษามีความสมบูรณ์ ระบบความปลอดภัยของนักเรียน ครู จะมีความสมบูรณ์มากขึ้น และเราจะมองเห็นภาพรวมการศึกษาทั้งหมดด้วย" รมว.ศธ.กล่าว
ด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ.ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย ของกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ ปลัด ศธ.จะเซ็นตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานปลัด ศธ.และจะมีการเกลี่ยอัตรากำลังคนมาดูแลศูนย์ดังกล่าวนี้ ให้อยู่ต่อไป และถึงแม้การเมืองจะเปลี่ยน ศูนย์นี้ก็ยังดำรงค์อยู่ เพื่อพิทักษ์รักษาสิทธินักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาต่อไป ซึ่งในวันเสาร์ - อาทิตย์นี้ จะมีการเทรนผู้ที่เกี่ยวข้องที่มาจากทุกแท่งในสังกัด ศธ.เราจะเริ่มจากส่วนกลางให้เข้าใจระบบก่อน เสร็จแล้วก็จะทำความเข้าใจในระดับเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และตัวแทนของโรงเรียน หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะแถลงเปิดตัวแอบพริเคชั่น แล้วข้อมูลก็จะผ่านเข้ามาในระบบ
"ถ้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ฯเสร็จสมบูรณ์แล้ว เด็กก็จะมีพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้กับเด็กๆ ในการแจ้งเรื่อง ให้เด็กได้ระบายในสิ่งที่เขาโดนกระทำ จะจริงหรือเท็จเราสามารถช่วยกันตรวจสอบได้ ก่อนนี้มีช่องทางเดียวคือครู ถ้าโรงเรียน หรือครู ไม่ฟ้ง เด็กจะไปพึ่งใคร ดังนั้น การมีศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ฯที่ส่วนกลาง เราจะสามารถมองเห็นได้ หากเกิดปัญหาแล้วเขตพื้นที่ฯยังไม่แก้ไข มีแต่ตัวแดง ต่อไปเขตพื้นที่ฯก็จะต้องแอคทีฟมากขึ้น เพราะมี KPI ก็จะทำให้การทำงานในพื้นที่มีความตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เริ่มตั้งมา 2 เดือนแล้ว เราก็พยายามทำงานกันมา แต่พอมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้น จึงได้เร่งให้มีการตั้งศูนย์นี้ขึ้นมาอย่างเป็นทางการเร็วขึ้น เพื่อเป็นช่องทางรับฟังการแจ้งข้อมูลเพื่อนำไปสู่การป้องกันแก้ไข" รมช.ศธ.กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี