วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
16 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์กระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “OTOP City 2016 ของขวัญภูมิปัญญาไทย ใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 26 ธ.ค.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 - 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00น. - 21.00น. โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าร่วมภายในงาน
โดยนายสุธี กล่าวว่า ที่มาของโอท็อปจริงๆ เกิดจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2493 แล้วได้ทรงมีแนวคิดริเริ่มการฝึกอาชีพองประชาชนจนขยายหมู่บ้านไปทั่วประเทศ ต่อมาได้ทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยใหญ่ในปี 2517 และได้ทรงพระราชทานผ้าซิ่น ฝึกอาชีพให้ประชาชนได้ทอผ้าใช้เอง และให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินงาน ต่อมาได้เกิดกรมการพัฒนาชุมชนขึ้น ก็ได้รับลูกนำไปสานต่อ ทำให้เห็นว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริงต่อประชาชน ตามมาด้วยการส่งเสริมอาชีพทุกภูมิภาค หรือ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ในเวลาต่อมา

“วันนี้ถือว่ามีการพัฒนามาอย่างเต็มที่ และสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ เป็นการกระตุ้นภูมิปัญญาใต้ร่มพระบารมี ขณะเดียวกันรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมาก ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสร้างคุณูปการต่อชาวไทยในด้านการฝึกอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 อีกด้วย” รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้เราต้องการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่สากล บริหารจัดการเพิ่มช่องทางการตลาดไปทั่ว 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร และขยายเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นในประเทศ อาเซียน และต่างประเทศ
นายสุธี ยังกล่าวถึงเป้าหมายของการจัดงาน OTOP 2016 ด้วยว่า จากยอดตัวเลขที่ผ่านมาในปี 2558 มีรายได้จากการจัดงาน 109,000 ล้านบาท ในปี 2559 มีรายได้ทั้งหมด 129,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 นี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมากในการตั้งเป้าอย่าง เพราะเราต้องการสร้างรายได้ที่ 150,000 ล้านบาท ให้เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากที่ผ่านมา คาดว่าส่วนเกี่ยวข้องคงจะทำได้ เพราะเรามีประชารัฐ และภาคเอกชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ก็จะสามารถก้าวสู่ผลสัมฤทธิ์ได้ อย่างไรก็ตาม เราตั้งเป้าไปถึงปี 2562 จะต้องมีรายได้ที่ 200,000 ล้านบาท ต้องเพิ่มขึ้นปีละ 20 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ก็ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนในงานครั้งนี้ และหากซื้อสินค้าภายในงานสามารถนำใบเสร็จใช้ลดภาษีตามมาตรการช้อปช่วยชาติของรัฐบาลได้อีกด้วย
ด้าน นายอภิชาติ กล่าวว่า เราค่อนข้างพร้อม เพราะเตรียมงานมา 2 เดือน ถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งภายในงานจะมีสุดยอดผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 รายการ เป็นจำนวน 3,000 ร้านค้า ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายโซน นอกจากสินค้าในระดับพรีเมี่ยมแล้ว สำหรับร้านค้าที่อยู่ในระดับ 1 - 3 ดาว ทาง พล.อ.อนุพงษ์ ก็ได้เปิดโอกาสให้เข้ามาแสดงสินค้าด้วย ราคาก็จะแตกต่างระดับกันไป ขณะที่ไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่ โซนของขวัญปีใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นหาชมยากกว่า 30 รายการ เช่น เรือเป่าแก้ว หรือเรือสุพรรณหงส์เครื่องทรง พระทองคำ เป็นต้น ก็อยากขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมในงานครั้งนี้



โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี