วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ เป็นช่วงที่คนไทยจะเดินทางไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนเพิ่มมากขึ้นดังการเดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลพิเศษเช่นนี้ ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว
จากกรณีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ลงข่าวในเรื่อง ผู้ขับรถเก๋งเสียหลักชนราวเหล็กกั้นทางที่บางปะกง ก่อนไถลไปเกือบ 200 เมตร ชนต้นไม้ 3 ต้น คนขับอาการสาหัส และได้พาตัวเองออกมานั่งบริเวณเบาะหลัง พร้อมโทรศัพท์ไปแจ้ง 191 จนผ่านไปเกือบ 45 นาที สุดท้ายผู้ขับรถเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนน “ภัยอันตรายในชีวิตประจำวันที่ยังรอการแก้ไขอย่างเป็นระบบ” โดยนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นกรณีตัวอย่าง ให้เกิดการตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เพื่อช่วยลดการเสียชีวิตและพิการ
ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้สะท้อนว่าเราต้องให้ความรู้กับประชาชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินควรจะปฏิบัติอย่างไร ไม่ให้เกิดการเสียชีวิตและพิการได้ โดยแนะนำวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีความบาดเจ็บทางร่างกายเกิดขึ้น ห้ามเคลื่อนย้ายตนเองเด็ดขาด ยกเว้นรถกำลังจะระเบิด มีควัน หรือไฟลุก เพราะในขณะที่เกิดการบาดเจ็บ ร่างกายภายนอกอาจจะไม่เห็นบาดแผลชัดเจน แต่การกระแทกอย่างรุนแรงจะส่งผลให้อวัยวะภายในฉีกขาดได้ เกิดการตกเลือด กระดูกหัก เป็นต้น ซึ่งหากผู้ขับรายนี้ไม่ได้เคลื่อนย้ายตนเอง และโทร.ไปที่เบอร์ 1669 ซึ่งรับหน้าที่ในเรื่องของอุบัติเหตุการแพทย์ฉุกเฉินโดยตรง ก็จะทำให้หน่วยกู้ชีพไปถึงจุดเกิดเหตุได้ทันท่วงที อาจทำให้ผู้ขับรายนี้รอดชีวิตได้
นพ.สันต์ ยังได้แนะนำสำหรับผู้ที่ไปพบเหตุการณ์เช่นนี้ว่า สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ โทร.1669 โดยระหว่างนั้นห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเด็ดขาด ให้รอทีมหน่วยกู้ชีพเป็นผู้เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บแทน แต่ปัจจุบันกลับพบว่าประชาชนมักเข้าใจผิด ด้วยความหวังดีมักจะอุ้มผู้บาดเจ็บขึ้นมา หรือพยายามหิ้วปีก การกระทำเช่นนี้จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ อีกทั้งเราไม่สามารถรู้ได้ว่าการกระแทกอย่างรุนแรง จะไปกระทบอวัยวะภายในมากน้อยเพียงใด อาจทำให้เกิดอันตรายซ้ำเติมกับผู้บาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่นผู้บาดเจ็บอาจกระดูกคอหัก หากขยับไปทับไขสันหลังก็จะทำให้หยุดหายใจทันที หรือหากเกิดอาการกระดูกหลังหัก เมื่อไปขยับเขยื้อนก็จะมีความเสี่ยงในการกดทับไขสันหลัง ทำให้พิการถาวรได้ เป็นต้น ในส่วนของคนที่มีอาการหน้ามืดเป็นลม การช่วยเหลือที่ถูกต้อง คือ ให้นอนในลักษณะแนวราบ นอนหัวต่ำได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจได้มากขึ้น
นพ.สันต์ ย้ำว่า “การป้องกันอุบัติเหตุจะต้องทำอย่างเป็นระบบ และในทุกระดับ โดยมีหลายหน่วยงานได้ดำเนินการแล้ว อย่างเช่น โครงการเมาไม่ขับ ที่ สสส. และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดทำผ่านสื่อรณรงค์ต่างๆ นอกจากนี้การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน โดยการมีถนนที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการมีพื้นผิวจราจรที่ได้มาตรฐาน มีแบริเออร์ สัญญาณเตือนที่ชัดเจน เป็นต้น ก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตได้เช่นกัน
นพ.สมศักดิ์ ผ่องประเสริฐ นายกสมาคมแพทย์อุบัติเหตุแห่งประเทศไทย บอกว่า โอกาสการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการเคลื่อนย้ายในที่เกิดเหตุ ซึ่งในบางครั้งละครโทรทัศน์ได้มีการนำเสนอวิธีช่วยเหลือที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนจึงต้องมีความรู้ เพื่อที่จะช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทางสมาคมแพทย์อุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย และ สสส. ได้มีการให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านโครงการส่งเสริมและป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น วิธีการหยุดเลือดการเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยตามสภาพ ฯลฯ ถือเป็นการป้องกันชั้นแรกก่อนที่ทีมกู้ภัยจะมาถึง รวมถึงการฝึกฝนให้ความรู้ทางวิชาการกับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องเป็นผู้นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด และได้มีการจัดการประชุมวิชาการประจำปีโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาให้ความรู้กับแพทย์ พยาบาล อย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ถือเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ
บนท้องถนนในระดับตติยภูมิ
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเองหรือคนใกล้ชิด นอกจากการป้องกันอุบัติเหตุที่หลายหน่วยงานต้องร่วมมือกันแล้ว ผู้ขับขี่เองก็ต้องป้องกันตนเองด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้เรียบร้อย และมีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมทางเพื่อให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เราทุกคนได้กลับบ้านปลอดภัย
โดย ปานมณี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี