วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรมศิลป์รับมอบไม้จันทน์หอมจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่แปรรูปแล้ว 1,461 แผ่น เพื่อให้สำนักช่างสิบหมู่จัดสร้างพระโกศพระบรมศพ คาดดำเนินการแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2560 โดยตลอดเส้นทางประชาชนจำนวนมากชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ร่วมส่งขบวนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมที่เคลื่อนผ่านด้วยความอาลัย ขณะที่สำนักพระราชวังเปิดให้ปชช.ลงนามถวายพระพรรัชกาลที่ 10 ในวันขึ้นปีใหม่
เมื่อเวลา 15.09 น.วันที่ 20 ธันวาคม ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทำพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมให้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หลังนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำไม้จันทน์หอมที่ตัดและแปรรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วมาส่งมอบให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อขบวนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาพร้อมไม้จันทน์หอมแปรรูป เป็นไม้แผ่น 1,415 แผ่น เป็นไม้ท่อน 46 ท่อนเดินทางถึงสำนักช่างสิบหมู่ มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และประชาชนเฝ้ารอชื่นชมไม้จันทน์หอม ไม้มงคลที่จะนำมาใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นเจ้าหน้าที่อัญเชิญไม้จันทน์หอมส่วนหนึ่งมาวางบริเวณแท่นพิธีภายในอาคารกลุ่มประณีตศิลป์ เพื่อทำพิธีสรงน้ำและส่งมอบ
พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า หลังทส.รับมอบหมายให้จัดหาไม้จันทน์หอมเพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงได้ประสานสำนักพระราชวัง กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลืกอไม้จันทน์หอม ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และประกอบพิธีบวงสรวงก่อนตัดไม้จันทน์หอมที่ยื่นต้นตายเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากนั้นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชดำเนินการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม 9 ต้นตามขนาดที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนดเสร็จสิ้น ได้ไม้จันทน์หอมแปรรูปเป็นแผ่น 1,415 แผ่น เป็นไม้ท่อน 46 ท่อน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดได้รับความร่วมมือย่างดีจากเจ้าหน้าที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชน เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ไม้จันทน์หอมทั้งหมดจะนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และส่วนประกอบอื่นๆ ซึ่งออกแบบไว้แล้ว ทั้งนี้ ในการดำเนินการได้ใช้ช่างโลหะดำเนินการจัดสร้างโครงโลหะ ช่างไม้ประณีตแปรรูปไม้จันทน์เป็นรูปลักษณะต่างๆเพื่อใช้ฉลุลวดลาย ช่างโกรกและฉลุลายตามแบบ ช่างประดับลาย นำลายที่สำเร็จแล้วมาประดับพระโกศ ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้ความละเอียดรอบครอบประณีตพิถีพิถัน เน้นดำเนินการให้สมพระเกียรติ ซึ่งวธ.เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาและประชาชนที่มีฝีมือประณีตศิลป์มีส่วนร่วมดำเนินงาน ซึ่งขณะนี้ผู้แจ้งความจำนงขอร่วมดำเนินการเข้ามาแล้วประมาณ 100 ราย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จเดือนกันยายน 2560 พร้อมกันนี้ จะได้บันทึกองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดสร้างพระโกศจันทน์ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป
ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไม้จันทน์หอมแปรรูปจำนวน 1,461 แผ่นที่ได้รับมอบทั้งหมดจะถูกจะนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ ฐานรองพระโกศจันทน์ ช่อดอกไม้จันทน์ จำนวน 5 แบบ ฟืนไม้จันทน์ 24 ท่อน และยอดพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ซึ่งจะจัดเก็บไว้ที่บริเวณอาคาร 2 ในสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม ก่อน เพื่อรอดำเนินการขยายแบบ ฉลุลวดลาย รวมถึงการจัดสร้างโรงสร้างพระโกศที่สนามหลวงยังไม่แล้วเสร็จ
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.39 น. ที่หน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.ย่านซื่อ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และประชาชนชาวกุยบุรีร่วมกันทำพิธีสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สรงน้ำที่ไม้จันทน์หอม โปรยดอกไม้โดยรอบบนรถบรรทุกไม้จันทร์หอม 3 คัน ก่อนเคลื่อนขบวนรถ ซึ่งประดับผ้าขาวดำ พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ขนาดใหญ่นำขบวน ผ่านสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำยางชุมอันเนื่องมาจากพระราชดำริถึงสามแยกบ้านหนองหมู เข้าถนนเพชรเกษม ขาเข้ากทม. ผ่านจ.เพชรบุรี ราชบุรี โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนแต่ละจังหวัดมาตั้งแถวรอรับขบวนบรรทุกไม้จันทน์หอม ซึ่งแต่ละคนถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่9ร่วมแสดงความอาลัย และโปรยดอกดาวเรืองเมื่อขบวนรถแล่นผ่าน
สำหรับขบวนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมมีรถ 3 คัน รถบรรทุกคันแรก บรรทุกท่อนไม้ 64 ชิ้น ส่วนคันที่ 2 และคันที่ 3 เป็นไม้แผ่น 1,397 แผ่น จากการตัดต้นจันทน์ 9 ต้นรวม 1,461 ชิ้น ปริมาตรกว่า 4 ลูกบาศก์เมตร
ส่วนบรรยากาศเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.50 น. ซึ่งมีประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมารอเข้าแถวเนืองแน่นตั้งแต่เช้ามืด ในจำนวนนี้มีนายชัยยะ คงชื่น อายุ 56 ปี ประธานชมรมการศึกษาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ ชาวไทยใหญ่ ที่นำชาวไทยใหญ่ 400 คน ที่กระจัดกระจายกันตามหมู่บ้านต่างๆในอ.แม่อาย อ่างขาง ฝาง จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และจ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงชาวไทยใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และอยุธยาบางส่วนมาเข้าสักการะพระบรมศพ ทุกคนมีใจเดียวกันที่อยากมากราบพ่อหลวง เพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายของชาวไทยใหญ่
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมมีทั้งหมด 50,583 คนรวม 50 วัน มี 1,973,695 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,596,651.75 บาท รวม 50วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 155,524,090.75 บาท
วันเดียวกัน สำนักพระราชวัง แจ้งว่า เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. และของดการถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง 1 วัน สำหรับเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังคงมีตามปกติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี