วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เปิดนิทรรศการ
เฉลิมพระเกียรติร.9
ฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์
เล่าพระประวัติราชวงศ์จักรี
กราบพระบรมศพทะลุ2ล้าน
ศาลาว่าการพระราชวังจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ“ในหลวง ร.9” ให้ประชาชนเข้าชมฟรีทุกวัน เผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ เหตุการณ์สำคัญในรัชสมัย รวมถึงภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ขณะที่ยอดถวายสักการะพระบรมศพ 51 วัน ทะลุ 2 ล้านคนร่วมถวายเงินทำบุญกว่า 160 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
โดยเวลา 07.00 น. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 ธันวาคม
จากนั้นเวลา 10.30 น.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ขณะที่บรรยากาศโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ยังมีประชาชนเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่น โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมมีจำนวน 53,884 คนรวม 51 วันมี 2,027,579 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,482,399.50 บาท รวม 51วัน เป็นเงิน 160,006,490.25 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ภายในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดห้องแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยแบ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ประกอบด้วย ตู้นอน 6 ตู้ และตู้ยืน 4 ตู้ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมุดไทยดำหรือสมุดข่อย ซึ่งเป็นสมุดที่เขียนเรื่องราวบันทึกเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่รัชกาลที่1-6 ปฏิทินหลวงที่พระราชทานให้ประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่ โดยมีทั้งหมด7สีตามสีประจำวันในปีนั้นๆ ซึ่งเล่มที่นำมาจัดแสดงที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด คือปฏิทินหลวงปี พ.ศ.2492, ตู้จัดแสดงพระราชพิธีสำคัญ 12 เดือน โดยในขณะนี้ได้จัดแสดงพระราชพิธีสำคัญของในหลวง รัชกาลที่ 9 เช่น พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การจัดแสดงเอกสารพระราชหัตถเลขาและพระปรมาภิไธยในรัชกาลที่ 5-7 การจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเป็นที่มาของการถวายพระราชสมัญญานามว่า “กษัตริย์นักพัฒนา” ทั้งยังเป็นที่มาของการทูลเกล้าฯถวายรางวัลจากองค์กรต่างๆทั่วโลก ซึ่งมีจัดแสดงในตู้ถัดมา
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการถาวร ประกอบด้วย ตู้หนังสือราชกิจจานุเบกษา ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงบันทึกด้วยพระองค์เองมาจัดแสดงนาน 30 นาที นิทรรศการพระราชประวัติตั้งแต่ประสูติ จนถึงทรงผนวช นิทรรศการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติในวโรกาสต่างๆ อาทิ 25 ปี 50 ปี และ 60 ปี ตู้จัดแสดงของที่ระลึกซึ่งพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวาย แผนผังแสดงลำดับราชสกุลวงศ์จักรี รวมถึงการจัดแสดงข้อมูลและภาพหมู่มหามณเฑียร และหมู่มหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง โดยห้องจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมฟรีเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น.
ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่สนามหลวง ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพว่า กอร.รส.มีส่วนรับผิดชอบการจัดเตรียมสถานที่ โดยวันที่ 31 ธันวาคมจะจัดงานที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยเตรียมเก้าอี้ไว้ 30,000 ตัว ซึ่งจะเปิดงานเวลา 23.30 น. ในส่วนการดูแลคงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 22 ธันวาคมอีกครั้ง ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย ส่วนวันที่ 1 มกราคมที่สำนักพระราชวังแจ้งปิดการสักการะพระบรมศพ 1 วัน แต่เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ศาลาสหทัยสมาคมนั้น กอร.รส.ก็ทำหน้าที่ตามเดิม แต่เบื้องต้นการเปิดจุดคัดกรองจะไม่เปิดให้เข้าตอนเช้ามืดเหมือนที่ผ่านมา อาจเปิดช่วงเวลา 07.00 น. พร้อมกันนี้ ขอย้ำว่า ขอให้ประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ใครมีโรคประจำตัวขอให้พกยา และเขียนรายละเอียดใส่กระดาษติดตัวด้วย เพื่อให้ทีมแพทย์ช่วยเหลือได้เร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ขณะที่นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า หลังเสร็จพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมให้สำนักช่างสิบหมู่ ที่จ.นครปฐมแล้ว อุทยานฯนำตอไม้จันทน์หอมที่ตัดมาทั้งหมด 9 ต้น ส่งให้นักวิชาการจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อตรวจสอบอายุไม้ สำหรับปีกไม้ที่เหลือจากการแปรรูป ยังเก็บรักษาไว้ที่ที่ทำการอุทยานฯ เพราะสำนักช่างสิบหมู่อาจต้องการใช้ไม้จันทน์หอมเพิ่มเติม เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ดอกไม้จันทน์และฉลุลายประดับพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันตำบลหาดขาม อ.กุยบุรี เจ้าของรถบรรทุกไม้จันทน์หอมทะเบียน 81–3390 ประจวบคีรีขันธ์ และทะเบียน 81 – 0434 ประจวบคีรีขันธ์บอกเล่า ด้วยความปลาบปลื้มว่า ดีใจที่สุดในชีวิตที่มีโอกาสร่วมนำไม้จันทน์หอมไปส่งสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับรถบรรทุกทะเบียน80–8075 ประจวบคีรีขันธ์ของนายมานพ ตั้งบูรพาจิตร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งเจ้าของรถทุกคันถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 และจะน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากพากันหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมทั้ง 3คัน ประกอบด้วย ทะเบียน80- 8075ประจวบคีรีขันธ์ ทะเบียน81- 3390ประจวบคีรีขันธ์และทะเบียน 81–0434ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งจำนวนไม้จันทน์หอม 1,461 แผ่น ไม้เสา 46ท่อนและเลขค้อนตอไม้จันทน์หอมขณะผ่านด่านปากท่อ จ.ราชบุรี หมายเลข 8047
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี