วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ทูลเชิญ‘ร.10’
ทรงเปิดนิทรรศการ30ธันวา
‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’
กราบพระบรมศพครึ่งแสน/วัน
นายกฯเตรียมกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จฯทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” วันที่ 30 ธันวาคม ที่สนามหลวง ด้านศตส.ถกความพร้อมแผนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อถวายอาลัย ร.9 พร้อมถวายพระพร ร.10
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่เจ็ดสิบเอ็ด ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยเวลา 07.00 น. นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา
ต่อมา เวลา 10.30 น. นายสุรเดช เตียวตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานพร้อมถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เวลา 16.30 น. นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ขณะที่บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมารอแถวเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นเช่นทุกวัน ซึ่งวันนี้ เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพเวลา 04.45 น. ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังสรุปจำนวนผู้ที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมมีจำนวน 55,475 คน รวม 53 วันมี 2,137,393 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,665,287.75 บาท รวม 53วัน เป็นเงิน 169,753,840.75 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 26 ธันวาคม เวลา 16.19 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยการปักหมุดสร้างพระเมรุมาศนั้นจะปักทั้งหมด 9 หลัก โดยใช้ไม้มงคลคือจุดหลักจะใช้ไม้ทองหลาง ส่วนอีก 8 หลักจะใช้ไม้พะยูง ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้หารือถึงกิจกรรมที่จะมีขึ้นจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยเฉพาะการสวดมนต์ข้าม ที่ปีนี้พิเศษตรงที่เป็นการสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะมีการถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยกิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งจะมี 2 กิจกรรมคือ เดิน-วิ่ง การกุศล ตั้งแต่เวลา 04.00 -08.00 น. จากสะพานพระราม 8 ฝั่งถนนบุรี และวิ่งไปตามเส้นทางยกระดับบรมราชชนนี และกิจกรรมปั่นจักรยานถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่เริ่มกิจกรรมตั้งเวลา 06.00 น. เส้นทางเริ่มจากสำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถึงสนามหลวง
นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมนิทรรศการ เย็นศิระเพราะพระบริบาลที่จัดขึ้นบริเวณสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จฯเปิดงานในวันที่ 30 ธันวาคม เวลา 10.30 น. ถือเป็นกิจกรรมสำคัญของรัฐบาล ทั้งนี้ การประชุมศตส.ครั้งต่อไปจะเป็นวันที่ 29 ธันวาคม เวลา 10.00 น. และวันเดียวกันเวลา 14.00 น. ตนจะเดินทางไปสนามหลวงเพื่อตรวจความพร้อมการจัดนิทรรศการฯที่จะมีขึ้นวันที่ 30 ธันวาคม
วันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้ชื่อ ธ สถิตกลางใจไทยนิรันดร์ น้อมรำลึกองค์นวมินทร์มหาราชา ทรงคุณค่าเหรียญกษาปณ์ไทย ระหว่างวันที่ 22-25 ธันวาคม ของกรมธนารักษ์วันที่สอง ประชาชนจำนวนมากยังคงมาเข้าแถวแลกเหรียญที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ มีทั้งเหรียญใหม่และเหรียญหายาก ไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย ในงานนี้ประชาชนสามารถแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่รวมชุดที่มีประมาณ 27 เหรียญได้ในราคาชุดละ 5,400 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี