วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
54วันทะลุ2ล้าน
ยอดกราบพระบรมศพ
เปิดรับจิตอาสาดูแลปชช.
โปรดเกล้าฯองคมนตรีใหม่
พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์
ประชาชนใช้เวลาในวันหยุดเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่องสำนักพระราชวังเผย 54 วันยอดกราบถวายบังคมพระบรมศพทะลุ 2 ล้าน ร.10 โปรดเกล้าฯองคมนตรีใหม่ “พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์”
วันที่ 24 ธันวาคม 2559 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 72 การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 18 โดยในวันนี้มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัด ประกอบด้วย กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัทขนส่ง จำกัด กรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยสมายแอร์เวย์ จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงประเคนภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวานนี้ การนี้ มีผู้บริหารและข้าราชการจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ
คมนาคมร่วมเป็นเจ้าภาพ
จากนั้นเวลา 10.30 น. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม
เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
54วันกราบพระบรมศพทะลุ2ล้าน
ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 -22.24 น. ของวันที่ 23 ธ.ค. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 53,803 คน รวม 54 วัน มีจำนวน 2,191,196 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 4,769,934.50 บาท รวม 54 วัน มียอดเงินรวมจำนวน 174,523,775.25 บาท
ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่เวลา 04.45 น.โดยมีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วทุกมุมของประเทศ ใช้โอกาสวันหยุดราชการที่เดินทางมาเป็นครอบครัวและมากันเป็นหมู่คณะเพื่อเข้าแถวรอคิวยังท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยด้วยความรักและอาลัยยิ่งและด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานโครงการในพระราชดำริและทรงพระราชทานพระราชดำรัชในโอกาสต่างๆแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทยได้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดการพัฒนาผาสุกต่อตนเองและประเทศชาติ
ด้าน น.ส.ฐิติพร แดงท่าไม้ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ น.ส.กนกวรรณ แลพิทักษ์ อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยประยุกต์ และ น.ส.รวีภรณ์ ทองขุนนา อายุ 27 ปี นักกายภาพบำบัด โดยทั้ง 3 เป็นเพื่อนร่วมงานใน รพ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยทั้ง 3 สาวร่วมกันกล่าว ว่า หลังเลิกงาน 16.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค. ก็นั่งรถตู้โดยสารเดินทางออกจาก จ.กาญจนบุรี มาถึงท้องสนามหลวงเวลา 01.00 ของวันนี้ และในเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ก็ให้เตรียมพร้อมเข้าแถวเพื่อทยอยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ
“พวกเราตั้งใจเดินทางมากราบพระองค์ท่าน ถึงแม้เกิดมาจะไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเลย แต่ก็รักพระองค์ท่านมาก ถึงแม้จะเดินทางมาลำบากก็ทนได้ เพราะถ้าเทียบกับที่พระองค์ท่านทรงงานเหนื่อยมาเพื่อประเทศไทย ถือว่าเรายังเหนื่อยไม่ถึงเศษเสี้ยวของพระองค์ ในหลวง ร.9 ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในเรื่องความประหยัด อดทน ความกตัญญู การทำความดี ซึ่งพวกเราก็เป็นอาสาสมัคร พอ.สว. ไปช่วยดูแลสุขภาพชาวบ้าน พระองค์ท่านทรงทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ประชาชนสามารถยึดพระองค์เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ในทุกๆด้าน และพระองค์ยังทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งร.ร.อายุรเวชแผนไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นสาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ รพ.ศิริราช ทำให้แพทย์แผนไทยคงอยู่กับประเทศไทยสืบไป ด้วยพระองค์ทรงงานหนักเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนพระองค์จึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ” ทั้ง 3 สาวร่วมกันกล่าว
เหมารถบัสมาจากตรัง
ขณะทีนางเรณู ปานนิล อายุ 55 ปี ชาว ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับญาติๆและเพื่อนบ้าน เหมารถบัสมากันเองเพื่อมากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวง ร.9 เพื่อมาแสดงความจงรักภักดี ที่พระองค์ทรงช่วยเหลือประชาชนที่มีความยากลำบาก ซึ่งใน ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง พระองค์ทรงพระราชทานโครงการฝายบ้านด่าน 1 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ทำเป็นน้ำปะปา ทำให้ชาวบ้านมีน้ำประปาใช้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องเสียเงิน นอกจากนี้ พวกเรายังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
ด้านครอบครัวกล่อมบาง จากจ.ปทุมธานี ก็ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระโกศเช่นกัน นางลำดวน กล่อมบาง วัย 51 ปี กล่าวว่า วันนี้ได้นำลูกๆหลานๆ ออกเดินทางมาตั้งแต่เวลา 02.00 น. ถึงสนามหลวงเวลา 03.00 น. โดยพวกเขาร้องขอให้พามาสักการะเพราะเด็กๆ เห็นแต่ในจอโทรทัศน์ ตนจึงเห็นว่าบ้านเราเองไม่ได้อยู่ไกลกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่จึงพากันนั่งรถมาในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่เด็กๆ หยุดเรียนด้วย
“อยากให้พวกเขาได้มาเห็นบรรยากาศและพระราชพิธีต่างๆ โดยอยากให้ซึมซับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะได้บอกต่อสิ่งดีๆ ต่อลูกของพวกเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระเจ้าแผ่นดินอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 และความรัก ความเมตตาของคนไทยที่ช่วยอำนวยความสะดวกขณะต่อแถวด้วย” นางลำดวน กล่าว
ทรงพระราชทานอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. กระเพาะปลาน้ำแดง 2,500 ถ้วย กาแฟสด 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง ส้มโอ 1,000 แพ็ค ข้าวต้มมัด 1,500 มัด มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ 1,000 ถ้วย ข้าวคลุกกะปิ 1,500 จาน ข้าวพะโล้หมูตุ๋น ไข่นกกระทา 1,000 จาน ส้มตำ(ไทย, ปู ปลาร้า) 1,000 ชุด ไก่ทอด ข้าวเหนียว 7,000 ชุด
ส่วนมื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำสมุนไพร 700 ลิตร มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวหน้าปลาซาบะ 2,000 จาน หมูเทอริยากิ 1,000 จาน น้ำอ้อยพาสเจอไรซ์ 1,000 ซอง และมีน้ำหวาน น้ำสมุนไพร น้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัทสหฟาร์ม จำกัด ได้นำขนมจีนน้ำยาไก่ จำนวน 2,500 ชุด ข้าวมันไก่ 250 ชุด ข้าวไข่พะโล้ 1,500 ชุด ข้าวเหนียวไก่ทอด 12,000 ชุด ไอศกรีมรสกระทิ 20 ถัง ตักได้ 2,500 ถ้วย มาร่วมแจกจ่ายประชาชนที่บริเวณหลังเต็นท์อาหารพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วย
จัดหน่วยแพทย์พระราชทาน
ขณะที่เต้นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนาม ฝั่งทิศเหนือ บริเวณทางเข้าที่ประชาชนจะเดินเข้ามารอภายในเต๊นท์ก่อนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน โดยวันนี้มีหน่วยแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ จำนวน 10 คน แพทย์ พยาบาล นักปฎิบัติการฉุกเฉิน เวชกรฉุกเฉิน จากโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก จำนวน 5 คน มาให้บริการดูแลประชาชนตลอดทั้งวัน
เปิดรับสมัครเป็นจิตอาสา
พลตรีพงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส เปิดเผยว่า ทางศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad ได้เปิดรับอาสาสมัครบริการประชาชน และ อาสาสมัครแจกสิ่งของให้กับประชาชนที่มารอต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพ ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 22:00 - 02:00 น. อาสาสมัครช่วยเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสงค์จะพักค้างคืนที่ศูนย์กีฬาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 23:00 - 03:30 น. ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 064 026 6212 และลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 09:00 - 22:30 น.ที่ศูนย์ประสานงาน Volunteers for Dad มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
พลตรีพงษ์สวัสดิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่จะมีขึ้น ในวันที่ 31ธ.ค.เวลา18.00น.เป็นต้นไป ณ ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำแผนการดูแลอำนวยความสะดวก บริการประชาชน รวมถึงการดูแลความปลอดภัยให้สอดคล้องกันระหว่างประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ และประชาชนที่เดินทางร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลในทุกส่วนโดยเฉพาะด้านการบริการ
โปรดเกล้าองคมนตรีใหม่
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการ ประกาศแต่งตั้งองคมนตรี โดย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 แล้วนั้น
บัดนี้ ทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรี เพิ่มขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบกับมาตรา 12 และมาตรา 13 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็น องคมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เป็นปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี